ซาลาดิน (Saladin) : วีรบุรุษผู้ทวงคืนเยรูซาเล็ม

โดย วีระชัย สาระสิทธิ์

ในประวัติศาสตร์โลก สงครามครูเสดนับเป็นสงครามที่สำคัญครั้งหนึ่ง โดยสู้รบกันนานถึง 200 ปี ระหว่างชาวคริสต์กับชาวมุสลิม และคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างมากมาย ถ้าจะกล่าวถึงบุคคลสำคัญในเหตุการณ์หนึ่งในนักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่ชาวมุสลิมจะรู้จักและเทิดทูนยิ่งนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ซาลาดิน วีรบุรุษผู้พิชิตเยรูซาเล็ม สุลต่านที่ปกครองอย่างเด็ดขาดและทรงคุณธรรม

เศาะลาฮุดดีน อัลอัยยูบี หรือที่ชาวตะวันตกเรียกว่า ซาลาดิน มีชื่อเต็มภาษาอาหรับว่า เศาะลาฮุดดีน ยูซุฟ อิบน์ อัยยูบ  เกิดเมื่อปี ค.ศ.1137 ในตำบลติกริด(เผ่าชนที่กำลังมีปัญหาอยู่ทางตอนเหนือของอิรัก) เกิดในครอบครัวชาวเคิร์ด พ่อของเขาคือ  นัจญ์มุดดีน อัยยูบ เขาเติบโตในเมืองบัลเบ็กและดามัสกัส ชีวิตในวัยเด็กของซาลาดินส่วนใหญ่ใช้เวลาหมดไปกับการศึกษาวิชาการศาสนาโดยเรียนวิชาการด้านการทหารอยู่บ้าง ซาลาดินมีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณีของอาหรับ รวมไปถึงเรื่องม้าอาหรับ นอกจากนี้ยังรอบรู้ในบทกวีโดยเฉพาะงานของกวีหลวง อบู ตัมมาม (Abu Tammam) ด้านชีวิตส่วนตัวซาลาดินมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนแต่คนสำคัญคือ อิสมา (Ismat ad-Din Khatun) และยังมีบุตรชายหลายคน ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ al-Afdal, Az-Zahir Ghazi, Uthman, Mas'ud, และ Yaq'ub.



ซาลาดิน
ที่มา : http://www.komkid.com/
 
ซาลาดินเริ่มต้นอาชีพอย่างเป็นทางการเมื่อได้เข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ของ อะซัดดุด ดีน ชิรกูห์ ซึ่งเป็นลุงของเขา และเป็นผู้บัญชาการทหารคนสำคัญของเจ้าชาย "นูร์ อัลดิน มาหมุด" (ลูกชายและทายาท อิหมัด อัลดิน ชางกี เจ้าผู้ครองนครโมซุล) ซาลาดินได้ติดตามลุงของตนออกรบและสร้างผลงานในสงครามหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือ หลังจากชิรกูห์ เสียชีวิตใน ค.ศ.1169 ซาลาดินถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพของกองทหารซีเรียในอียิปต์  ซาลาดินมีส่วนในการทำลายราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ของพวกชีอะฮ์ใน และนำอิสลามแบบซุนนีห์กลับมาใช้ยังอียิปต์ ทำให้ฐานะของซาลาดินสูงขึ้นและมีอำนาจมากขึ้น เมื่ออัลดินก็สิ้นชีวิตลงในเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ.1174  บุตรชาย อายุ 14 อัลซาลีห์ เป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อมา เมื่อสุลต่านอัลซาลีห์สิ้นพระชนม์ลงในปี ค.ศ.1181 ด้วยวัยเพียง 19 ชันษา ขุนนางผู้ใหญ่ของมุสลิมต่างเห็นว่า ซาลาดินผู้เดียวที่เข้มแข็งพอจะผนึกกำลังฝ่ายอิสลามเพื่อสู้กับพวกคริสเตียนในสงครามครูเสดได้และในปี ค.ศ.1183 ซาลาดินก็ได้ขึ้นครองราชย์และตั้งราชวงศ์อัยยูบียะขึ้น

ระหว่าง ค.ศ.1174 – 1186 เขาเดินหน้ารวมดินแดนมุสลิมต่างๆ ของซีเรีย เมโสโปเตเมียตอนเหนือ ปาเลสไตน์และอียิปต์ อยู่ภายใต้การปกครองของเขา โดยใช้วิธีการทางการฑูตและการทหารเมื่อจำเป็น
 
ซาลาดินรวบรวมทหารและสามารถทำลายกองทัพครูเสดได้ ในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1187 ที่ สมรภูมิฮัตตินใกล้กับไทเบอริอาสในปาเลสไตน์ตอนเหนือ


ซาลาดินยึดกรุงเยรูซาเล็มกลับคืนมาจากพวกครูเสด ค.ศ. 1187
ที่มา : http://interactivetimeline.com/
 
ในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ.1187 กองทัพของซาลาดินได้ประสบความสำเร็จในการสู้รบและสร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่พวกครูเสดเมื่อเมืองเยรูซาเล็มได้ยอมจำนนต่อกองทัพของเขาหลังจากที่ตกอยู่ในการปกครองของพวกแฟรงค์นานถึง 88 ปี เมื่อซาลาดินยึดเยรูซาเล็มคืนได้ เขาได้ปฏิบัติต่อชาวเมืองอย่างมีอารยธรรมผิดกับเมื่อพวกแฟรงค์เข้ามายึดครองที่ปฏิบัติกับชาวเมืองอย่างโหดเหี้ยม

การยึดเยรูซาเล็มกลับคืนมาของซาลาดินทำให้พวกครูเสดในยุโรปรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อจะยึด
เยรูซาเล็มคืน เป็นการประกาศสงครามครูเสดครั้งที่ 3 โดยมีผู้นำคือ กษัตริย์ริชาร์ด(Richard the Lionheart) แห่งอังกฤษ กษัตริย์ฟิลิป ออกัสตัสแห่งฝรั่งเศส และกษัตริย์เฟดเดอริค บาร์บาโรซซ่าแห่งเยอรมัน(แต่เสียชีวิตระหว่างเดินทาง) หลังจากที่สู้รบกันยาวนาน กองทัพทั้งสองฝ่ายได้ยอมทำสัญญาสงบศึก ณ เมืองร็อมละฮฺ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ.1192 โดยนักรบครูเสด ยังคงรักษานครชายฝั่งขึ้นไปจนถึงใต้จาฟฟาและยินยอมให้ชาวคริสเตียนเดินทางไปเยรูซาเล็มได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่นำอาวุธเข้าไป


นักรบมุสลิมกับคริสเตียน
ที่มา: http://www.komkid.com/
 
ซาลาดินถือว่าเป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์อัยยูบียะและเป็นผู้มีส่วนในการนำอิสลามนิกายซุนนีห์กลับมาใช้ยังอียิปต์ ที่สำคัญคือสามารถยึดเมืองเยรูซาเล็มคืนมาจากพวกแฟรงก์ได้ในสงครามครูเสดครั้งที่ 3

ซาลาดินมีนโยบายส่งเสริมให้มีการเติบโตและแพร่ขยายสถาบันต่างๆ ของมุสลิม ให้การอุปการะนักวิชาการและนักเผยแผ่คำสอนอิสลาม ก่อตั้งวิทยาลัยและมัสยิดสำหรับนักวิชาการและนักเผยแผ่ศาสนา

เมื่อสงครามยุติซาลาดินได้ยกทัพตรวจเมืองต่างๆและซ่อมแซมสิ่งเสียหาย และต้นเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1192 ซาลาดินได้กลับมาพักที่นครดามัสกัสกับครอบครัว หลังจากทำศึกมาเป็นเวลานาน กระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์เขาก็ล้มป่วยลง (อาจจะเป็นไข้มาลาเรีย) ซาลาดินจากโลกนี้ไปในวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ.1193 เมื่ออายุได้ 55 ปี หลังจากที่เขาสิ้นชีวิต อาณาจักรก็ตกต่ำลง เกิดสงครามกลางเมือง อีกแปดปีต่อมา น้องชายของเขา คือ อัล อาดิล ปรากฏตัวและเข้าปกครอง แต่ไม่นานก็ถูกพวกมัมลูก(Mamluk)เข้ายึดอำนาจใน ค.ศ.1250

บทสรุปของสงครามมีแต่ความสูญเสีย ไม่มีใครเป็นผู้ชนะที่แท้จริง สงครามจึงเป็นบทเรียนสำคัญให้มนุษย์ได้เรียนรู้เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำรอย แต่ในโลกใบนี้ก็ยังไม่ว่างเว้นจากสงคราม เพราะความต้องการครอบครองอำนาจของมนุษย์ ทำให้ต้องเข่นฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิง “อำนาจ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน


อ้างอิง

sunnahstudent. (2550). เศาะลาฮุดดีน (ซาลาดิน),  สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2559, จาก:  http://www.sunnahstudent.com/forum/archive.php?topic=264.15

Komkid. (2555). Crusade war สงครามครูเสดแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2559, จาก:  http://www.komkid.com/

bbs.playpark. (2556). ประวัติ Hero Saladin. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2559, จาก:  https://bbs.playpark.com/

ปิยะฤทธิ์ พลายมณี. (2557). Saladin : ซาลาดิน (ค.ศ.1137-1193).  สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2559, จาก:  http://who-in-the-world-piyarith.blogspot.com/

วิกิพีเดีย. (2559). เศาะลาฮุดดีน. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2559, จาก:  https://th.wikipedia.org/wiki/เศาะลาฮุดดีน

azquotes.  Saladin Quotes,  Retrieved December 26,2016, from http://www.azquotes.com/author/46130-Saladin

thefamouspeople. Saladin Biography,  Retrieved December 26,2016, from http://www.thefamouspeople.com/profiles/saladin-6161.php

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น