มาร์โค โปโล (Marco Polo)

โดย ณัฐภัทร ไชยชาติ

หากจะกล่าวถึงการเดินทางในยุโรปถึงเอเชีย เราจะต้องนึกถึงการเดินทางที่ยากลำบาก ยิ่งเป็นการเดินทางในสมัยก่อนแล้ว ความลำบากในการเดินทางคงจะเปรียบเทียบไม่ได้กับในปัจจุบัน การเดินทางดังกล่าวเป็นการเดินทางของนักเดินทางท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นการเดินทางระหว่างกรุงคอนสแตนติโนเปิลถึงเมืองหลวงของจีนในสมัยของกุปไลข่าน เป็นการค้นพบเส้นทางสายไหม โดยนักเดินทางชื่อ มาร์โค โปโล

มาร์โค โปโล นักเดินทางในชาวอิตาเลียน เกิดในครอบครัวพ่อค้า ที่เมืองเวนิช การเดินทางของเขาเริ่มขึ้นเมื่อพ่อและลุงได้เดินทางกลับมาจากประเทศจีน โดย กุปไล ขาน จักรพรรดิของจีนได้มอบหมายให้ทั้งคู่นำพระราชสาส์น มอบแก่พระสันตะปาปา คลีเมนต์ที่ 4 เพื่อขอนักศาสนาจำนวน 100 คนมาถกปัญหาธรรมมะกันที่เมืองจีน การเดินทางของมาร์โค โปโลนั้น จะต้องเดินทางผ่านเส้นทางที่ทุรกันดาน ซึ่งต่อมาคือเส้นทางสายไหม การเดินทางไปถึงเมืองจีนเป็นระยะเวลาสามปีครึ่ง โดยการเดินทางเหลือเพียงแค่พ่อ ลุง และมาร์โค โปโล เท่านั้น นักศาสนาได้ละทิ้งการเดินทางในระหว่างทาง

หลังจากรับใช้จักรพรรดิ นาน 17 ปี มาร์โค พ่อ รวมถึงลุง ได้เดินทางกลับยุโรปในปี 1834 เมื่อกลับถึงเมืองเวนิช เขาเล่าเรื่องราวต่างๆ ทั้งการใช้ชีวิต รวมถึงการเดินทางให้เพื่อนบ้านฟัง เนื่องจากไม่มีใครเชื่อเขาจึงต้องนำเหรียญเงิน เสื้อผ้าและอัญมณีจากเมืองจีนมาให้ดูจากนั้นมาร์โคเริ่มเริ่มเขียนหนังสือบันถึงการเดินทางและชีวิตในประเทศจีน ชื่อว่า The Travels of Marco Polo ซึ่งได้อธิบายทั้งภูมิศาสตร์ วิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อ รวมถึงเรื่องราวพิศวงต่างๆ ซึ่งกล่าวถึงความเจริญในอารยธรรมจีนซึ่งเป็นแรงบันดาลใจแก่นักสำรวจรุ่นหลังๆ

การเดินทางของมาร์โค โปโลได้สร้างแรงผลักดันให้เกิดการคิดค้น พัฒนา รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจแก่ผู้ที่ได้อ่านหนังสือจากที่เขาแต่งขึ้น เป็นประโยชน์ในการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการค้นคว้า มีประโยชน์แก่การศึกษา จึงอาจจะกล่าวได้ว่ามาร์โค โปโลเป็นบุคคลที่มีส่วยสำคัญในยุคสมัยกลางของยุโรป

อ้างอิง :: 

มาร์โค โปโล. Retrieved January7  2013,from http://www.sarakadee.com/2011/09/17/marco-polo/

ประวัติมาร์โคโปโล. (2553). Retrieved January7  2013,from http://tspecial.blogspot.com/2010/11/blog-post_10.html

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น