แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอที แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ไอที แสดงบทความทั้งหมด

ฟอนต์ (font) กราฟฟิกที่มองผ่านตัวอักษร

โดย จิราพร สาระนันท์

เมื่อฟอนต์กลายมาเป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้กับงานออกแบบในปัจจุบัน การสร้างงานใดๆ เริ่มตั้งแต่เอกสารทั่วไป รายงานราชการ รูปเล่มหนังสือ การ์ด โลโก้ โปสเตอร์ ป้ายโฆษณาอื่นๆ ฟอนต์จะถูกนำมาสื่อสารตามจุดประสงค์ของงานเพื่อให้ผู้อ่านเข้าถึงอารมณ์งานนั้นจริงๆ จึงปฏิเสธไม่ได้ว่า ฟอนต์ เป็นสิ่งที่จะทำให้ตัวหนังสือต่างๆ ที่เผยแพร่ออกมาดูมีคุณค่า มีความสวยงาม มีความเหมาะสมในตัวเอง และ “ฟอนต์” นี่เองที่เป็นตัวตัดสินแรกๆ ว่าจะทำให้คนดูรู้สึกอยากอ่านหรือไม่อยากอ่านงานของเรา

นอกจากการออกแบบสร้างสรรค์รูปภาพที่สวยงาม องค์ประกอบสี เนื้อหาการบรรยายที่น่าสนใจ ชวนดึงดูดให้ติดตาม สิ่งหนึ่งที่สำคัญและไม่ควรมองข้ามในงานออกแบบผลงานหรือผลิตภัณฑ์เลยคือเรื่องของการใช้ “ฟอนต์ (font)” หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “รูปแบบตัวอักษร” ซึ่งในหลายครั้งที่งานออกแบบก็มาพลาดเพราะสิ่งนี้ การออกแบบที่ดีจึงจะต้องรู้จักเลือกฟอนต์ที่เหมาะสมต่องาน ซึ่งจะสามารถสร้างความแตกต่าง ความสวยงาม และทำให้งานดูดีมีมูลค่าได้อย่างเห็นได้ชัด เพื่อที่จะให้ผู้อ่านรู้สึกถึงอารมณ์ของงานที่เราสื่อสารออกไป
                     

ที่มา : https://www.siamzone.com/

ฟอนต์ (Font)  เป็นรูปแบบตัวอักษรมีอยู่มากมายในวินโดวส์ การเลือกใช้งานฟอนต์นั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในแต่ละงาน ฟอนต์ทุกๆ แบบมีชื่อประจำทั้งฟอนต์สากล หรือฟอนต์อื่นๆ ที่อาจรู้จักในวงจำกัดเพราะอาจถูกออกแบบไว้ใช้สำหรับภาษาที่ใช้ในแต่ละประเทศ

ในขณะเดียวกันอาจกล่าวได้ว่า ฟอนต์ก็คือภาษาภาพที่วิวัฒนาการจากลายมือของมนุษย์ เป็นรูปแบบตัวอักษรที่ได้รับการปรับเปลี่ยนให้เหมาะกับงานตามยุคสมัย

การส่ง “สาร” ให้ถึงผู้อ่านคือหน้าที่ของ “ฟอนต์” หากเลือกฟอนต์ได้ถูกต้องเข้ากับงานจะทำให้ผู้อ่านเดาได้ว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับอะไร ทั้งนี้ฟอนต์เป็นสิ่งสร้างภาพจำในใจผู้อ่าน เป็นอักษรสร้างอารมณ์ เพิ่มความน่าสนใจให้งานออกแบบดูโดดเด่น ซึ่งในการปรับแต่งนั้นคงไม่ใช่แค่การทำให้ตัวอักษรดูใหญ่ หนา เด่น ชัดอ่านง่ายเพียงเท่านั้น แต่การออกแบบควรจะสามารถทำด้วยวิธีการที่หลากหลายแล้วแต่ความคิดสร้างสรรค์ เช่น การใช้รูปทรงต่างๆ การจัดวาง หรือการเลือกใช้สีและลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์มาประกอบด้วย ดังนั้นการเลือกรูปแบบตัวอักษร การประยุกต์ใช้ การใส่ลูกเล่นต่างๆ จึงมีความสำคัญอย่างมาก


ที่มา : https://www.siamzone.com/

นอกจากการเลือกฟอนต์ใดๆ มาใช้งานแล้ว การวางตำแหน่งตัวอักษรให้เหมาะสมกับพื้นที่ว่างและองค์ประกอบต่างๆ ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่มีความสำคัญกับการออกแบบตัวงาน หากเป็นงานประเภทที่มีตัวหนังสือเยอะ เนื้อหาอ่านยาก ยิ่งต้องระวังการเว้นวรรคหรือช่องไฟระหว่างตัวอักษร ควรเลือกฟอนต์ที่ชวนอ่าน อ่านง่าย สบายตา  ถ้าตัวเล็กเกินไปหรือเบียดเกินไป อาจทำให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกขังอยู่ในที่แคบๆ และชวนปวดศีรษะ หากต้องการเน้นข้อความให้เกิดจุดเด่นก็ควรทำเพียงชุดเดียว จึงจะทำให้ไม่สับสน


ที่มา : https://www.katemoross.com/

ปัจจุบันมีเว็บไซต์หลายเว็บที่ให้บริการดาวน์โหลดฟอนต์ฟรี อย่างเช่น ฟอนต์.คอม เป็นเว็บไซต์สำหรับผู้สนใจในการออกแบบ ใช้งานฟอนต์ และแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการออกแบบอื่นๆ อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดฟอนต์ไปใช้งานได้ฟรี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด แต่ต้องอยู่ภายใต้สัญญาอนุญาตที่มีการระบุข้อตกลงพิเศษเฉพาะฟอนต์ และอีกหนึ่งแอปพลิเคชันอย่าง Microsoft Font Maker แอปสร้างฟอนต์ด้วยลายมือของเราเองบน Windows 10 เพียงแค่เราเขียนตัวอักษรให้ตรงกับช่องตัวอักษรที่กำหนดแล้วแอปจะสร้างฟอนต์ให้เราใช้งานเป็นอันเสร็จสิ้น อย่างไรก็ตามสามารถสร้างได้แค่ฟอนต์ภาษาอังกฤษเท่านั้น ยังไม่รองรับการสร้างฟอนต์ภาษาไทย

ทำไมเราต้องให้ความสำคัญกับตัวอักษรกันขนาดนั้นด้วย? ก็เพราะตัวอักษรทุกตัวสามารถดึงดูดสายตาของกลุ่มเป้าหมายได้ดี และเพื่อให้เกิดการจดจำได้ง่ายเราจึงควรเลือกใช้หรือออกแบบมาพร้อมกับ Story ที่บอกเล่าเรื่องราวและบุคลิก หรือที่มาที่ไปของตัวอักษรนั้นๆ เพื่อความสวยงามในการนำเสนองาน


อ้างอิง  

ตุลย์ เล็กอุทัย. (2556). อักษรอารมณ์. ค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2562, จาก https://www.posttoday.com/life/life/253993https://www.posttoday.com/life/life/253993

ทีปกร วุฒิพิทยามงคล. (2561). ไม่มีวันไหนที่เราไม่เห็นตัวอักษร. ค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2562, จาก https://thematter.co/pulse/cadson-demak-bits/61525

เบญสิร์ยา ปานปุญญเดช. (2555). รูปแบบของตัวอักษร. ค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2562, จาก http://www.km-web.rmutt.ac.th/?p=315#

ปิยะนุช พร้อมประพันธ์. (2560). Typography แค่ตัวอักษรต้องสอนกันด้วยหรอ?. ค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2562, จาก https://medium.com/@agencylikeme/

ฟอนต์.คอม. ฟอนต์เติมวิญญาณใส่งานอักษร. ค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2562, จาก  https://www.f0nt.com.
The paperless. (2560).

“ฟอนต์” นั้นสำคัญไฉน กับ 5 เหตุผลที่เราต้องใส่ใจ “ฟอนต์”. ค้นเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2562, จาก https://www.thepaperless.co/

อ่านเพิ่มเติม »

สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs)

โดย ธนลาภ วิรุณพันธ์

ถ้าพูดถึง สมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สื่อสารที่ชาวโลกยอมรับและนิยมใช้กันมากจากบุคคลผู้มีความคิดอัจฉริยะและทรงคุณค่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหน”สตีฟ จ็อบส์” นั่นเองจากผลงาน ที่ชื่อว่า apple ซึ่งเป็นบริษัทที่เขาก่อตั้งขึ้นมาจากน้ำพักน้ำแรงของเขา ซึ่งเป็นแบรนด์ที่มาแรงกว่ากระแสอื่นๆ ที่ผู้คนทั่วโลกจับตามองในชิ้นงานที่เขาสร้างขึ้นมาเป็นรุ่นๆ

สตีฟ จอบส์ (Steve Jobs หรือ Steven Paul Jobs) เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ปี 1955 เป็น บุตรชาย ของ คุณ อับดุลฟัตตะห์ จอห์น จันดาลี กับ คุณ โจแอน แคโรลด์ ชีเบิล ซึ่ง ในขณะนั้นเองพ่อแม่ของ เขา มีอายุเพียงได้แค่ 23ปี และยังเป็น นักศึกษา อยู่ และไม่นานทั้งคู่ก็ได้ตัดสินใจ ยก สตีฟ จอบส์ ให้เป็นบุตรบุญธรรม แก่ คุณ Paul Reinhold Jobs และ คุณ Clara Jobs สำหรับการใช้ชีวิตในช่วงวัยเด็กจนถึงเรียนจบ นั้น สตีฟ จอบส์ เขาได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างจาก พ่อบุญธรรมของเขา ตั้งแต่ ประกอบวงจรคอมพิวเตอร์ ซ่อมรถ และ ความสามารถทางด้านการต่อรองทางด้านการตลาด



ในปีค.ศ. 1972 สตีฟ จอบส์ จบการศึกษาจาก โฮมสตีดไฮสคูล ในเมืองคิวเปอร์ทีโน มลรัฐแคลิฟอร์เนีย และได้สมัครเข้าเรียนต่อที่วิทยาลัยรีด (Reed College) ในเมืองพอร์ตแลนด์ มลรัฐโอเรกอน แต่ก็ต้องลาพักการเรียนหลังจากเข้าเรียนได้เพียงหนึ่งภาคการศึกษา

ผลงานชิ้นแรกที่สร้างชื่อให้ สตีฟ จ๊อบส์ คือเครื่องคอมพิวเตอร์แอปเปิ้ล II (Apple II) ซึ่งเป็นผลงานที่สร้างและออกแบบในโรงรถของบ้านของเขา และได้วางขายเมื่อปี ค.ศ. 1977อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์ใหม่ๆหลังจากนั้น กลับไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก จนเมื่อถึงปี ค.ศ. 1985 จอบส์ก็ถูกบีบให้ต้องลาออกจากบริษัทแอบเปิ้ลคอมพิวเตอร์ที่เขาเองร่วมก่อตั้งขึ้นมาแต่จุดนี้เองที่ สตีฟ จ๊อบส์กล่าวว่า เป็นช่วงที่ทำให้เขามีความคิดสร้างสรรค์มากที่สุด

หลังจากที่เขากลับมาทำงานกับแอปเปิ้ลอีกครั้ง เขาได้กอบกู้บริษัทแอปเปิ้ลที่เกือบล้มละลาย ได้สร้างผลิตภัณฑ์ที่สร้างชื่อให้แอปเปิ้ล และเป็นที่นิยมอย่างสูงสุด เช่น คอมพิวเตอร์ iMac iPod iPhone และ iPad นวัตกรรมเหล่านี้ทำให้แอปเปิ้ลเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยได้แซงหน้าคู่แข่งตลอดกาลอย่างไมโครซอฟท์ (Microsoft) ได้สำเร็จ

จอบส์เข้าพิธีสมรสกับลอเรนซ์ พาวเวลล์ เมื่อวัน18 มีนาคม ค.ศ. 1991 และมีบุตรด้วยกันสามคน จอบส์ยังมีลูกสาวหนึ่งคน ชื่อลิซา จอบส์ ที่เกิดจากสตรีผู้หนึ่งซึ่งเขาไม่ได้แต่งงานด้วย

เขาเป็นนักประดิษฐ์ ที่มักจะท้าทายขีดความสามารถของอุปกรณ์ไฮเทคอยู่เสมอ เขาพยายามอย่างมากที่จะนำเสนอนวัตกรรมที่ผู้บริโภคต้องการ ก่อนที่ผู้บริโภคจะรู้ความต้องการของตัวเองเสียอีก

จอบส์ลาออกจากการเป็น CEO ของแอปเปิ้ลเมื่อเดือนสิงหาคม ค.ศ. 2011 หลังจากต้องพักงานไปหลายครั้งเนื่องจากปัญหาด้านสุขภาพ เขาได้ต่อสู้กับโรคมะเร็งตับอ่อนตั้งแต่ปี ค.ศ. 2004 จนกระทั่งในวันที่ 5 ตุลาคม ค.ศ. 2011 สตีฟ จอบส์ก็ได้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งตับอ่อน ด้วยวัย 56 ปี เขาจากไปอย่างสงบ หลังจากที่แอปเปิ้ลคอมพิวเตอร์ ประกาศเปิดตัว IPhone 4S ได้เพียงแค่วันเดียว



สตีฟ จ๊อบ ก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วๆไป ที่เกิดมาแบบไม่ได้พร้อมไปทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่เขามีก็คือ ความใฝ่ฝัน และ ความเชื่อมั่นในตัวเอง เขามีวิธีในการทำงานร่วมกับคนฉลาดเพื่อทำความฝันของเขาให้เป็นจริง หนึ่งสิ่งที่ต้องทำให้ได้ก็คือเชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อว่าตัวเองก็เกิดมาเพื่อจะประสบความสำเร็จแต่สิ่งที่ทำให้ชาวโลกได้เห็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจกับลูกเล่นบนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์อื่นๆนั้น เขาเป็นต้นแบบที่ดีของชาวโลก แต่สิ่งที่เสียดายที่สุดชายคนนี้ไม่มีให้ชาวโลกได้เห็นได้พัฒนาอะไรที่มันน่าจะสุดยอดไปกว่านั้น ถ้าเขายังอยู่ทุกคนคงจะเห็นเขาคนนี้ได้ มายืนบนเวทีการเปิดตัวอะไรใหม่ๆให้ชาวโลกได้เห็นครับผม…….


อ้างอิง

Steve Jobs (ประวัติ สตีฟ จ๊อบส์). สืบค้นเมื่อ 1 มี.ค 2559, จาก: http://www.fleth.co.th/index.php/

ประวัติ สตีฟ จอบส์ Steve Jobs. สืบค้นเมื่อ 1 มี.ค 2559, จาก: http://www.neutron.rmutphysics.com/science-news/index.php?option=com_content&task=view&id=2098&Itemid=4

วิกีพีเดียว สารานุกรมเสรี. สตีฟ จอบส์. สืบค้นเมื่อ 15 มี.ค 2559, จาก :  https://th.wikipedia.org/wiki/สตีฟ_จ๊อบส์

อ่านเพิ่มเติม »