แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทพนิยาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เทพนิยาย แสดงบทความทั้งหมด

ไอซิส (Isis) เทพีผู้ยิ่งใหญ่

โดย กิตติยา เพียตุ

ชาวอียิปต์นับถือบูชาเทพเจ้าหลายองค์ (Polytheism) โดยเชื่อว่าธรรมชาติซึ่งบันดาลความผาสุก ความดีงาม หรือความหายนะให้แก่มนุษย์นั้น ล้วนแล้วแต่เป็นการกระทำของเทพเจ้าทั้งสิ้น แต่ละเมืองของอียิปต์จะมีเทพเจ้าประจำเมือง ชาวอียิปต์โบราณเชื่อว่าคนตายแล้วจะกลับคืนชีพมาใหม่เหมือนดวงอาทิตย์ที่หายลับขอบฟ้าในยามเย็น และกลับขึ้นมาใหม่ในวันรุ่งขึ้น ความเชื่อเรื่องเทพเจ้าจึงฝังลึกในวิถีชีวิตของชาวอียิปต์โบราณ โดยในที่นี้จะขอกล่าวถึงเฉพาะ เทพีไอซิส ซึ่งเป็นเทพีที่ได้รับความนิยมนับถือมากองค์หนึ่ง
     

เทพีไอซิส

ลักษณะของเทวีไอซิสมีสัญลักษณ์แทนพระองค์ได้หลายแบบ โดยพระนางอาจเป็นมนุษย์ที่มีศีรษะเป็นวัว หรืออาจมีดวงจันทร์สวมอยู่บนศีรษะ บางครั้งก็จะสวมมงกุฎรูปดอกบัว นอกจากนี้จะมีหูเป็นข้าวโพด หรือถือขาแพะเอาไว้ในมือ ซึ่งแสดงถึงสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ แต่ถ้าเป็นลักษณะของรูปปั้น มักจะเป็นรูปของพระมารดากำลังให้นมเทพเจ้าฮอรัสอยู่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการคุ้มครองเด็กจากโรคภัยไข้เจ็บ ส่วนบนศีรษะก็จะมีเขาสองเขา และมีวงสุริยะอยู่ตรงกลาง

เทพีไอซิสเป็นธิดาของเทพรากับเทพีนุต (หรือ เทพีนัต) ซึ่งต้นกำเนิดของพระนางเริ่มมาจาก หลังจากที่เทพราได้อภิเษกกับเทพีนุตแล้วเทพราปรารถนายิ่งนักที่จะได้โอรสธิดา แต่เทพีนุตก็ไม่ทรงครรภ์เทพราทรงพิโรธ จึงได้สาปว่าเทพีนุตไม่มีวันที่จะตั้งครรภ์ได้เทพีนุตเสียใจเป็นอันมากจึงได้ไปปรึกษาเทพธอทแห่งความรอบรู้ ซึ่งหลงรักเทพีนุตตลอดมาเทพธอทจึงแลกเปลี่ยนว่าถ้าเทพีนุตมีโอรสธิดาให้เทพราได้ พระนางต้องมอบความรักให้แก่เทพธอทซึ่งเทพีนุตก็ได้ตอบตกลง จนในที่สุดเทพีนุตได้ให้กำเนิดโอรสธิดาทั้งหมด 5 พระองค์ ได้แก่ เทพโอซีริส เทพฮามาร์คิส เทพเซต เทพีไอซิส และเทพีเนฟธิส

เทพีไอซิสได้หลงรักเทพโอซิริส ซึ่งเป็นพี่น้องกันได้หลงรักกันตั้งแต่อยู่ครรภ์ของเทพีนุต เทพีไอซิสคิดอยากให้เทพโอซิริสได้ขึ้นครองบัลลังก์ไอยคุปต์จึงใช้สติปัญญาของพระนางลวงเทพรา จนเทพราหลงบอกพระนามจริงซึ่งผู้ใดรู้จะมีอิทธิฤทธิ์ยิ่งใหญ่ พระนางเลยมอบฤทธิ์ให้แก่เทพโอซิริส เทพราจึงสละบัลลังก์ให้แก่เทพโอซิริส เมื่อเทพโอซิริสขึ้นเป็นเทพราชาพระองค์จึงจัดอภิเษกสมรสกับเทพีไอซิสเป็นพระราชินี ในช่วงที่พระองค์ปกครองอยู่นั้น อียิปต์เจริญรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ทรงสอนให้ประชาชนเรียนรู้อารยธรรมและประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ มากมาย
                               

เทพีไอซิสและเทพโอซิริส

เมื่อเทพเซตที่ถือว่าเป็นเทพแห่งความชั่วร้ายเห็นดังนี้จึงเกิดความอิจฉาริษยา จึงอยากจะขึ้นปกครองแทนโอซิริส จึงได้วางแผนฆ่าโอซิริส แล้วนำโลงไปลอยในแม่น้ำไนล์  ทำให้เทพีโอซิสเสียใจเป็นอย่างมาก และในขณะนั้นพระนางได้ตั้งครรภ์อยู่ด้วย โอรสของเทพีไอซิสคือเทพฮอรัส และด้วยความรักที่พระนางมีต่อเทพโอซิริส พระนางจึงได้ออกไปตามหาสามีทั่วแม่น้ำไนล์

ในที่สุดเทพีไอซิสก็พบพระศพของเทพโอซิริสแต่เทพเซตก็สามารถตามหาพระศพเจอเช่นกันเทพเซตจึงทำการฉีกศพเทพโอซิริสจนขาดวิ่นและโยนศพนั้นทิ้งไปทั่วไอยคุปต์ทำให้เทพีไอซิสต้องออกตามหาพระศพของเทพโอซิริสอีกครั้ง โชคร้ายกว่านั้นคือเทพเซตได้ส่งงูร้ายตามไปสังหารเทพฮอรัสที่ยังเป็นเพียงแค่ทารกจนตาย เพื่อที่จะได้ขจัดเสี้ยนหนามที่ขวางทางการขึ้นเป็นราชาให้หมดไป

เทพีไอซิสต้องการแก้แค้นเทพเซตจึงแปลงกายเป็นเทพีเนฟธิสเพื่อขอคำสาบานจากเทพเซตว่าจะไม่ทำร้ายโอรสของพระนางอีกจนกว่าโอรสของพระนางจะทำร้ายท่านซึ่งจะทำให้เทพโฮรัสสามารถฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้อีกครั้งอย่างสำเร็จและปลอดภัยจนกว่าจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ด้วยความที่เทพเซตคิดว่าเทพีเนฟธิสเป็นผู้พูดเทพเซตจึงตกปากรับคำสาบานนั้นไป ทันใดนั้นเองเทพีไอซิสแปลงกายกลับสู่ร่างเดิมทำให้เทพเซตโกรธแค้นเป็นอย่างมาก

หลังจากที่ติดตามหาชิ้นส่วนของเทพโอซิริสมาตลอดหลายปีเทพีไอซิสก็สามารถตามหาชิ้นส่วนได้จนครบ และนำชิ้นส่วนกลับมาประกอบพิธีศพได้อีกครั้ง โดยมีเทพอานูบิส เทพแห่งความตาย เป็นผู้ทำพิธีศพให้ โดยพิธีศพมีการพันผ้ารอบศพและลงน้ำยา จนก่อให้เกิดเป็นมัมมี่นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หลังจากประกอบพิธีศพแล้วเทพโอซิริสก็สามารถไปถึงดินแดนแห่งความตายได้ พระองค์ได้ขึ้นเป็นใหญ่ถึงขนาดเป็นราชาแห่งโลกของคนตาย

เมื่อฮอรัสเติบโตขึ้น ได้รับการฝึกเพลงอาวุธและเวทมนต์จากพระมารดาและเทพฮามาคิสต์ผู้เป็นลุง เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว ฮอรัสและฮามาคิสต์พร้อมเหล่านายทัพ ก็ยกไพร่พลมาชิงบัลลังก์คืน และล้างแค้นให้พระบิดา กองทัพของเซตปะทะกับกองทัพของฮอรัสที่เอ็ดฟู ริมแม่น้ำไนล์ และสงครามก็เริ่มขึ้น หลังจากต่อสู้ได้ไม่นานทหารของเซต ก็เริ่มล่าถอย ฮามาคิสต์ได้กลายร่างเป็นสฟิงส์ยักษ์ และตะปบเหล่าทหารศัตรูที่กำลังแตกพ่ายเอาไว้ได้ แต่เซตยังไม่ยอมแพ้ พระองค์โจนลงแม่น้ำไนล์ และได้แปลงร่างเป็นฮิปโปยักษ์เข้าเล่นงานฮอรัส  ฮอรัสกระโดดขึ้นหลังของมัน และเสกฉมวกเหล็กยาวสามสิบฟุตแทงลงไปยังศรีษะฮิปโป ทะลุผ่านสมอง ยังผลให้เทพเซตสิ้นพระชนม์ทันที ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้ฮอรัสได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองเมืองอย่างสงบสุขในเวลาต่อมา


เซตต่อสู้กับฮอรัส
ที่มา http://www.komkid.com/

กล่าวได้ว่าเทพีไอซิสเป็นเทพีผู้เปี่ยมไปด้วยความรักที่มีต่อสามีและลูกของตน  ผู้คนต่างยกย่องตำนานรักของเทพีไอซิสและเทพโอซิริสว่าเป็นตำนานรักที่ยิ่งใหญ่ตำนานหนึ่ง จึงทำให้ผู้คนศรัทธาในตัวของพระนางเป็นอย่างมาก และในปัจจุบันชาวอียิปต์ก็ยังนับถือและศรัทธาเทพีไอซิสอยู่


อ้างอิง 

ตำนานศึกเทพเจ้าแห่งไอยคุปต์ สืบค้นเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2561, จาก http://www.komkid.com/ตำนาน/ศึกเทพเจ้าไอยคุปต์/

เทพีแห่งสันติภาพไอซิส (Isis). สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2561, จาก
http://phoebeistelling.blogspot.com/2017/02/isis.html#!/2017/02/isis.html

เทพเจ้าอียิปต์โบราณ รูปและตำนานเทพเจ้าแห่งอียิปต์. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2561, จาก
http://www.oceansmile.com/Egypt/God.htm

Legend Isis เทวีไอซิส พระแม่แห่งอียิปต์. สืบค้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2561, จาก
http://legendtheworld.blogspot.com/2013/09/isis-goddess-of-fertility.html

อ่านเพิ่มเติม »

ตำนานคนแคระ (Dwarf)

โดย ภวิสสติ ศรีเมืองทอง

จากตำนานนิยายปรัมปราชื่อดังหลายๆเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งมหัศจรรย์ จะต้องมีเนื้อเรื่องของชนเผ่าหนึ่งที่มีความสามารถด้านการช่าง มีฝีมือในการทำอาวุธ ถึงแม้จะรูปร่างที่เตี้ยแต่เต็มไปด้วยความสามารถซึ่งจะเห็นได้จากภาพยนต์ฟอร์มยักษ์หลายๆ เรื่องที่ได้ทำเนื้อถึงกับชนเผ่านี้ ซึ่งถือได้ว่าเป็นตัวละครสำคัญในหนังเลยก็ว่าได้

“คนแคระ”(Dwarf) เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏในตำนานนิยายปรัมปราในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียและเยอรมันซึ่งจะปรากฏในเทพนิยาย นิยายแฟนตาซีหรือว่าพวกเกมอาร์พีจี ซึ่งคนแคระจะมีพรสวรรค์พิเศษโดยเฉพาะที่เกี่ยวกับด้านการทำเหมืองและการทำโลหะ แนวคิดที่เกี่ยวกับการกำเนิดตำนานของคนแคระไม่สามารถระบุได้แต่แหล่งกำเนิดที่ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่สามารถค้นพบคือตำนานตลาดของ เจอร์ เมนิก ที่สืบทอดมาจากตำนานนอร์ธ แต่ก็ยังหาหลักฐานได้ยากเพราะมีหลายรูปแบบเรื่องราวที่พูดถึงต่อๆ กันมา ทำให้เรื่องคนแคระเปลี่ยนไป ทำให้คนแคระกลายเป็นตัวตลกขึ้นและเชื่อถือเรื่องโชคลาง


ที่มา: https://houseofgeekery.com/

ลักษณะภายนอกของคนแคระจะมีลักษณะคล้ายมนุษย์ โดยวิเคราะห์ตามลักษณะตามธรรมชาติจากข้อมูลที่เก่าแก่ของคนแคระเชื่อได้ว่าในยุคแรกนั่นแหละคนแก่มีความสูงพอกันกับมนุษย์ แต่ต่อมาปัจจบันคนแคระจะมีลักษณะเตี้ยแคระ ตัวท้วมตัน ซึ่งบทบาทของคนแคระในตำนานนั้นจะเกี่ยว กับเรื่อง ความตาย มีสีผิวซีด ผมเข้ม นับถือลัทธิภูติผี ซึ่งจะสอดคล้องกันกับเรื่องความตาย บางครั้งก็เหมือนกับพวก “Vaettir” หรือจิตวิญญานแห่งธรรมชาติซึ่งก็คือเอลฟ์

อายุไขของคนแคระ เฉลี่ย 250 ปี ซึ่งในนิยายปัจจุบันหรือภาพยนต์ความสูงของคนแคระนั้นจะสูงกว่าเอวมนุษย์เพียงนิดเดียว หรือประมาน 120-150 เซนติเมตร

รวมถึงการใช้ชีวิตใต้พื้นดินของพวกคนแคระ เมื่อตำนานปรัมปราของคนแคระที่พัฒนาการต่อกันมาทำให้มีความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ การทำให้คนแคระมีความลึกลับมากขึ้น ดูน่าขบขันและมีรูปร่างเตี้ยลงจนน่าเกลียดตามภาพลักษณ์ในยุคใหม่ รวมถึงการใช้ชีวิตใต้พื้นดินของคนแคระก็โดดเด่นขึ้น แต่เนื่องจากคนแคระมีชื่อเสียงในการสร้างของวิเศษในตำนานมากมาย เพราะว่าคนแคระนั้นเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีทักษะในด้านโลหะสูงมาก ซึ่งปรากฏในเทพนิยายหรือนิทานพื้นบ้านในยุคหลังมากขึ้น นอกจากนั้นคนแคระในยุคใหม่มีความเจ้าเล่ห์แสนกลมากขึ้นซึ่งเพิ่มเติมไปจากคนแคระตั้งแต่ยุคแรก จึงทำให้คนแคระในยุคใหม่ มีลักษณะเฉพาะตัวคือ ผมดก มีร่างกายที่เตี้ยแคระ แต่มีความสามารถในการทำเหมืองและการทำโลหะสูง แต่นี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งเพราะประวัติศาสตร์และของที่ของแต่ละท้องถิ่น นั้นทำให้คนแคระนั้นแตกต่างออกไป แล้วแต่ตำนานของแต่ละที่นั้น


ที่มา: https://th.wikipedia.org/

คนแคระในจินตนิยาย ของ เจ. อาร์. อาร์. โทลคีน มีลักษณะที่ เตี้ย ตัวล่ำ มีหนวดเคราที่ยาว และเป็นช่างที่ชำนาญ คนแคระจะเรียกตัวเองว่า คาซัค เป็นชื่อที่เทพอาวเลตั้งให้ซึ่งเป็นเทพแห่งการช่าง แต่พวกเอลฟ์จะเรียกว่า เนากริม ซึ่งมีความหมายว่า ชนผู้ไม่เติบโตอีกแล้ว

อาวเล สร้างคนแคระขึ้นในยุคเมลคอร์กำลังเรืองอำนาจสร้างความวุ่นวายอยู่บนโลก ดังนั้นพระองค์จึงสร้างให้คนแคระมีความทรหดอดทนไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจชั่วร้ายโดยง่าย

ซึ่งคนแคระในวรรณกรรมของ โทลคินนั้น จะพบได้ในเรื่อง เดอะฮอบบิท เดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ ตำนานบุตรแห่งฮูริน ฯลฯ

คนแคระที่เทพเจ้าอาวเลสร้างขึ้นครั้งแรก มีจำนวนเจ็ดคน ได้ชื่อว่าเป็นบิดาของคนแคระ โดยมี ดูรินผู้อมตะ (Durin the Deathless) เป็นคนแคระที่มีอาวุโสสูงสุด ผู้ริเริ่มการก่อตั้งอาณาจักรคนแคระบนโลก ที่มหานครใต้ขุนเขา ต้นตระกูลอีกสองคนไปตั้งอาณาจักรของตัวเองที่ทางตะวันตกของมิดเดิลเอิร์ธ ส่วนอีกสี่คนที่เหลือไปตั้งอาณาจักรที่ดินแดนตะวันออกไกลของมิดเดิลเอิร์ธ

คนแคระแบ่งออกได้เป็นสามตระกูลใหญ่ คือ ลองเบียร์ด ไฟร์เบียร์ด และ บรอดบีม คนแคระในตระกูลลองเบียร์ด บางครั้งเรียกว่า พลเมืองของดูริน มีจำนวนมากที่สุดและมีบทบาทอยู่มากในยุคที่สาม คนแคระทั้งสามตระกูลปกครองอาณาจักรต่าง ๆ ในมิดเดิลเอิร์ธดังนี้
• โนกร็อด อาณาจักรคนแคระในยุคที่หนึ่ง เมืองของคนแคระสายวงศ์ ไฟร์เบียร์ด
• เบเลกอสต์ อาณาจักรคนแคระในยุคที่หนึ่ง เมืองของคนแคระสายวงศ์ บรอดบีม
• คาซัดดูม หรือ มอเรีย อาณาจักรคนแคระแห่งแรก ตั้งขึ้นตั้งแต่ยุคที่หนึ่ง เมืองของคนแคระสายวงศ์ ลองเบียร์ด
• เอเรบอร์ หรือภูเขาโลนลี่ อาณาจักรคนแคระที่ตั้งขึ้นในยุคที่สาม แยกตัวออกมาจากคาซัดดูม พลเมืองจึงเป็นตระกูล ลองเบียร์ด เช่นกัน
นอกจากนี้ยังมีเผ่าพันธุ์เล็ก ๆ ของคนแคระอีกกลุ่มหนึ่ง คือ คนแคระค่อม (Petty Dwarves) ภาษาซินดารินเรียกว่า นอยกิธนิบิน ปรากฏในงานเขียนเรื่อง ตำนานบุตรแห่งฮูริน ตำนานเล่าว่าพวกเขาถูกเนรเทศออกจากอาณาจักรของคนแคระด้วยความผิดอย่างใดอย่างหนึ่ง ต้องเร่ร่อนไปในดินแดนเบเลริอันด์ นานไปฝีมือช่างก็ด้อยลง ร่างก็เล็กแกร็นลง จนต้องหาเลี้ยงชีพด้วยการขุดของป่าและด้วยการลักขโมย คนแคระค่อมคนสุดท้ายที่ปรากฏในตำนานคือ มีม


ภาษา คุซดุล

ภาษาของคนแคระ คือ คุซดุล (Khuzdul) เป็นภาษาที่เข้าใจเฉพาะของเผ่าคนแคระด้วยกันเอง เอาไว้เพื่อติดต่อกัน คนแคระจะถนัดการใช้อาวุธจำพวกขวาน แต่ก็มีความสามารถในการสร้างอาวุธที่ยอดเยี่ยม และการที่คนแคระอาศัยอญุ่ใต้ภูเขาจึงทำให้ไม่สามารถทำการเกษตรได้ อาหารของคนแคระจึงได้มาจากการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับเอลฟ์

อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่ภาพที่ติดตาคนทั่วไปเกี่ยวกับคนแคระ คือเป็นชนเผ่าที่มีความสามารถในการทำเหมืองผลิตอาวุธซึ่งมาจากหนังดังเรื่อง the lord of the ring ซึ่งเป็นตัวละครที่มีบทบาทมาก และในปัจจุบันยังมีเรื่อง the Hobbit ที่ทำให้คนแคระในตำนานของโทลคินไปอยู่ในความทรงจำของใครหลายๆคน



อ้างอิง


World of history.เปิดตำนานคนแคระ.(online),สืบค้นเมื่อวันที่ 25/9/2559,จาก: http://writer.dek-d.com/citiphte/story/viewlongc.php?id=399131&chapter=34

วิกิพีเดีย.คนแคระ(มิดเดิลเอิร์ท).(online),สืบค้นเมื่อวันที่ 26/12/2559,จาก: https://th.wikipedia.org/

เผ่าต่างๆในเรื่อง LOTR.(online),สืบค้นเมื่อวันที่ 26/12/2559,จาก: http://pantip.com/topic/30012390

ตำนาน เรื่องเล่า เรื่องผี สยองขวัญ.คนแคระ(Dwarf).(online),สืบค้นเมื่อวันที่ 26/12/2559, จาก: http://storylegendsth.blogspot.com/2014/09/dwarf.html

อ่านเพิ่มเติม »