แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อักษรโบราณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อักษรโบราณ แสดงบทความทั้งหมด

ห้องสมุดดินเหนียวเมืองนิเนเวห์ (Nineveh)

โดย อภินันท์ วิชัย

การศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของมนุษยชาตินั้นเป็นเรื่องที่คนรุ่นหลังให้ความสนใจเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ทราบประวัติความเป็นมาของบรรพบุรุษตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การค้นพบทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่ทำให้เราได้ทราบว่ามนุษย์ได้เริ่มประดิษฐ์อักษรขึ้นใช้เป็นครั้งแรกของโลกคือการรู้จักประดิษฐ์อักษรลิ่มหรืออักษรคูนิฟอร์มของชาวสุเมเรียนที่ได้บันทึกเรื่องราวต่างๆ ลงแผ่นเดินเหนียวเก็บไว้ในห้องสมุดดินเหนียวตามสถานที่ต่างๆ ซึ่งห้องสมุดดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดและมีความสำคัญที่สุด คือ ห้องสมุดดินเหนียวเมืองนิเนเวห์ (Nineveh Library)

ที่มา: https://allmesopotamia.wordpress.com/
ห้องสมุดดินเหนียวเมืองนิเนเวห์เป็นภูมิปัญญาของอารายธรรมเมโสโปเตเมีย ซึ่งตั้งอยู่แถบลุ่มแม่น้ำไทกรีสและยูเฟรตีส ปัจจุบัน คือ ประเทศอิรักและบางส่วนของประเทศอิหร่าน ที่ในอดีตเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวสุเมเรียน บาบิโลเนียน และอัสซีเรียน ห้องสมุดดินเหนียวแห่งนี้เป็นห้องสมุดขนาดใหญ่ที่เก็บแผ่นดินเหนียวที่มีการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ของอารยธรรมเมโสโปเตเมีย

เริ่มตั้งแต่ชาวสุเมเรียนเป็นชนชาติแรกที่ประดิษฐ์อักษรลิ่มหรืออักษรคูนิฟอร์มขึ้นมา โดยการใช้ไม้ตัดปลายให้แหลมกดลงแผ่นดินเหนียวที่เปียกแล้วนำไปเผาไฟหรือตากแดดให้แห้งเกิดเป็นตัวอักษรลิ่มบนแผ่นดินเหนียวบันทึกเรื่องราวต่างๆ ไว้และมีการจัดเก็บแผ่นเดินเหนียวที่บันทึกข้อความเป็นห้องสมุดตามสถานที่ต่างๆ ทั้งห้องสมุดส่วนตัว ห้องสมุดของวัด และห้องสมุดของรัฐบาล

ที่มา: http://www.ancient-origins.net/
จากการค้นพบของนักโบราณคดีชาวอังกฤษในปี พ.ศ. 2303 - พ.ศ. 2306 ทำให้ทราบว่าห้องสมุดดินเหนียวเมืองนิเนเวห์ถูกสร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าอัสเซอร์บา นิปาล กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งอัสซีเรียพระองค์ได้รับสั่งให้รวบรวมแผ่นอักษรลิ่มหรือคิวนิฟอร์มมาไว้ที่ห้องสมุดแห่งนี้และมีการทำนุบำรุงจนได้รับการยกย่องเป็นที่รู้จักกันมาก

จากการค้นพบนักโบราณคดีได้พบบันทึกแผ่นดินเหนียวเป็นจำนวนมากประมาณ 25,000 แผ่น ซึ่งได้บันทึกเรื่องราวต่างๆ ไว้  ได้แก่ ศาสนา วรรณกรรม การเมืองการปกครอง เช่น พบบันทึกประมวลกฎหมายของพระเจ้าฮัมมูราบี กษัตริย์แห่งบาบิโลนที่ได้ทรงรับสั่งให้จัดทำประมวลกฎหมายขึ้นเป็นประมวลกฎหมายฉบับแรกของโลกและเป็นต้นแบบของกฎหมายลายลักษณ์อักษรในปัจจุบัน มีลักษณะเป็นประมวลกฎหมายอาญาที่ยึดหลักตาต่อตา ฟันต่อฟัน ที่ใครทำผิดอย่างไรก็จะได้รับการลงโทษอย่างนั้น

นอกจากนั้นยังพบวรรณกรรมต่างๆ เช่น เรื่องราวเกี่ยวกับเทพพระเจ้า บดสวดต่างๆ และนิยายที่มีชื่อเสียงอย่างมหากาพย์กิลลาเมซเป็นหนึ่งในงานวรรณกรรมที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เขียนลงบนแผ่นดินเหนียวขนาดใหญ่ 12 แผ่น รวมทั้งสิ้น 3,000 บรรทัดกล่าวถึงอุทกภัยน้ำท่วมครั้งใหญ่ในอาณาจักรบาบิโลเนีย

จารึกมหากาพย์กิลกาเมช ที่มา: http://www.komkid.com/
หลังจากอาณาจักรอัสซีเรียถูกรุกรานห้องสมุดดินเหนียวต่างๆ จึงถูกทำลายไปด้วย ความนิยมการบันทึกข้อความลงบนแผ่นเดินเหนียวก็ไม่เป็นที่นิยมเพราะระยะต่อมามีวัสดุอื่นๆ ที่คงทนมากกว่าแผ่นดินเหนียวทำให้การบันทึกข้อความลงบนแผ่นดินเหนียวนั้นเริ่มหายไป เหลือเพียงแต่ห้องสมุดเมืองนิเนเวห์ที่ยังคงมีบันทึกแผ่นดินเหนียวหลายหมื่นแผ่นให้เราได้ศึกษา จึงถือได้ว่าเป็นห้องสมุดดินเหนียวที่ใหญ่ที่สุดในโลก

นับว่าห้องสมุดดินเหนียวเมืองนิเนเวห์ป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญคัญของโลกที่ทำให้เราสามารถค้บพบเรื่องราวความเป็นอยู่ของผู้คนในอดีตแสดงถึงภูมิปัญญาของคนสมัยก่อนที่ต้องการบันทึกเรื่องราวต่างๆ ไว้ จึงได้ประดิษฐ์อักษรเขียนลงแผ่นดินเหนียวเก็บไว้ในห้องสมุดจนเกิดเป็นห้องสมุดดินเหนียวและเป็นต้นแบบของห้องสมุดในการจัดเก็บเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ถ่ายทอดความรู้ ศิลปะ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมต่างๆ จนกลายเป็นรากฐานของอารยธรรมโลกในยุคปัจจุบัน

อ้างอิง

จุมพล  วนิชกุล. (2546). พัฒนาการของสารนิเทศ. ค้นเมื่อ วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560, จาก  http://wachum.com/eBook/1631101/doc1-4.html

ภัทราพร   เตชวาณิชย์. (2556). ห้องสมุดดินเหนียว. ค้นเมื่อ วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560, จาก   https://pattraporn093.wordpress.com/2013/12/23/ห้องสมุดดินเหนียว/

April Holloway. (2556). Sip Like a Sumerian: Ancient Beer Recipe Recreated from Millennia-Old

Cuneiform Tablets. ค้นเมื่อ วันที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2560, จาก http://www.ancient-origins.net/news-history-archaeology


อ่านเพิ่มเติม »

อักษรรูน (Runes)

โดย อาภาพร พิลาวงษ์

เมื่อกล่าวถึง “อักษรรูน” หลายคนอาจไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นเคยมีใช้จริงในโลกของเราเพราะอาจจะเคยได้ยินแค่เพียงจากเทพนิยายต่างๆ แต่ความเป็นจริงแล้ว อักษรรูนนั้นเคยถูกประดิษฐ์ขึ้นใช้จริงในสมัยโบราณโดยใช้กันในแถบยุโรบเหนือ เช่น อังกฤษ สแกนดิเนเวีย และไอช์แลนด์ เมื่อพันกว่าปีมาแล้ว และถูกพัฒนาตามภาษาและวัฒนธรรมในสมัยต่างๆ เช่น Elder Futhark Runes ในสมัย Proto – Norse , Futhore Runes ของ Anglo – Saxon และ Younger Futhark Runes ในสมัยของนอร์สโบราณหรือไวกิ้ง

จากร่องรอยอักขระโบราณที่หลงเหลืออยู่นักวิชาการพบว่ามันไม่ได้มีเพียงรอยสลักของตัวอักษรรูนเท่านั้น แต่ยังพบลายเส้นแปลกๆ เหมือนจะเป็นข้อความบางอย่าง แต่มันไม่ใช่ตัวอักษร โดยต่อมาพบว่ามันคือ “รหัสลับอักษรรูน”

แต่โบราณกาล “อักษรรูน” เป็นภาษาพื้นเมืองที่ถูกเรียกว่า “อักขระฟูธาร์ก” โดยนักวิชาการแบ่งออกให้เป็น 24 ตัวอักษร และมีความเชื่อกันว่าเป็นอักษรที่สามารถติดต่อสื่อสารกับเทพเจ้าได้ มีความลี้ลับและยังแฝงด้วยพลังเวทมนตร์

ในตำนานของอักษรรูนนั้น คำว่า “รูน” มาจากคำว่า รูน่า ในสมัยอธิคของยุโรป ซึ่งมีความหมายว่า “ความลับ หรือ ความเร้นลับ” โดยเริ่มมีการใช้อักษรรูนครั้งแรกในคริสต์ศตวรรษแรกในแถบตอนเหนือของทวีปยุโรป โดยเฉพาะในประเทศเยอรมณี การใช้อักษรรูนดำเนินมาเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเลิกใช้ในสมัยยุคกลาง เพราะคริสต์ศาสนามีบทบาทมากขึ้น และมีการเผยแพร่คริสต์ศาสนาไปทั่วยุโรป ในขณะที่อักษรละตินมีการใช้มากขึ้น และอักษรรูนจึงกลายเป็นสิ่งต้องห้าม จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1639 ศาสนาจักรโรมันคาทอลิกได้ประกาศห้ามคริสต์ศาสนิกชนทุกคนศึกษาและใช้อักษรรูนในที่สุด


รูปภาพตัวอย่างตัวอักษรรูน

อย่างที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้าว่า บนรอยสลักของอักษรรูนที่ถูกค้นพบนั้นไม่ได้มีเพียงรอยสลักของตัวอักษรรูน แต่ยังพบลายเส้นแปลกๆ ด้วย หรือที่เรียกว่า “รหัสลับอักษรรูน”

รหัสลับอักษรรูน คือ สัญลักษณ์บางอย่างที่สามารถถอดรหัสเป็นข้อความได้ และดูเหมือนว่าลายเส้นที่กล่าวถึงนี้ สามารถพบได้ทั่วไปตามสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชาวนอร์สโบราณ เช่น บนแผ่นไม้ บนกระดู บนเรือ เป็นต้น จากหลักฐานต่างๆ พบว่ารหัสลับอักษรรูนที่ว่านี้น่าจะมีอยู่หลายแบบ แต่ในปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญสามารถถอดรหัสลับเหล่านี้ได้เพียงแค่ 3 แบบเท่านั้น ชื่อเรียกของรหัสเหล่านี้ได้แก่
1. Cipher Runes
2. Caesar
3. Jotunvillur
โดยรหัสลับแบบที่ 3 นั้นพึ่งจะถูกถอดรหัสออกได้เมื่อต้นปี 2014 นี้เอง โดยนักศึกษาปริญญาเอกชาวนอร์เวย์ชื่อ Jonas Nordby เดิมทีนักวิชาการเข้าใจว่ารหัสลับถูกใช้เพื่อเขียนความลับหรือสาระสำคัญ แต่จากการค้นคว้าล่าสุด Nordby มีแนวคิดว่า “บางทีมันอาจจะเป็นเกมส์อย่างหนึ่งของคนโบราณก็ได้เปรียบเหมือนเกมส์ Sudoku ของยุคโบราณเลยก็ว่าได้”


รูปภาพอักษรรูนแบบ Cipher Runes ที่ถูกค้นพบ

อักษรรูน จากที่หลายคนเคยคิดว่าเป็นเพียงสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อประกอบภาพยนตร์หรือนิยายเชิงเวทมนตร์นั้น มาถึงตอนนี้ก็ทำให้หลายคนคลี่คลายความเข้าใจผิดนั้นแล้วว่า อักษรรูน เคยถูกประดิษฐ์ขึ้นใช้จริงในสมัยก่อน และจากการวิเคราะห์ล่าสุดของ Nordby อักษรรูนอาจไม่ใช่อักษรที่มีความศักดิ์สิทธิ์หรือมีความลี้ลับใดๆอย่างที่เป็นความเชื่อต่อกันมา แต่เป็นเพียงแค่เกมส์ในสมัยก่อนเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามไม่มีใครอาจรู้ได้ว่า อักษรรูน แท้ที่จริงแล้วมีความเป็นมาอย่างไร สำหรับตัวผู้เขียนเองแล้วอักษรรูนที่เคยรู้จักและได้ยินมานั้นก็ยังเป็นสิ่งที่น่าทึ่งและน่าค้นหาอยู่เสมอ


อ้างอิง

ราชัย พ่อมดพยากรณ์. (2553). อักษรรูน. วันที่ค้นข้อมูล 20 กันยายน 2558 เว็บไซต์ : http://wizardhoro.blogspot.com/2010/10/blog-post_03.html

Duangdee MThai. (2554). อักษรรูน แฝงด้วยเรื่องลี้ลับ และพลังเวทมนตร์จากเทพ. วันที่ค้นข้อมูล 19 กันยายน 2558 เว็บไซต์ : http://lotto.mthai.com/lotto-content/result-1232.html

Panya’s Blog : Linguistic Aspects. (2557). รหัสลับอักษรรูน.วันที่ค้นข้อมูล 19 กันยายน 2558 เว็บไซต์ : https://lingaspect.wordpress.com/

อ่านเพิ่มเติม »