เอ.เจ. สไตลส์ (A.J. Styles)

โดย ธีรไนย แซ่ลิ้ม

กีฬามวยปล้ำนั้น เป็นที่นิยมและมีอิทธิพลใน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และหลายประเทศในทวีปยุโรป สำหรับวงการมวยปล้ำหากเอ่ยชื่อ เอ.เจ. สไตลส์ (A.J. Styles) คงไม่มีแฟนมวยปล้ำคนไหนไม่รู้จักชื่อนี้อย่างแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้นเขาถูกยกย่องให้เป็นนักมวยปล้ำที่ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก จากนิตยสารมวยปล้ำ Fighting Spirit 2016 และในปี 2010 ยังถูกจัดให้เป็นสุดยอดนักมวยปล้ำเดี่ยวอันดับ 1 โดย PWI หรือ นิตยสาร Pro Wrestling Illustrated ในสังเวียนมวยปล้ำนั้นเขาถูกขนานนามว่า  The Phenomenal One

เอ.เจ. สไตลส์(A.J. Styles) มีชื่อจริงว่า อัลเลน นีล โจนส์ (Allen Neal Jones) เกิดเมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ค.ศ.1977 ในค่ายนาวิกโยธินรัฐนอร์ทแคโรไลนา เขาเติบโตจากครอบครัวที่ยากจน จบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยม Johnson High School in Gainesville ในปี ค.ศ.1996  เอ.เจ. เป็น คริสเตียน ที่เคร่งศาสนา ถึงกับประกาศตนว่า ‘พระเจ้าเป็นที่ 1 ครอบครัวเป็นที่ 2’



เอ.เจ. แต่งงานกับอาจารย์สอนหนังสือ ชื่อ เวนดี้ (Wendy) โดยทั้งคู่มีลูกด้วยกัน 4 คน ลูกคนแรกชื่อ  Ajay Covell Jones เกิดวันที่ 3 เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ.2005 คนที่สองชื่อ  Avery Jones เกิดวันที่ 17 เดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.2007 เคนที่สามชื่อ Albey Jones เกิดวันที่ 15 เดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ.2009 คนที่ 4 ชื่อ Anney Jones เกิดวันที่ 8 เดือนตุลาคม ปี ค.ศ.2010 เป็นผู้ชาย 3 คน และเป็นผู้หญิง 1 คน ตามลำดับ ปัจจุปันเขาอาศัยอยู่กับครอบครัวที่ เกนส์วิลล์ จอร์เจีย (Gainesville, Georgia) เอ.เจ. ได้สักอักษรตัวเลขเลขาคณิตไว้ข้างลำตัวทางด้านขวา ‘AJ 05-03-05 02-14-07 09-15-09’ เป็นตัวเลขวันเกิดของลูกๆ 3 คนแรก

เอ.เจ. สไตลส์ มีส่วนสูง 5 ฟุต 11 นิ้ว (1.80 เมตร) น้ำหนัก 220 ปอนด์ (100 กิโลกรัม) ได้รับการฝึกสอนมวยปล้ำโดย "The Chosen One" Rick Michaels เปิดตัวครั้งแรกในสังเวียนมวยปล้ำช่วงปี ค.ศ.1998 สไตลส์การปล้ำของ เอ.เจ. เป็นแบบTechniker, High Flyer หรือ แบบเหินเวหา ท่าไม้ตายของเขาคือ Calf Crusher, Spiral Tap (Corkscrew senton bomb), Styles Clash (Belly-to-back inverted mat slam), Superman (Springboard 450° splash) เพลงเปิดตัวปัจจุปันที่เขาใช้คือ Phenomenal โดย CFO$

เอ.เจ. เริ่มปล้ำมวยปล้ำตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยเริ่มปล้ำให้กับสมาคมอินดี้ต่างๆมากมาย เอ.เจ. เคยปล้ำสมาคมใหญ่ๆหลายสมาคมทั้งในสหรัฐอเมริกา และ ญี่ปุ่น เช่น WWE,TNA,HON,NJPW,NWA,WCW เคยเป็นแชมป์โลกของ NJPW 2 สมัย(IWGP Heavyweight Championship )และ สไตลส์ยังเคยเป็นแชมป์โลกTNA 4 สมัย (แชมป์โลก NWA 3 สมัย และแชมป์โลก TNA 1 สมัย) และยังเป็นแชมป์โลกแทกทีม 5 สมัย (แชมป์โลกแทกทีม NWA 4 สมัย และแชมป์โลกแทกทีม TNA 1 สมัย) และเคยเป็นแชมป์ทีวีของ TNA ,แชมป์เอกซ์ดิวิชั่น และยังเป็นแชมป์ทริปเปิลคราวน์ และแชมป์แกรนด์สแลม คนแรกในสมาคมทีเอ็นเออีกด้วย



เคยได้รับรางวัล Awardsต่างๆมากมาย เช่น Best Flying Wrestler (2005), Best Wrestling Maneuver (2003, 2015), Wrestler of the Year (2015), Most Outstanding Wrestler (2014, 2015), Match of the Year (2014) vs. Minoru Suzuki โดย Wrestling Observer Newsletter นี้เป็นแค่ส่วนหนึ่งของรางวัลที่เขาได้รับเท่านั้นสามารถการันตีได้ว่า เอ.เจ. สไตลส์ เป็น 1 ในนักมวยปล้ำที่ยอดเยี่ยมที่สุด

นอกจากจะมีผลงานในสังเวียนมวยปล้ำแล้วเขายังมีผลงานทางจอโทรทัศน์อีกด้วย ในละครซีรีย์เรื่อง Made Season 10 Episode 19  แสดงเป็นพระเอก MV ของ Sarah Darling ในเพลง Something to Do with Your Hands และ ปรากฏตัวในเกมส์ TNA Impact!

เอ.เจ. สไตลส์ แม้เขาจะเป็นนักมวยปล้ำที่ร่างเล็ก หากเทียบกับนักมวยปล้ำคนอื่นๆ ซึ้งเป็นสิ่งที่ยาก และ น้อยคนนักที่จะถูกยอมรับในกีฬามวยปล้ำ แต่ด้วยความพยายามในการฝึกฝนพัฒนาฝีมือตนเองให้โดดเด่น และ เก็บประสบการณ์ปล้ำทั่วโลกเป็นเวลานานกว่า 20 ปี จนเป็นที่ยอมรับของทั่วโลกว่านี้ล่ะ คือสุดยอดนักมวยปล้ำ และ ถือว่าเป็นนักมวยปล้ำที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งของโลก


อ้างอิง

Wrestlers Database A.J. Styles. สืบค้นเมื่อ 25 มีนาคม พ.ศ.2559 ,จาก:  http://www.cagematch.net/?id=2&nr=801

A.J. Styles. สืบค้นเมื่อ 25 มีนาคม พ.ศ.2559 ,จาก:  https://en.wikipedia.org/wiki/A.J._Styles

เอ.เจ. สไตลส์. สืบค้นเมื่อ 25 มีนาคม พ.ศ.2559 , จาก:  https://th.wikipedia.org/

อ่านเพิ่มเติม »

เนลสัน มันเดลา (Nelson Mandela)

โดย อนุชา  สีหาบุตร

หากจะกล่าวถึงนักสู้ผู้ยิ่งใหญ่ในทศวรรษนี้ คงจะไม่มีใครปฏิเสธชื่อของ  เนลสัน แมนเดลา อย่างแน่นอน เพราะหากปราศจากบุคคลผู้นี้แล้ว โลกของเราก็คงจะยังมีการเหยียดสีผิว เขาเป็นรัฐบุรุษของโลก ผู้อุทิศตนต่อสู้เพื่อล้มล้างลัทธิเหยียดผิว และผลักดันให้เกิดสันติภาพทั่วโลก

เนลสัน แมนเดลา เกิดวันที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2461 เป็นผู้สืบทายาทสายหนึ่งของราชวงศ์เทมบู ที่ปกครองแคว้นทรานสไก ในจังหวัดอีสเทิร์นแคป ของประเทศแอฟริกาใต้ โดยเขาเกิดที่อึมเวโซ ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในเมืองอุตาตา ซึ่งเป็นเมื่องหลวงของทรานสไก เดิมแท้จริงแล้ว เนลมัน แมนเดลา มีชื่อจริงว่า โรลีห์ลาห์ลา ซึ่งมีควายหมายว่า “เจ้าตัวยุ่ง”  แต่ต่อมา มันเดลา ได้เข้าไปศึกษาที่โรงเรียน ครูของเขาได้ตั้งชื่อภาษาอังกฤษให้โดยเรียกว่า “เนลสัน” จึงทำให้ได้ที่มาเป็น เนลสัน แมนเดลา


เนลสัน มันเดลา

เนลสัน แมนเดลา ได้สำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยวิทส์วอเทอแรนด์ ด้านกฎหมายหลักสูตรทางไกลกับมหาวิทยาลัยลอนดอน ซึ่งทำให้ เนลสัน แมนเดลา ได้พบเจอกับผู้คนหลากหลายเชื้อชาติ ได้รับความคิดแบบเสรีนิยม และความคิดต่อสู้เพื่อชาวแอฟริกัน ได้เรียนรู้เกี่ยวกับการเหยียดผิว การถูกกระทำแบบสองมาตรฐาน ซึ่งนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นในการผลักดันให้เขาเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองเกี่ยวกับการเหยียดผิว

เมื่อปี พ.ศ. 2491 ชัยชนะในการเลืองตั้งตกเป็นของพรรคชาตินิยม ซึ่งสนับสนุนนโยบายการแบ่งแยกสีผิวอย่างรุนแรง ยิ่งทำให้ แมนเดลาเริ่มมีบทบาททางการเมืองมากขึ้น เขาเป็นผู้นำคนสำคัญในการต่อต้านการแบ่งแยกสีผิว โดยแมนเดลาเริ่มทำการเจรจาต่อต้านรัฐบาลโดยไม่ใช้ความรุนแรง แต่เขาและเพื่อร่วมขบวานการกว่า 150 คน ถูกจับกุมเมื่อวันที่  5 ธันวาคม พ.ศ. 2499 ในข้อหากบฏ แต่การไต่สวนคดีมีเวลายาวนานมาก ทำให้คดีสิ้นสุดลงโดยไม่มีความผิด

ต่อมาในปี พ.ศ. 2504 แมนดาลาได้เป็นผู้นำกองกำลังติดอาวุธของเอเอ็นซี ได้เปิดปฏิบัติการวินาศกรรมทางเศรษฐกิจจนกระทั่งถูกจับในที่สุด และเขาถูกแจ้งข้อหาก่อวินาศกรรม และพยายามโค่นล้มรัฐบาลด้วยวิธีการรุนแรง โดยระหว่างการพิจารณาคดีที่เมืองริโวเนีย แมนเดลาได้ประกาศความเชื่อของเขาในเรื่องประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเท่าเทียมว่า
“ผมเชิดชูอุดมคติเรื่องสังคมที่เป็นประชาธิปไตยและมีเสรีภาพ ที่ซึ่งคนทุกคนสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสมานฉันท์ และได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียมกัน นี่คือสังคมอุดมคติที่ผมปรารถนาจะไปให้ถึง เป็นอุดมคติที่ผมพร้อมจะอุทิศชีวิตให้”

เนลสัน มันเดลา

ในปี พ.ศ. 2507 เขาถูกพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตบนเกาะร็อบเบินเป็นเวลา 18 ปี ก่อนถูกย้ายมายังเรือนจำโพลส์มัวร์บนแผ่นดินใหญ่ในปี พ.ศ. 2525 ซึ่งขณะที่เขาถูกจองจำอยู่นั้น พวกเยาวชนตามเมืองต่าง ๆ ของชนผิวดำยังคงต่อสู้กับการปกครองโดยคนผิวขาวส่วนน้อยต่อไป จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและล้มตายเป็นจำนวนมาก

ขณะนั้น โอลิเวอร์ แทมโบ ซึ่งเป็นสหายของแมนเดลา ในสมัยศึกษาปริญญาตรีด้วยกัน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ลี้ภัย ได้รณรงค์ระดับสากล เรียกร้องและกดดันให้ ปล่อยตัว เนลสัน แมนเดลา ด้วยวิธีจัดคอนเสิร์ต ณ สนามกีฬาเวมบลีย์ กรุงลอนดอน ที่มีผู้เข้าร่วมกว่า 72,000 คน อีกทั้งยังถ่ายทอดผ่านทางโทรทัศน์ ทำให้สุดท้าย ไม่สามารถทนแรงกดดันจากทั่วโลกได้ จะต้องสั่งปล่อยตัว เนลสัน แมนเดลา ให้เป็นอิสระ

แต่วิถีชีวิตของ เนลสัน ยังไม่หยุดลงแค่นั้น ในปี พ.ศ. 2536 เขาได้รับรางวัลสาขาสันติภาพ อีกทั้งชาวแอฟริกาใต้ทุกผัวสี ได้ลงคะแนนเสียงให้เขาเป็นประธานาธิบดี ของแอฟริกาใต้ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2537 ซึ่งเขาได้เปลี่ยนแปลงกฎหมายเกี่ยวกับการเหยียดสีผิวเป็นลำดับต้นๆ จนถึงเดือน มิถุนายน พ.ศ. 2542 เขาได้ประกาศลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีลง แต่เขายังใช้เวลาส่วนใหญ่กับเรื่องสิทธิมนุษยชนและ ความรู้เรื่องการติดต่อของโรคเอดส์ ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่ในแอฟริกาเป็นอย่างมาก

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ จะเห็นได้ว่าชีวิตของ เนลสัน แมนเดลา ได้ผ่านเรื่องราวการต่อสู้มาอย่างยาวนาน เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นประชาธิปไตย ไม่มีการแบ่งแยกเหยียดสีผิว ซึ่งถึงแม่ว่า เนลสัน จะต้องจากไปด้วยโรคปอดและโรคแทรกซอนเรื้อรังมาอย่างยาวนาน แต่เขาก็ยังคงเป็นรัฐบุรุษของโลก ที่เป็นนักสู้ที่ทำเพื่อคนทุกคนให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสันติ


อ้างอิง

ประวัติ เนลสัน แมนเดลา รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ นักสู้ผู้ต่อต้านการเหยียดผิว.
สืบค้นเมื่อ 30 มีนาคม 2559, จาก : http://hilight.kapook.com/view/87849

ประวัติ บุคคลสำคัญของโลก. สืบค้น 30 มีนาคม 2559,
จาก :  http://personworld.exteen.com/20141108/nelson-mandela

ประวัติ เนลสัน แมนเดลา รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่. สืบค้น 30 มีนาคม 2559,
จาก: http://scoop.mthai.com/hot/5548.html

อ่านเพิ่มเติม »

ซีเนอดีน ซีดาน (Zinedine Zidane)

โดย ทยากร ศรีวะรมย์

ย้อนกลับไปฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ทีมชาติฝรั่งเศสซึ่งเป็นเจ้าภาพภายใต้การคุมทีมของเอ็มเม ฌักเกต์ ได้ทำผลงานได้ดีเยี่ยมจนสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกและสมัยเดียวด้วยการเอาชนะทีมชาติบราซิลในรอบชิงชนะเลิศไป 3-0 ซึ่งในเกมนั้นคีย์แมนคนสำคัญของฝรั่งเศสได้ทำคนเดียวสองประตูและทั้งโลกก็ต่างก็ยกย่องให้เขาว่าเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล ชายคนนั้นมีชื่อว่า ซีเนดีน ซีดาน

ซีเนดีน ยาซีด ซีดาน (Zinédine Yazid Zidane) เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ปี 1972 ที่เมืองมาร์แซย์ประเทศฝรั่งเศส ในครอบครัวที่อพยพมาจากประเทศแอลจีเรีย เขามีความสนใจในเรื่องฟุตบอลมาตั้งแต่ 5 ขวบ โดยเขาอาศัยอยู่กับครอบครัวซึ่งมีพี่น้องทั้งหมดสี่คนโดยซีดานนั้นเป็นน้องคนสุดท้อง  ซีดานเริ่มต้นค้าแข้งในวัย 17 ปี กับสโมสร  อาแอ็ส กานส์ ในประเทศฝรั่งเศสโดยลงเล่นไป 61 นัดทำไป 6 ประตูในช่วงปี 1989-1992 แม้ว่ากานส์จะตกชั้นไปจากลีกเอิงแต่ซีดานยังคงได้เล่นในลีกเอิงต่อไปเมื่อเขาย้ายไปเล่นให้กับบอร์กโดซ์และทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมพาทีมเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 1995/1996 แต่ก็ต้องพ่ายให้กับบาเยิร์น มิวนิคสโมสรยักษ์ใหญ่จากประเทศเยอรมันก่อนที่ซีดานจะย้ายออกจากบอร์กโดซ์ไปด้วยผลงานลงเล่นไป 139 นัด ทำไป 28 ประตูพร้อมกับคว้าแชมป์ลีกเอิงฤดูกาล 1995/1996 รวมถึงแชมป์อินเตอร์โตโต้คัพปี 1995 ก่อนจะย้ายไปรับความท้าทายใหม่ๆกับยูเวนตุสสโมสรยักษ์ใหญ่ในประเทศอิตาลี



ในปี 1996 ซีดานย้ายมาร่วมทีมยุเวนตุสในอิตาลีภายใต้การคุมทีมของ มาร์เซโล่ ลิปปี้  ซีดานพา      ยูเวนตุสคว้าแชมป์ซีเรีย อาได้ถึงสองสมัยด้วยกันในฤดูกาล 1996/1997 และ 1997/1998 อีกทั้งยังพาทีมเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกถึงสองสมัยด้วยกันแต่ก็ทำได้เพียงแค่รองแชมป์ทั้งสองครั้งด้วยการแพ้ให้กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ จากเยอรมัน 3-1 ฤดูกาล 1996/1997 และแพ้ให้กับ เรอัล มาดริดสโมสรจากสเปน 0-1  อีกครั้งในปี 1997/1998 หลังจากซีดานเล่นให้ยูเวนตุสอยู่ 5  ฤดูกาลลงเล่นไป 151 นัด ทำไป 24 ประตู เขาก็ตัดสินใจย้ายทีมอีกครั้งในปี 2001 และคราวนี้จุดหมายปลายทางอยู่ที่เมืองหลวงประเทศสเปนนั่นคือ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวที่สูงสุดในโลกในขณะนั้น 76 ล้านยูโร (ประมาณ 4,028 ล้านบาท)


ที่มา : http://www.gettyimages.com/

ที่เรอัล มาดริด นี่เองที่ถือว่าซีดานประสบความสำเร็จมากที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลเพราะเพียงแค่ฤดูกาลแรกที่เขาลงเล่นให้กับเรอัล มาดริด ก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกด้วยการเอาชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรจากประเทศเยอรมันไป 2-1 โดยในเกมนั้นซีดานสามารถทำประตูได้อีกด้วยฤดูกาลถัดมาเรอัล มาดริด ของซีดานยังคงทำผลงานได้ดีเช่นเคยโดยในฤดูกาลดังกล่าวเรอัล มาดริดสามารถคว้าแชมป์ลาลีกา รวมไปถึง ยูโรเปี้ยนส์ ซูเปอร์ คัพ และ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ อีกด้วย และในฤดูกาลเดียวกันเขาก็ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกสมัยที่ 3 หลังเคยได้รับมา 2 สมัยก่อนหน้านี้ในปี 1998 และ 2000
 


ฤดูกาลสุดท้ายในการค้าแข้งของซีดานคือฤดูกาล 2005/2006 โดยซีดานตัดสินใจยุติชีวิตการค้าแข้งของเขากับเรอัล มาดริดด้วยผลงานลงสนาม 155 นัด ทำไป 37 ประตู แม้ในฤดูกาลนั้นจะเป็นจบการค้าแข้งที่ไม่สวยงามมากนักเมื่อเรอัล มาดริด ตกรอบรองชนะเลิศในศึกโกปา เดล เรย์ และ รอบ 16 ทีม สุดท้ายในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ส่วนในลีกก็จบด้วยการเป็นรองแชมป์ตามหลังบาร์เซโลน่าถึง 12 คะแนน

ส่วนในเรื่องผลงานในการเล่นให้กับทีมชาติของซีดานนั้นก็ไมเป็นรองผลงานในสโมสรเขาติดทีมชาติครั้งแรกในปี 1994 ในการพบกับทีมชาติสาธารณรัฐเช็ค ก่อนจะติดทีมเรื่อยมาเริ่มตั้งแต่ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 1996 และติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ก่อนจะมาคว้าแชมป์ยูโรต่อในปี 2000 หลังจากนั้นผลงานในทีมชาติของฝรั่งเศสก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจนมาถึงฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพซึ่งเป็นทัวร์นาเม้นต์สุดท้ายของซีดานทีมชาติฝรั่งเศสของซีดานจบด้วยการเป็นรองแชมป์ด้วยการแพ้จุดโทษให้กับทีมชาติอิตาลีในรอบชิงชนะเลิศโดยในนัดนั้นซีดานโดนใบแดงไล่ออกจากสนามเนื่องจากเอาหัวไปโขกหน้าอกของมาร์โก มาร์เตรัซซี่ กองหลังทีมชาติอิตาลีก่อนจะประกาศยุติอาชีพค้าแข้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 พฤษภาคม ปี 2006

ในด้านครอบครัว ซีดานมีลูกชาย 4 คน กับเวโนิก เฟร์นานเดซ นักเต้นสาวชาวสเปนซึ่งเป็นภรรยา โดยลูกชายทั้ง 4 คน คนแรกคือ เอ็นโซ่ อายุ 20 ปี ปัจจุบันเป็นนักฟุตบอลตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกเช่นเดียวกับคุณพ่อให้กับสโมสร เรอัล มาดริด กาสติย่า คนต่อมาคือลูก้า วัย 17 ปี เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูให้กับทีมเยาวชนของเรอัล มาดริด คนที่สามคือ ธีโอเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ให้กับทีมเยาวชนเรอัล มาดริดรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี และน้องคนเล็กคือเอเลียสอายุ 11 ปี ก็เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์เช่นกันกับทีมเยาวชนเรอัล มาดริดรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี

ปัจจุบัน ซีดานในวัย 43 ปีเป็นผู้จัดการทีมของเรอัล มาดริด ต้นสังกัดเก่าในสมัยที่เขายังค้าแข้งอยู่ ในเรื่องของการเป็นผู้จัดการทีมคนส่วนใหญ่อาจจะมอง่าซีดานยังอ่อนหัดประสบการณ์ยังน้อย แต่ถ้าจะพูดถึงในเรื่องของฝีเท้าคงไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธว่า กองกลางที่ดีที่สุดที่โลกเคยมีมาจะมีชื่อของ ซีเนดีน ซีดานอยู่ในนั้นด้วย

อ้างอิง

sport-idol.com.  ซีเนอดีน ซีดาน.  สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2559,  จาก http://www.sport-idol.com//58

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.  ซีเนดีน ซีดาน.  สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2559,  จาก https://th.wikipedia.org/

gurusportsoccer.com.  ซีเนอดีน ซีดาน.  สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2559,  จาก http://www.gurusportsoccer.com

tlcthai.com.  ประวัติ ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานลูกหนังของฝรั่งเศส.  สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2559, จาก http://www.tlcthai.com/sports/clip-vdo/3604

อ่านเพิ่มเติม »

คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo)

โดย กฤษฎา อินทรกำแหง

ปัจจุบัน หากจะพูดถึงนักฟุตบอลคนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ไม่ว่าใคร ก็ต้องมีชื่อของ คริสเตียโน โรนัลโด อยู่ในความคิดอย่างแน่นอน เพราะถ้าหากเปรียบเทียบว่า เลบรอน เจมส์ เป็นเจ้าพ่อของวงการบาสเก็ตบอลในสมัยนี้แล้ว ก็ไม่แปลกใจเลย ที่ผู้คนต่างเปรียบเทียบว่า คริสเตียโน โรนัลโด ก็เป็นคิงส์ ของวงการฟุตบอลเหมือนกัน

คริสเตียโน โรนัลโด เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ที่หมู่เกาะมาเดรา ประเทศโปรตุเกส โดยชื่อเต็มๆ ของ โรนัลโดคือ กริชเตียนู รูนัลดู ดูช ซังตูช อาไวรู (โปรตุเกส : Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro) ปัจจุบัน โรนัลโด กำลังเล่นให้กับ สโมสร เรอัลมาดริด และยังมีเส้นทางการลุ้นแชมป์ลากีกา สเปน ฤดูกาล 2015-2016 อีกด้วย เพราะเรอัลมาดริค ตามหลังบาเซโลน่า เพียง 1 แต้ม และยังมีลุ้นคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกอีกด้วย จะพบกันทางด้าน แอธแลนติโก มาดริค


คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo)

โรนัลโด เป็นคนไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และที่สำคัญไม่มีการสักลายใดๆ บนตัวของเขาเลย เพราะเขาให้เหตุผลว่า การกินเหล้า สูบบุหรี่ หรือการสักลาย จะทำให้การบริจาคเลือดของเขา เป็นปัญหา ซึ่งโรนัลโด จะบริจาคเลือดของตัวเองทุกๆ 3 เดือน และยังบริจาคเงิน ให้กับกองทุนการกุศลต่างๆเป็นประจำอีกด้วย

โรนัลโด ถือว่าเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จทางด้านอาชีพการค้าแข้งอย่างมาก โดยเริ่มจาก เป็นนักเตะของ สโมสร สปอร์ติงลิสบอน  ได้แชมป์ในปี 2002-2003 ลงเล่นทั้งหมด 31 นัด ทำได้ 5 ประตู ก่อนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะมองเห็นแวว และติดต่อให้ไปค้าแข้งในเกาะอังกฤษ  กับทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 12.24 ล้านปอนด์ และทำประตูแรก ได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2003 ก่อนที่จะประสบความสำเร็จอย่างมาก ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ไปทั้งหมด 3ใบ และยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีกอีก 1 ใบ  ลงเล่นไปทั้งหมด 292 นัด ยิงไปทั้งหมด 118 และในปี 2007-2008 โรดันโด ได้จารึกชื่อของตัวเอง ลงไปใน บัลลงดอร์ เป็นครั้งแรกในชีวิต นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี


ที่มา: https://th.wikipedia.org/

วันที่ 6 กรกฎาคม 2009 โรนัลโด ได้เปิดตัวฐานะ นักเตะของ ราชันชุดขาว เรอัลมาดริด  ยักใหญ่แห่งลาลีกา สเปน ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก ในขณะนั้น โดย ดีลครั้งนี้ มีมูลค่าสูงถึง 80 ล้านปอนด์ และนับว่าเป็นการซื้อตัวที่คุ้มค่ามากๆของ ราชันชุดขาว เพราะโรนัลโด ยิงให้มาดริดตลอดการค้าแข้งทั้งหมด 326 ลูก ในขณะที่ลงเล่นไปเพียง 314 พร้อมกับ ถ้วยแชมป์ ลาลีกา 1 ใบ ยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีก 1 ใบ

และในปี 2013 โรนัลโด ได้จารึกชื่อ ของตัวเอง ลงบัลลงดอร์อีกครั้ง ในปี 2012-2013 นับเป็น บัลลงดอร์ สมัยที่ 2 ในชีวิตของตน และในปี 2014 โรนัลโด ได้ทำการ จารึกชื่อของเค้า ลงไปใน ฟีฟ่าบัลลงดอร์อีกครั้ง ในปี 2013-2014 นับเป็น ครั้งที่3 ในชีวิตของเขาเอง

โรนัลโด ไม่มีการสมรส หรือการแต่งงานเกิดขึ้น แต่เขาได้ประกาศว่า เขาได้กลายเป็นพ่อคนแล้ว เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ส.2010 โดยที่เขาประกาศว่า เขาได้ให้กำเนิดลูกชาย และจะตั้งชื่อว่า คริสเตียนโน โรนัลโด้ จูเนียร์ ที่เกิดจาก หญิงนิรนาม ซึ่งเจ้าตัวไม่ยอมเปิดเผย เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว โดยที่โรนัลโด้ ได้ประกาศผ่านเฟสบุคและทวิตเตอร์ของตัวเองอย่างเป็นทางการ

โรนัลโดมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งก็คือ แบรนด์เสื้อผ้าและชุดชั้นในเพศชาย ซึ่งชื่อแบรนด์คือ CR7 (ซีอาร์ เซเว่น) โดยที่ได้แนวคิดมาจาก ชื่อย่อของเขาผสมเข้ากับ ตัวเลขประจำตัวของเขา ซึ่งก็คือ หมายเลข7 ซึ่งในขณะเดียวกันด้้วยถาพลักษณ์ที่หล่อและหุ่นดีของ โรนัลโด ยังได้เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา และวีดิโอเกม รวมไปถึงโทรศัพท์มือถือ และเขายังได้ ไนกี้ เป็นสปอนเซอร์หลัก โดยได้ผลิต รองเท้า ชื่อรุ่นว่า Nike Mercurial Vapor CR7 ให้เขาได้ใส่ลงเล่นในทุกๆนัด

เราทุกคน ต่างมีพื้นฐานทีชิตที่แตกต่างกัน โรนัลโด ไม่ได้เกิดมามีฐานะร่ำรวย และไม่มีทักษาฟุตบอลตั้งแต่เกิด แต่ที่เขาประสบความสำเร็จได้ในทุกวันนี้ เพราะว่าเขามีความพยายามอดทนและระเบียบวินัย เป็นอย่างมาก อดทนที่จะฝึกซ้อม อดทนที่จะรอให้โอกาสมาถึง หรือจะเรียกอีกอย่างหนึงว่า โรนัลโดมี พรแสวงที่ติดตัวมาตังแต่เกิด ด้วยเส้นทางชีวิต ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลายของโรนัลโด ทำให้เค้า ได้มีภาพยนตร์สะท้อนชีวิตของเขา ชื่อเรื่องคือ Cristiano Ronaldo เราไม่จำเป็นที่ต้องเดินตามเขาไปหมดทุกอย่าง เพียงแต่เรา พยายามคิดให้ได้แบบเขา พยายามให้ได้แบบเขา มีความอดทด และควรแสวงโอกาสในชีวิต ชีวิตของเราจะประสำความสำเร็จ เหมือนบุคคลที่เรานำมาเสนอในวันนี้ คริสเตียนโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo)


อ้างอิง 

โรนัลโด (Cristiano Ronaldo). สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2559, จาก : https://th.wikipedia.org/wiki/คริสเตียโน_โรนัลโด

การย้ายทีมของ โรนัลโด. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2559, จาก : http://www.msn.com/th-th/sports/soccer/30-บันทึกสำคัญของปีกจอมถล่มประตู-คริสเตียโน-โรนัลโด/ss-AA8XU8N#image=31

ประวัติ คริสเตียโน โรนัลโด้ (Cistiano Ronaldo). สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2559, จาก :
http://starsoccercr7.blogspot.com/2015/07/cistiano-ronaldo.html

อ่านเพิ่มเติม »

กรุงเวียนนา (Vienna)

โดย ศิริลักษณ์ สมสอง

หากจะพูดถึงเมืองที่สำคัญๆ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์กรยูเนสโกและเป็นเมืองที่มีความยิ่งใหญ่และโดดเด่นที่สุดในสาธารณรัฐออสเตรีย อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีนักท่องเที่ยวเยี่ยมชมเป็นจำนวนมากนั้น จะพลาดไม่ได้กับ กรุงเวียนนา ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งเสียงดนตรีและศิลปกรรมที่โดดเด่นต่างๆนั้นเอง

เวียนนาเป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองใหญ่ที่สุดในสาธารณรัฐออสเตรียเป็นศูนย์กลางทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง สังคมและวัฒนธรรม เป็นนครที่มีความสวยงามและโดดเด่นด้วยศิลปกรรม อาคารสถาปัตยกรรม และดนตรีคลาสสิคที่ลือชื่อมาตั้งแต่ในยุคสมัยกลาง จนเวียนนาได้ชื่อว่า “นครแห่งศิลปะและดนตรี” และในปีค.ศ. 2001 ศูนย์กลางของเมืองนี้ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโก นับว่าเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือนปีละกว่า 5 ล้านคน


ที่มา : https://www.ilovetogo.com/

เวียนนาเป็นนครหลวง  ตั้งอยู่ทางด้านตะวันออกของประเทศ อยู่ทางเหนือของเทือกเขาแอลป์ (Alps) มีแม่น้ำดานูบซึ่งเป็นแม่น้ำสายหลักไหลผ่านเวียนนา มีประชากรประมาณ 1.7ล้านคน ประชากรส่วนใหญ่พูดภาษาเยอรมัน ซึ่งเป็นภาษาประจำชาติของออสเตรีย และส่วนใหญ่ประมาณ 80%นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกส่วนที่เหลือนับถือนิกายโปรแตสเตนท์และอิสลามสาธารณรัฐออสเตรีย เป็นประเทศที่ตั้งอยู่ตอนกลางของทวีปยุโรป เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างยุโรปตะวันตกและยุโรปตะวันออก มีพรมแดนติดกับหลายประเทศด้วย ได้แก่ เยอรมัน สาธารณรัฐเช็ค ฮังการี สโลเวเนีย อิตาลีสวิตเซอร์แลนด์ และลิคเทนสไตน

เวียนนามีภูมิอากาศแบบภาคพื้นทวีปปานกลางซึ่งหมายความว่ามีอุณหภูมิแตกต่างกันค่อนข้างน้อยในแต่ละฤดูจากสถิติมีข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่ามีแสงแดดจ้าจากพระอาทิตย์ปกคลุมกรุงเวียนนาประมาณ2,000ชั่วโมงต่อปีและมีปริมาณฝนตกน้อย

ซึ่งนอกจากกรุงเวียนนาจะเป็นนครแห่งศิลปะและดนตรียังมีความโดดเด่นเรื่องสถาปัตยกรรมมีอาคารสถาปัตยกรรมและสถานที่น่าสนใจในเวียนนา ที่จะนำมายกตัวอย่าง เช่น
 

ที่มา : https://www.ilovetogo.com/

พระราชวังเชินบรุนน์ (Schoenbrunn Palace)  เป็นพระราชวังที่นับว่ามีความสวยงามและมีชื่อเสียงมากที่สุด มีประวัติการก่อสร้างมานานตั้งแต่ศตวรรษที่ 14 จากปราสาทโบราณเดิม “แคตเตอร์เบิร์ก” ต่อมา ในปี ค.ศ. 1569 พระเจ้าแมกซิมิเลียนที่ 2 แห่งราชวงศ์ฮับส์บวร์ก ทรงโปรดให้สร้างเป็นตำหนักชายป่า สำหรับล่าสัตว์และพักร้อนพระราชวังเชินบรุนน์ เป็นสถาปัตยกรรมแบบร็อคโคโค(RococoStyle)และมีจุดเด่นคือ ประติมากรรมเทพเนปจูน

กรุงเวียนนาถึงแม้จะเคยถูกรุกราน หรือถูกทำลายสถาปัตยกรรมต่างๆ แต่ก็สามารถกลับมามีชื่อเสียงจนกลายเป็นนครแห่งการดนตรี ศิลปะ และสถาปัตยกรรมลือชื่อของโลกได้ด้วยพลังของชาวเวียนนาเอง


อ้างอิง :  
 
เวียนนา นครแห่งการดนตรี ศิลปะ และสถาปัตยกรรมลือชื่อของโลก .  สืบค้นเมื่อ วันที่ 7 มีนาคม 2559   จาก: https://www.google.co.th/url?sa=t&rct=j&q=&esrc=s&source=web&cd=1&cad=rja&uact=8&ved=0ahUKEwi-47OS4YjNAhUBs48KHSVVC20QFggaMAA&url=http%3A%2F%2Fwww.ghbhomecenter.com%2Fjournal%2Fdownload.php%3Ffile%3D1525Sep13zQ6qgGz.pdf&usg=AFQjCNFhu2yIYP-qZFWCNTCpBsIWjp4L1w&sig2=2SA4nSyPBzmYIAw7K2_MJg&bvm=bv.123664746,d.c2I

ประเทศออสเตรีย : กรุงเวียนนา. สืบค้นเมื่อ วันที่ 7 มีนาคม 2559 จาก: http://www.vacationzone.co.th/info/index_vianna.php

ประวัติศาสตร์กรุงเวียนนา . สืบค้นเมื่อ วันที่ 7 มีนาคม 2559 จาก: http://www.hoteltravel.com/th/austria/vienna/history-of-vienna.htm

อ่านเพิ่มเติม »

กุสตาฟ ไอเฟล (Gustave Eiffel)

โดย วิระวัลย์ คันธะพฤกษ์

หอไอเฟล  (Eiffel Tower : ภาษาอังกฤษ , Tour Eiffel : ภาษาฝรั่งเศส) เป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่ผู้คนต่างรู้จักกันในนามของประเทศ ฝรั่งเศส หอไอเฟลสูง 324 เมตร หรือ 1,063 ฟุต ซึ่งสูงเท่ากับตึก 81 ชั้น และกลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในโลก เมื่อหอไอเฟลสร้างเสร็จ แทนที่อนุสาวรีย์วอชิงตัน และนับเป็นเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ และจะมีหอไอเฟลนี้ไม่ได้ ถ้าไม่มี กุสตาฟ ไอเฟล วิศวกรและสถาปนิกชาวฝรั่งเศส เขาเป็นผู้ออกแบบหอไอเฟลนั่นเอง หอไอเฟลจึงตั้งชื่อตามสถาปนิกผู้ออกแบบ


กุสตาฟ ไอเฟล

ประวัติ และ การศึกษา

กุสตาฟ ไอเฟล (Gustave Eiffel) หรือ อาเลกซ็องดร์ กูสตาฟว์ แอแฟล (Alexandre Gustave Eiffel)  เขาเกิดวันที่ 15 ธันวาคม ค.ศ. 1832 ณ เมืองดิฌง ประเทศฝรั่งเศส เขาอาศัยอยู่ที่เมืองดิฌงมาตั้งแต่เด็ก จนต่อมาในช่วงการศึกษาต่อ เขาจึงตัดสินใจไปศึกษาต่อที่กรุงปารีส ไอเฟลศึกษาอยู่ที่สถาบัน Ecole Centrale de Paris ในปี ค.ศ. 1862   และไอเฟลจึงได้เจอกับ มารี โกลเดอเลต์ เขาทั้งสองคนจึงได้สมรสกันและมีบุตรด้วยกัน 5 คน ชาย 2 คน และหญิง 3 คน แต่ไม่นานก็มีเรื่องน่าเศร้าของชีวิตคู่พวกเขา เมื่อภรรยาของเขาได้เสียชีวิตในปี ค.ศ. 1877

การทำงาน

หลังจบการศึกษา ชาร์ลส์ เนอป์เวอ ซึ่งเป็นผู้ชักนำไอเฟลให้รู้จักและเข้าสู่วงการก่อสร้างจากการใช้โครงเหล็ก และเขาจึงได้เป็นเลขาของ เนอป์เวอ ต่อมาในปี ค.ศ. 1887 เขาและเพื่อนอีก 2 คนคือ เวอร์ริส คลอกลินและ เอมิล เลจิเย ได้รับงานสร้างหอคอยสูง ร่วมกันเพื่อใช้เป็นที่จัดแสดงสินค้า ในปี ค.ศ. 1890 นั่นก็คือหอไอเฟล


หอไอเฟล

กุสตาฟ ไอเฟล ได้รับการยกย่องว่าเป็นปรมาจารย์ในด้านการก่อสร้างโดยการใช้เหล็ก ซึ่ง หอไอเฟล (Eiffel Tower) นั่นเองเป็นสิ่งที่เขาสร้าง จึงทำให้ผู้คนจดจำมาจนถึงทุกวันนี้ และเขายังได้สร้าง Three-Hinged Arch นอกจากนั้นเขายังมีความสามารถในการสร้างสะพานอีกด้วย อย่างเช่น สะพานข้ามแม่น้ำดูโร (Douro) ซึ่งอยู่ในตอนเหนือของประเทศโปรตุเกส เป็นสะพานที่กว้างที่สุดในตอนนั้น

ในปี ค.ศ. 1889 หอไอเฟล สร้างรายได้จำนวนมากให้แก่ กุสตาฟ ไอเฟล แต่ 1 ปี ต่อมา เขาถูกตัดสินว่าหากำไรจากความล้มเหลวของประเทศฝรั่งเศส จากการสร้างคลองปานามา ซึ่งตอนแรกเป็นความฝันของ เฟอร์ดินา เดอเลเซต วิศวกรชาวฝรั่งเศส ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างคลองสุเอด และต่อมาตั้งใจที่จะสร้างคลองปานามา จึงชักชวนกุสตาฟ ไอเฟล มาให้คำแนะนำในการสร้างทางน้ำผ่านป่าทึบกับตน แต่เขาไม่เห็นด้วย และผลต่อมาพวกเขาขุดคลองผ่านป่าทึบไม่ได้ จึงทำให้รัฐบาลฝรั่งเศสล้มละลาย ไอเฟลจึงถูกจำคุก 24 เดือน แต่ภายหลังถูกยกเลิกแล้ว

เมื่อกุสตาฟ ไอเฟล อายุ 73 ปี เขาได้สร้างห้องทดลองเกี่ยวกับการค้นคว้าอากาศพลศาสตร์ขึ้น ซึ่งเปิดทำการมาจากถึงทุกวันนี้ และเขาก็ได้อุทิศตนให้กับงานวิทยาศาสตร์ไปเรียบร้อยแล้ว เขาเริ่มทดลองแรงต้านทางของลมเป็นครั้งแรก และสิ่งแรกที่เขาสร้างคือ อุโมงค์ลม เป็นจุดกำเนิดของการศึกษาด้านการบิน ของประเทศฝรั่งเศส

ผลงานเด่นๆ ของเขา ได้แก่
  • หอไอเฟล (Eiffel Tower) หอคอยที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศฝรั่งเศสและโด่งดังที่สุด
  • โครงสร้างเหล็ก อนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพ
  • สะพานข้ามแม่น้ำดูโร (Douro) คือสะพานที่กว้างที่สุดในสมัยนั้น
  • Three-Hinged Arch สิ่งนี้เป็นประโยชน์ให้กับคนรุ่นหลังในด้านวิศวกรรมโยธา
บั้นปลายชีวิต

เมื่อวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 1923 กุสตาฟ ไอเฟล ได้เสียชีวิตลง ด้วยวัย 91 ปี เขาเป็นบุคคลสำคัญของโลกที่มีอายุยืนยาวบุคคลหนึ่ง การทำงานรวมไปถึงวิสัยทัศน์ของเขาทำให้ประเทศฝรั่งเศสเป็นแถวหน้าในเรื่องโครงสร้างเหล็ก

กุสตาฟ ไอเฟล ได้พบเจอสิ่งต่างๆมากมาย ที่เข้ามาในชีวิตเขา ทั้งเรื่องที่ดีและเรื่องที่แย่ แต่ผลงานที่ออกมาก็บ่งบอกถึงความสามารถและความพยายามของเขา ในความประสบความสำเร็จนั้น ก็ต้องมีความล้มเหลวมาก่อนเป็นเรื่องธรรมดา ดังนั้นชีวิตคนเราเป็นสิ่งไม่แน่นอน จงทำทุกๆวันให้มีคุณค่ามากที่สุด


อ้างอิง

Marisa. 2559. ประวัตินักวิศวกร. สืบค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2559, จาก : http://marisauden503786.blogspot.com/2009/11/blog-post.html

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. 2559. กุสตาฟ ไอเฟล. สืบค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2559, จาก : https://th.wikipedia.org/wiki/

ศุภณัฐ ชื่นใจดี. 2559. กุสตาฟ ไอเฟล. สืบค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2559, จาก : https://www.facebook.com/

อ่านเพิ่มเติม »

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

โดย กฤตนันท์ วงศ์รัตนชีวิน

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด นั้นเป็นสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆของอังกฤษเลยทีเดียว โดยสโมสรฟุตบอลนี้นั้นมีสนามของตัวเองคือ โอลด์แทรฟฟอร์ด ในเมืองแมนเชสเตอร์ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีความสำเร็จสูงสโมสรหนึ่งโดยชนะเลิศแชมป์ลีกถึง 20 ครั้ง ชนะเอฟเอคัพ 11 ครั้งลีกคัพ 3 ครั้ง ยูโรเปียนคัพ/ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 3 ครั้ง และชนะ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์สคัพอินเตอร์เนชันแนลคัพและ ยูโรเปียนซูเปอร์คัพ อย่างละ 1 ครั้ง โดยสโมสรแมนยูนี้เป็นสโมสรที่มีความนิยมสูงมาก โดยสโมสรนี้นั้นมียอดผู้เข้าชมหรือเชียร์สโมสรนี้มากที่สุดในฟุตบอลอังกฤษตลอด 34 ฟดูกาล


ที่มา: http://www.manutd.com/

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 สโมสรปรับปรุงรูปแบบกิจการเป็นบริษัทมหาชนและต่อมานักธุรกิจชาวอเมริกัน มัลคอล์ม เกลเซอร์ เข้าครอบครองแบบไม่เป็นมิตร และนำสโมสรออกจากตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ตั้งแต่ปีค.ศ. 2005

ประวัติศาสตร์ สโมสรสโมสรในช่วงแรก (1878-1945) สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่จริงแล้วชื่อเดิมของสโมสรนั้น คือ "นิวตัน ฮีท " โดยการก่อตั้งทีมฟุตบอลนั้นเกินขึ้นจากพนักงานการรถไฟสายแลงคาเซี้ยร์ แอนด์ ยอร์ดเชียร์ แผนกรถสินค้าของบริษัทกำลังรับประทานอาหารกันอยู่ ระหว่างนั้นพวกเขาได้หารือกันและพวกเขาจึงได้เริ่มก่อตั้งทีมฟุตบอลนี้ขึ้นมาจนได้ และตระเวณเล่นฟุตบอลอยู่ภายในบริเสณนอร์ธกราวด์ สถานที่ที่พวกเขานั้นใช้ซ้อมก็ใช้พื้นที่ในส่วนของรางรถไฟนั้นเอง โดยใช้เป็นเส้นแบ่งเขตสนาม โดยทีมฟุตบอลของเขานั้นก็สามารถที่จะเล่นฟุตบอลได้ดีเรื่อยมาเสมอๆ โดยชุดแข่งที่ใช้เสื้อสีเขียว-เหลือง อย่างละครึ่ง กางเกงสีดำเป็นชุดเก่ง พนักงานที่อยู่ในแถบนั้น แพ้นิวตัน ฮีท กระจุย

ในปี 1885 สมาชิกในทีมได้ตัดสินใจติดต่อกับการรถไฟ และก่อตั้งทีมเพื่อเป็น บริษัท จำกัด โดยใช้ชื่อว่า นิวตัน ฮีท ฟุตบอลคลับ ผลงานชิ้นแรกของเขาคือการคว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ คัพมาครอง นั้นคือรางวัลแรกของทีมที่เพิ่งก่อตั้งนี้ ในช่วงต้นของสโมสรฟุตบอลทุกๆสโมสร ต่างมีฐานะการเงินที่ย้ำแย่ทั้งนั้น นิวตัน ฮีท ก็เช่นเดียวกัน และในปี 1902 ผู้อำนวยการบริษัทเบียร์ ได้เข้ามาซื้อหุ้นของสโมสร และกรรมการบริหารชุดใหม่ ได้เปลี่ยนชื่อนิวตัน ฮีท เป็น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พวกเขาเริ่มลงเล่นในเสื้อแดงและกางเกงขาสั้นสีขาว


ที่มา: https://th.wikipedia.org/

ภายหลังในยุคของสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้สิ้นสุดลงในที่สุด ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประสบกับปัญหาครั้งใหญ่คือนักเตะไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งอายุที่มากไปและสภาพร่างกายของนักเตะที่แย่ลงอีกด้วยทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยการเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมร่วมเมือง เพื่อขอใช้สนาม เมน โร้ด เป็นสนามเหย้า พร้อมกับแต่งตั้ง แม็ตต์ บัสบี้ เป็นผู้จัดการทีมชุดนั้น และชายผู้นี้แหละที่ได้สร้าง "เร้ด เดวิลส์" ให้กลับขึ้นมาผงาดอีกครั้ง โดยไปพบทีมที่เป็นเด็กในท้องถิ่นจนได้คลองแชมป์ลีกในฤดูกาล 1951-1952 เลยทีเดียวและเป็นจุดเริ่มต้นของยุคต่อไป แต่กลับเกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งใหญ่ขึ้นกับสโมสรฟุตบอลนี้ โดยเกิดอุบัติเหตุกับเครื่องบินที่กำลังจะบินขึ้นฟ้า จนทำให้นักฟุตบอลในทีมเสียชีวิตไปถึง 8 คนหลังจากนั้นทีมจึงได้เริ่มต้นสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เพื่อคว้าแชมป์อีกครั้ง


ที่มา: http://www.grandprix.co.th/

หลังจากนั้นหลายปีสโมสรฟุตบอลนั้นก็ได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงมาอย่างมากมาย มีทั้งแย่ลงและดีขึ้นมาบ้างจนถึงสมัย ในปี 2013–ปัจจุบัน หลังจากผ่านมานานสโมสรก็ได้พัฒนาไปอย่างมาก จนกลายเป็นสโมสรชื่อดังต้นๆแห่งอังกฤษ โดยในปี 2013 หลังจากที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ประกาศวางมือจากการคุมทีมไป หลังจากที่คุมทีมมาอย่างยาวนานกว่า 26 ปีครึ่ง ทางสโมสรก็ได้แต่งตั้ง เดวิด มอยส์ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตันชาวสกอต ให้มารับหน้าที่ผู้จัดการ แต่กลับทำให้ทีมมีผลงานที่ย่ำแย่มาก จนในที่สุดจบฤดูกาล สโมสรก็ได้เพียงอันดับที่ 7 ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบภาคพื้นทวีปได้ อีกทั้งยังทำสถิติที่ย่ำแย่อีกหลายสถิติอีกด้วย จนกลายเป็นสถิติที่แย่ที่สุดของทีมในรอบ 19 ปี ในที่สุดก่อนจะสิ้นสุดฤดูกาลเพียงแค่ 4 นัด ผู้บริหารทีมก็ตัดสินใจปลดมอยส์ออกจากตำแหน่ง พร้อมกับแต่งตั้งไรอัน กิกส์ ปีกซ้ายชื่อดังของทีมวัย 40 ปี รับผิดชอบหน้าที่ผู้จัดการทีมชั่วคราวและผู้เล่นไปในตัวด้วย จนกว่าจะหาผู้จัดการทีมคนใหม่ได้ ที่สุดในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ทางทีมก็ได้แต่งตั้งลูวี ฟัน คาล ผู้จัดการทีมชาติเนเธอร์แลนด์เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ และกิกส์ที่ประกาศเลิกเล่นไปก็รับหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แต่หลังเปิดฟดูกาลมาใหม่ทีมก็ทำคะแนนได้เพียง 2 แต้มเท่านั้นเอง ทำให้ตกรอบ 2 ไปทันที

ในพรีเมียร์ลีกนัดถัดมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ชัยชนะนัดแรก แต่ในนัดต่อมาก็กลับมาแพ้ให้กับทีมเลสเตอร์ซิตี้ และกองหลังของทีมยังถูกใบแดงไล่ออกในตอนท้ายของเกมอีกต่างหาก และมีแต้มหลังจากนั้นเพียง 5 คะแนนเท่านั้นและสถิติของทีมมีสถิติแย่กว่าสมัยของ มอยส์ ซะอีก และมีรายงานว่าผู้เล่นบางคนถึงกับกล่าววาจาหยาบคายออกมาในห้องพักหลังจากแข่งขัน ซึ่งแสดงออกถึงความไม่พอใจในตัวฟัน คาล โดยฟัน คาล ได้กล่าวว่าขอเวลาให้ตนเอง 4 เดือนเพื่อที่จะปรับทีมให้ลงตัวตามแผนการเล่น ทั้งที่ก่อนเปิดฤดูกาลผลงานของฟัน คาล พาทีมชนะรวดทั้งหมด 6 นัดในการแข่งขันนัดอุ่นเครื่อง
เกียรติประวัติ
ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง / เอฟเอ พรีเมียร์ลีก: 20
1907-08, 1910-11, 1951-52, 1955-56, 1956-57, 1964-65, 1966-67, 1992-93, 1993-94, 1995-96, 1996-97, 1998-99, 1999-2000, 2000-01, 2002-03, 2006-07, 2007-08, 2008-09, 2010-11, 2012-13
ฟุตบอลลีกดิวิชั่นสอง: 2
1935-36, 1974-75
เอฟเอคัพ: 11
1909, 1948, 1963, 1977, 1983, 1985, 1990, 1994, 1996, 1999, 2004
ดังนั้นสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้นเป็นสโมสรที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆของอังกฤษ โดยมีการเริ่มต้นจากพนักงานที่นั่งทานข้าวกันจนทำให้มีการคุยกันและเกิดเป็นสโมสรฟุตบอลจนได้ และได้ฝึกฝนและมีการเปลี่ยนนายทุนและชื่อทีมจนทีมมีความลงตัวและสมบูรณ์ และทำชื่อเสียงให้กับประเทศมากและขึ้นนำจนกลายเป็นสมสรที่มีชื่อดังทั่วโลกและมีคนรักและเชียร์เป็นจำนวนมากหรือคือสโมสรฟุตบอลนี้นั้นมีสภาพและความสามารถอยู่ในที่ต้นๆของโลกแล้วนั้นเอง ถือว่าประสบความสำเร็จในที่สุด


อ้างอิง

ประวัติสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด. สืบค้นเมื่อ 2 พ.ค 2559, จาก http://www.glory-manutd.com/

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด. สืบค้นเมื่อ 2 พ.ค 2559, จาก https://th.wikipedia.org/wiki/

ประวัติแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด. สืบค้นเมื่อ 2 พ.ค 2559, จาก http://www.redarmyfc.com/history.php



อ่านเพิ่มเติม »