แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหากาพย์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ มหากาพย์ แสดงบทความทั้งหมด

แง่มุมที่ถูกสะท้อนในมหากาพย์โอดิสซี

โดย กานต์พิชชา บุญมาก

ทางกลับบ้านของมหาบุรุษผู้ยิ่งใหญ่จากสงครามกรุงทรอย ถูกกล่าวขานอยู่ใน มหากาพย์โอดิสซี วรรณกรรมที่สะท้อนอารยธรรมกรีกโรมันโบราณได้อย่างละเอียด ทั้งยังเป็นเรื่องเล่ายาวเหยียดที่ต้องใช้เวลานานในการอ่าน แต่นอกเหนือจากความสนุกสนานก็ยังมีแก่นสารที่น่าสนใจแฝงไว้มากเช่นกัน

โอดีสซีย์ (อังกฤษ: Odyssey; กรีก: Ὀδύσσεια, Odusseia) เป็นบทประพันธ์มหากาพย์กรีกโบราณหนึ่งในสองเรื่องของโฮเมอร์ คาดว่าประพันธ์ขึ้นในราว 800 ปีก่อนคริสตกาล ที่แคว้นไอโอเนีย ดินแดนชายทะเลฝั่งตะวันตกของตุรกีซึ่งอยู่ในอาณัติของกรีก  บทกวีเล่าเรื่องราวต่อจากอีเลียด ว่าด้วยการเดินทางกลับบ้านที่อิธาคาของวีรบุรุษกรีกชื่อ โอดิซูส (หรือยูลิซีส ตามตำนานโรมัน) หลังจากการล่มสลายของทรอย โอดิซูสใช้เวลาเดินทางกลับบ้านนานถึง 10 ปี หลังจากที่ใช้เวลาไปในศึกเมืองทรอยแล้วถึง 10 ปี ระหว่างเวลาเหล่านั้น เทเลมาคัส บุตรของเขา และ พีเนโลปผู้ภรรยา ต้องต่อสู้กับกลุ่มคนพาลที่พยายามจะขอวิวาห์กับพีเนโลป เพราะต่างคิดว่าโอดิซูสเสียชีวิตแล้ว ในท้ายที่สุดยูลิซีสสามารถเดินทางกลับถึงเมืองบ้านเกิดและยึดอำนาจคืนจากพวกกบฏได้สำเร็จ ผลงานชิ้นสำคัญนี้ได้สะท้อนแง่มุมความคิดความเชื่อต่างๆดังนี้ (gradesaver,1999)



1. การพลัดพรากจากบ้านเกิด

ในฉากเปิดเรื่องตัวละครหลักอย่างยูลิซีสถูกแสดงออกมาในลักษณะชายผู้พลัดพราก ให้ความรู้สึกโดดเดี่ยว และเศร้าโศกเสียใจของการที่มิตรหายและลูกเรือผู้ร่วมเดินทางไม่สามารถรอดชีวิตมาด้วยกัน ในตัวเรื่องจะเน้นให้เห็นถึงความรู้สึกผิดและเสียใจอย่างมากของยูลิซีสโดยการพรรณาถึงการที่พระองค์อยากจะร้องไห้ทุกครั้งเมื่อนึกถึงมิตรสหายและแผ่นดินเกิด มีการบรรยายเน้นย้ำในฉากที่พระองค์ไม่สามารถกลั้นน้ำตาไว้ได้เมื่อฟังการขับลำนำเกี่ยวกับสงครามกรุงทรอยของชาวเฟเนเซียนในวังของพระเจ้าอัลสินูส

2. ความจงรักภักดี

ในเรื่องความจงรักภักดีถูกแสดงออกผ่านทางเหล่าขุนนางที่หลงในอำนาจทรยศต่อพระเจ้ายูลิซีสต้องการเมืองและทรัพย์สมบัติมาเป็นของพวกตน ซึ่งตรงข้ามกับข้ารับใช้เก่าที่มีความซื่อสัตย์คอยระลึกถึงพระเจ้ายูลิซิสอยู่เสมอ ดังเช่น ยูเมอัสคนเลี้ยงสุกรซึ่งเป็นข้าเก่า และแม่นมของพระองค์

3. ความแตกต่างระหว่างความซื่อสัตย์ของผู้หญิงและผู้ชาย

จะเห็นว่าโฮเมอร์ไม่ได้กล่าวตำหนิยูลิซิสมากนักในการที่พระองค์มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นที่ไม่ใช่พระนางพีเนลโลป แต่กลับมีการบรรยายเชิงวิจารณ์ถึงการคิดไม่ซื่อของผู้หญิง ดังตอนที่นางไม้คาลิปโซไม่พอใจความสองมาตรฐานในเรื่องของการครองคู่รัก เทพเจ้าที่เป็นผู้ชายสามารถรักกับคู่ครองที่ไม่ได้มีชีวิตเป็นอมตะได้ แต่เทพเจ้าผู้หญิงไม่ได้รับการอนุญาต นอกจากนั้นพระนางพีเนลโลปและตัวละครผู้หญิงอีกหลายคนในเรื่องยังถูกตำหนิเกี่ยวกับความเคร่งครัดในการถือพรหมจรรย์

4. ความฉลาดหลักแหลมของพระเจ้ายูลิซีส

ผู้ที่ได้อ่านวรรณกรรมกรีกของโฮเมอร์ล้วนชื่นชมในความเก่งกาจของยูลิซิส ทั้งการวางแผนที่แยบยล กลอุบายหลายอย่างในการพิชิตเมืองทรอย การลอบหนีออกจากคุกของพระองค์ และการที่พระองค์ปลอมแปลงตนเป็นชายชรายาจกเพื่อตบตาและทดสอบเหล่าขุนนางที่คิดไม่ซื่อโดยทำตามแผนจนสามารถยึดอำนาจคืนได้

5. อันตรายจากความงามของสตรี

เห็นได้ในตอนแม่มดเซอร์ซีล่อลวงเหล่าลูกเรือเข้าไปในบ้านของนางแล้วสาปให้กลายเป็นหมูได้อย่างง่ายดาย การที่ยูลิซิสถูกคุมขังให้มาเป็นทาสรักของนางไม้คาลิปโซ การเอาชีวิตของผู้คนที่เดินเรือผ่านมาด้วยการหลอกล่อโดยเสียงที่ไพเราะยั่วยวนของพวกไซเรน

6. ข้อบกพร่องของยูลิซีส

แม้ภาพรวมในมหากาพย์ยูลิซีสจะดูเป็นผู้เก่งกาจในทุกเรื่อง แต่เขาก็ไม่ได้สมบูรณ์แบบดังจะเห็นได้จากนิสัยในการทำตามอารมณ์ของยูลิซีสในตอนที่หนีจากยักษ์ไซคอปถ้าเขาควบคุมอารมณ์โกรธไม่พุ่งหอกไปแทงตาของยักษ์ไซคอปที่เป็นลูกของเทพโพไซดอน เรือของเขาก็จะไม่อับปางเพราะความโกรธเคืองของเทพโพไซดอน ลูกเรือของเขาก็จะไม่ตาย แต่ก็เห็นได้ว่าเป็นบทเรียนสำหรับเขา โดยเนื้อเรื่องตอนหลังเขาพยายามทำตัวให้สุขุมมากขึ้น ไม่ทำตามอารมณ์ในทันที

7. อิทธิฤทธิ์ของเทพเจ้า

ชาวกรีกมีความเชื่อที่ว่าเทพเจ้าเป็นผู้กำหนดสรรพสิ่ง กำหนดชะตากรรมและความเป็นไปของมนุษย์ เริ่มตั้งแต่การขัดขวางไม่ให้ยูลิซีสเดินทางกลับแผ่นดินเกิดได้หลังจบสงครามกรุงทรอย การล่มเรือของยูลิซีสของเทพโพไซดอน การที่เทพีเอธีนาคอยลงมาช่วยเหลือยูลิซีสตลอดทาง และในการสู้รบกับเหล่าขุนนางในตอนท้าย เทพีเอธีนาก็ต้องไปขอซุสที่มีสิทธิอนุญาตให้ยูลิซีสเป็นฝ่ายชนะ เทพเจ้าและชาวกรีกนั้นมีความสัมพันธ์ที่ส่งผลต่อกันและกันอยู่เสมอ ชาวกรีกจึงมีการทำพิธีบูชาเทพเจ้าเพื่อให้เทพเจ้าประทานสิ่งที่ดี

8. การต้อนรับผู้มาเยือนด้วยไมตรีจิตร

การเดินทางตามหาบิดาของเจ้าชายเทเลมาคัสและการร่อนเร่ไปเมืองต่างๆของยูลิซีสนั้นทุกเมืองที่เข้าไปขอพึ่งพาความช่วยเหลือจะได้รับการต้อนรับจากเจ้าเมืองอย่างดี โดยถึงแม้ยูลิซีสจะไม่ยอมเปิดเผยชื่อตนตอนอยู่ที่เมืองเฟเนเซียน พระเจ้าอัลสินูสก็ให้การต้อนรับและช่วยเหลือเป็นอย่างดี ปฎิบัติต่อยูลิซิสเหมือนแขกคนสำคัญ ซึ่งอาจจะมาจากความเชื่อที่ว่าบางครั้งผู้ที่มาเยือนนั้นคือเทพเจ้าปลอมตนลงมา

9. การแก้แค้น

ในตอนท้ายเปรียบเหมือนการระบายของยูลิซีสในการกำราบเหล่าผู้ที่คิดทรยศต่อเขา จากการอดทนปลอมตัวเป็นชายชรายอมต่อการโดนดูถูกกลั่นแกล้งโดยเหล่าคนทรยศมานาน โดยยูลิซีสและเจ้าชายเทเลมาคัสรวมทั้งข้าบริวารเก่าร่วมกันสังหารเหล่าขุนนางที่ไม่จงรักภักดี แสดงให้เห็นถึงการลงโทษเหล่าคนทรยศ

แง่มุมต่างๆเหล่านี้สะท้อนถึงความคิดความเชื่อที่ถูกส่งผ่านถ่ายทอดโดยการขีดเขียนของผู้แต่ง กวีโฮเมอร์เป็นมหากาพย์ยิ่งใหญ่ที่มีอิทธิพลจากยุคอารยธรรมกรีกโรมันโบราณ บางบรรทัดเมื่อนักวิเคราะห์ได้ลองทำการสกัดออกมาแล้วกลายเป็นแง่มุมมองสำคัญของประวัติศาสตร์ มุมสะท้อนถึงวิถีชีวิตคติความเชื่อของผู้คนกลุ่มหนึ่ง มนุษย์กลุ่มหนึ่งที่เรามิได้อยู่ร่วมในช่วงเวลาที่พวกเขายังมีชีวิตอยู่ด้วยได้ การที่ได้รับรู้ถึงกลิ่นอายแห่งคติความเชื่อของพวกเขาจากกระดาษบันทึกบางบางแผ่นหนึ่งถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่า


อ้างอิง

GradeSaver LLC. (1999).The Odyssey Summary and Analysis. September, 18, 2016 from GradeSaver.com: http://www.gradesaver.com/the-odyssey/study-guide/summary-books-1-4

Joel Skidmore. (1997).Odysseus. September, 18, 2016 from Mythweb: http://www.mythweb.com/odyssey/index.html

Marcel Bas. (2006).The meaning of Tradition in Homer's Odyssey. September, 18, 2016 from roepstem.net: http://roepstem.net/odyssey.html

อ่านเพิ่มเติม »

มหากาพย์อีเลียดและโอดีสซีย์

โดย ไอรยา เกื้อหนองขุ่น

มหากาพย์อีเลียดและมหากาพย์โอดีสซีย์ ทั้ง 2 เรื่องนี้เป็นบทประพันธ์ของกวีที่ชื่อว่า โฮเมอร์  ประพันธ์ขึ้นในราว 800 ปีก่อนคริสตกาล มหากาพย์อีเลียดเป็นเรื่องราวของสงครามระหว่างชาวกรีกกับชาวเมืองทรอย เป็นระยะเวลายาวนานถึง 10 ปี ผลจบลงโดยชาวกรีกเป็นฝ่ายชนะ โดยอาศัยกลศึกม้าไม้ และมหากาพย์โอดีสซีย์ เป็นเรื่องราวต่อจากมหากาพย์อีเลียด  เป็นผจญภัยของ ยูลิซิส ซึ่งเดินทางกลับบ้านทางทะเลภายหลังจากกรุงทรอยพินาศ


มหากาพย์อีเลียด

เอริส เทพีแห่งการทะเลาะวิวาท โกรธแค้นที่ไม่ได้รับเชิญไปร่วมงานอภิเษกสมรสระหว่างเทพีเธทิสและกษัตริย์เพลีอุสแห่งพาเธีย ทำให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นในสรวงสวรรค์ นางแอบเอาแอ๊ปเปิ้ลทองคำไปวางไว้หน้างาน ซึ่งจารึกข้อความว่า แด่ผู้ที่สวยที่สุดในสวรรค์ ด้วยเหตุนี้เทพีที่ได้ชื่อว่าสวยงามที่สุด 3 องค์ ได้แก่ เทพีเฮรา เทพีอเธน่า และเทพีอะโฟไดท์  ต่างก็แย่งกันเป็นเจ้าของแอ๊ปเปิ้ลลูกนั้น แต่ก็ไม่มีใครสามารถตัดสินได้ แม้แต่ซุสผู้เป็นราชาแห่งทวยเทพ จึงให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสินใจแทน ซึ่งก็คือ เจ้าชายปารีส โอรสองค์เล็กของพระเจ้าเปรียมแห่งกรุงทรอย เฮราให้สัญญาว่าหากปารีสเลือกนาง นางจะบัลดาลให้มีอำนาจเกรียงไกรและมั่งคั่งมหาศาลที่สุดในโลก ในขณะที่เอเธน่ารับปากจะให้เขาเป็นคนที่เฉลียวฉลาดที่สุดในโลก แต่อะโฟไดท์ ติดสินบนด้วยการจะให้ได้หญิงที่สวยที่สุดมาครอบครอง

ซึ่งชายหนุ่มอย่างปารีสย่อมยินดีในของรางวัลจากอะโฟไดท์มากกว่าความมั่งคั่งร่ำรวยหรือความรอบรู้ ปารีสจึงตัดสินให้เทพีอะโฟไดท์ได้ครอบครองผลแอ๊ปเปิ้ลทองคำเพราะเขาอยากครองคู่กับเฮเลน สตรีที่งดงามที่สุดบนโลกมนุษย์ และในต่อมาปารีสได้พบกับเฮเลนชายาของกษัตริย์เมเนลาอุสแห่งสปาร์ตา สตรีที่เขาหมายปองเทพีอะโฟไดท์ได้ทำตามสัญญานั้น และทำให้เฮเลนตกหลุมรักปารีสในทันใด จึงตัดสินใจหนีตามปารีสกลับเมืองทรอย เป็นเหตุให้กษัตริย์เมเน ลาอุส กษัตริย์อกาเมมนอนและเจ้าชายทุกเมืองแห่งกรีก ได้รวบรวมกำลังพลและพันธมิตรเข้าทำสงครามกับเมืองทรอยเพื่อชิงตัวนางเฮเลนกลับคืน อันเป็นต้นเหตุที่ทำให้สงครามครั้งยิ่งใหญ่ระหว่างกรีกและทรอยเกิดขึ้น

สงครามเริ่มต้นขึ้นเมื่อชาวกรีกได้จับตัวนางไครเซอีส ลูกสาวของไครลีสเจ้าพิธีของอพอลโลมาแล้ว และยกนางให้เป็นรางวัลแก่อักกะเมมนอน เทพอพอลโลจึงทำให้เกิดโรคระบาดในกองทัพกรีก เพื่อบีบบังคับให้อักกะเมมนอนคืนตัวนางไครเซอีสให้แก่เขา อักกะเมมนอนจึงไปบังคับเอาตัวนางไบรเซอีสมาแทน ซึ่งนางไบรเซอีสเป็นทาสชาวเอเคียนที่ยกให้เป็นรางวัลแก่อคิลลีสนักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งยุค อคิลลีสจึงได้ถอนตัวออกจากการรบ ฝ่ายเมื่องทรอยมีเจ้าชายเฮกเตอร์ ลูกชายของท้าวเพรียม เป็นแม่ทัพนำศึกป้องกันเมืองและปกป้องครอบครัวของตนเอง เมื่ออคิลลีสไม่ได้รบด้วย เฮกเตอร์จึงสามารถเอาชนะกองทัพกรีกได้ นักรบกรีกที่เหลืออยู่รวมถึงโอดิซูสและดิโอมีดีสต่างได้รับบาดเจ็บ ปวงเทพต่างเข้าข้างเมืองทรอย ปโตรกลัสได้ปลอมตัวเป็นอคิลลีสโดยนำเสื้อเกราะของเขามาสวม และได้นำทัพชาวเมอร์มิดอนกลับเข้าร่วมรบเพื่อช่วยป้องกันเรือของพวกกรีกไม่ให้โดนเผาทำลาย ต่อมาปโตรกลัสได้ถูกเฮกเตอร์ฆ่า อคิลลีสจึงกลับเข้าร่วมรบเพื่อที่จะแก้แค้นให้ปโตรกลัส เขาประลองตัวต่อตัวกับเฮกเตอร์และฆ่าเฮกเตอร์ได้สำเร็จ แล้วเอาร่างของเฮกเตอร์กลับไปค่ายด้วย เท้าเพรียมซึ่งเป็นพ่อของเฮกเตอร์ ได้ลอบเข้าค่ายทัพกรีกเพื่อไถ่ร่างของลูกชายคืน อคิลลิสเกิดความสงสารจึงคืนร่างของเฮกเตอร์ให้แก่เขา และก็ได้จบลงที่การทำพิธีศพของเฮกเตอร์

การเสียชีวิตของวีรบุรุษแต่ละคนนั้นส่งผลให้สงครามรุนแรงหนักยิ่งขึ้น ทัพทั้งสองฝ่ายต่างเข้าแย่งชิงเสื้อเกราะอาวุธ และแก้แค้นต่อผู้ที่ฆ่าคนของฝ่ายตนเอง นักรบที่รอดชีวิตมาจากฝีมือขับรถของสารถี หรือด้วยการช่วยเหลือของเหล่าเทพ มหากาพย์อีเลียดเป็นสงครามที่โหดเหี้ยมและมีผู้เสียชีวิตมากที่สุด


มหากาพย์โอดีสซีย์

นักรบกรีกที่รอดชีวิตจากสงครามโทรจัน ต่างพากันเดินทางกลับบ้าน ยกเว้นโอดิสซีอุสที่ถูกเทพเจ้าโพเซดอนกักขังไว้เพราะบังอาจติเตียนเจ้าสมุทร โอดิสซีอุสต้องไปเฝ้าจอมเทพซีอุสที่เขาโอลิมปัส ขอให้เขาช่วยให้ได้กลับบ้านที่อิตากา ขณะเดียวกันนั้นเทวีอเธนาได้เดินทางไปพบลูกชายของโอดิสซีอุส คือ เทเลมาชัสที่อิตากา นางได้บอกเรื่องที่พ่อของเขายังไม่ตายให้เขาไปพบพ่อให้ได้ เทเลมาชัสกับลูกเรือจึงออกเดินทางทางเรือไปถึงเมืองไพลอส เขาได้เข้าเฝ้ากษัตริย์เนสเตอร์และถามเรื่องพ่อของเขา เนสเตอร์ได้บอกให้เขาเดินทางไปลาซิเดมอนเพื่อสอบถามจากกษัตริย์แห่งสปาร์ตาคือเมเนลอส และพระนางเฮเลนผู้เป็นต้นเหตุแห่งสงครามกรุงทรอย ซึ่งในที่สุดเทเลมาซัสก็รู้ว่าพ่อของตนตกอยู่ในเงื้อมมือของธิดาแห่งทะเลชื่อกาลิปโซ ที่เกาะโอจิเจียในทะเลเมดิเตอร์เนียน

ฝ่ายซีอุสได้รู้ว่าโอดิสซีอุสถูกจับจึงได้ส่งเฮอร์มีสไปที่โอจิเจีย บังคับให้ธิดาทะเลปล่อยโอดิสซีอุส โอดิสซีอุสจึงรีบต่อเรือเสร็จใน4วันและแล่นออกจากเกาะไป ฝ่ายโพซิดอนที่ยังไม่หายโกรธแค้นโอดิสซีอุสจึงได้ทำให้เกิดลมพายุพัดเรือแตก สายน้ำพัดพาโอดิสซีอุสไปติดที่ชายฝั่งทะเลเฟเซียน ลูกสาวของกษัตริย์อัลซิโนสคือนางนอสิกาได้พบโอดิสซีอุสที่ไม่ได้สวมใส่เสื้อผ้าโผล่ขึ้นมาจากน้ำ ทั้งสองนางตกใจแต่สุดท้ายก็ได้ช่วยเหลือโอดิสซีอุส ให้สวมเสื้อผ้าให้ดื่มน้ำและรับประทานอาหารและพาไปพบพ่อของนางและสัญญาว่าจะส่งโอดิสซีอุสกลับบ้านเมืองโดยที่ยังไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร ในงานเลี้ยงมีการร้องเพลง พูดถึงสงครามโทรจันและความทุกข์ยากในการเดินทางกลับกรีซ

อัลซิโนสสังเกตว่าโอดิสซีอุสร้องไห้ระหว่างที่ฟังเพลงนั้น เพื่อให้หายสงสัยเมื่อเพลงจบลง กษัตริย์จึงได้จัดให้มีการเล่นเกมส์ โอดิสซีอุสได้แสดงความแข็งแกร่งออกมา ด้วยพละกำลังของเขาทุกคนสามารถรับรู้ได้ว่าเขาเป็นใคร โอดิสซีอุสจึงได้เล่าเรื่องของเขาให้ทุกคนฟังว่า เมื่อเดินทางออกจากกรุงทรอยนั้น เรือของเขาได้ลอยตามกระแสลมถึงเมืองอิสมารัสและต่อไปถึงเมืองกินบัวที่ทำให้คนของเขาที่มาด้วย เกิดความเกียจคร้านเขาจึงได้พยายามแก้ไขจนเดินทางต่อไปถึงดินแดนของไซคลอป อสุรกายตาเดียวได้จับคนของเขากินทีละคนส่วนโอดิสซีอุสนั้นเจ้ายักษ์เก็บไว้กินคนสุดท้าย เขาจึงมอมเหล้าเจ้ายักษ์ เอาเสาทิ่มตาจนตาบอดและหนีกลับไปลงเรือได้

ฝ่ายโอดิสซีอุสแล่นเรือไปถึงเอโอเลียที่อยู่ของเอโอลัส คือ เทพเจ้าแห่งลม พระองค์ได้ให้ถุงลมแก่เขา แต่ลูกเรือคิดว่าเป็นถุงสมบัติจึงเปิดถุงปล่อยให้ลมพัดออกไปหมด ลมพัดพาเรือไปถึงดินแดนเลสติโกเนียน มนุษย์ครึ่งคนครึ่งยักษ์ก็จับเอาลูกเรือไปกิน ส่วนที่เหลือต้องพากันรีบแล่นเรือหนีมาถึงเอเอียดินแดนของนักร้องเซอร์ชีได้สาปให้ลูกเรือกลายเป็นหมู แต่ด้วยโมลีที่เฮอร์มิสให้มาสามารถบังคับให้เซอร์ชีถอนคำสาปและกลับมาเป็นคนตามเดิม โอดิสซีอุสแล่นเรือต่อไปถึงเกาะไซเรน ผู้มีเสียงหวานดึงดูดให้ชายหลงเข้าไปสู่ความตายที่โขดหินมรณะ โอดิสซีอุสจึงเอาขี้ผึ้งอุดหูลูกเรือไว้และผูกตัวติดเสากระโดงเรือทำให้ออกมาจากเกาะนั้นอย่างปลอดภัย จนมาถึงช่องแคบในทะเลที่มีสัตว์ร้ายดูแลอยู่คือ สกิลากับชาริบดีสมนุษย์หกหัว สกิลาได้จับลูกเรือ 6 คน แต่เรือก็สามาถแล่นผ่านช่องแคบไปได้ และมาถึงเกาะสุริยเทพ ลูกเรือผู้หิวโหยได้แอบไปฆ่าวัวศักดิ์สิทธิ์โดยไม่ฟังคำเตือนของโอดิสซีอุส สุริยเทพจึงทำให้เรือแตกต้องผจญกับวังน้ำวนคาริบดีส ซึ่งดูดทุกอย่างลูกเรือจมหายหมดเหลือแต่โอดิสซีอุสที่ลอยตัวตามกระแสคลื่นมาเกยฝั่งเกาะโอจิเจีย

เขาได้พบกับนางไม้อีกคนชื่อ คาลิปโซ่ นางอาศัยอยู่ในเกาะแห่งความฝัน เขาหลงรักโอดิสซีอุสจนจับเขามัดด้วยเล่ห์ เสน่หา อยู่กับนางถึง7ปี และหากเขาตกลงจะอยู่กับเทพธิดานี้ตลอดไป โอดิสซีอุสก็จะได้รับชีวิตนิรันดร์ มีความสุขบนเกาะแห่งความฝันแต่โอดิสซีอุสไม่ยอมตกลง เทวดาลงมาช่วยเจรจาให้นางปล่อยโอดิสซีอุสไปหาลูกเมีย คาลิปโซ่จึงปล่อยให้ไปพบกับชาวเฟอีเซียส์ซึ่งต่อเรือเก่งที่สุดในโลก และเขาก็ได้กลับนครอิธาคาของเขา ส่วนคาลิโซ่ก็ตายหลังจากที่โอดีสซีอุสออกจากเกาะไปไม่นาน

เมื่อมาถึงนครธิอาคาแล้วโอดิสซีอุสนำสมบัติที่ได้ทั้งหมดไปซ่อนไว้ในถ้ำ เทวีอธีนาแปลงให้โอดิสซีอุสเป็นชายแก่เดินทางไปลาซิโดมอนเพื่อรอการกลับมาของลูกชายที่เดินทางไปเฝ้าเมเนลอสกับพระนางเฮเลน ระหว่างนั้นโอดิสซีอุสก็ไปที่กระท่อมของคนรับใช้เก่าคือยูเมอุส ได้เล่าให้โอดิสซีอุสฟังว่า บรรดาผู้ดูแลทรัพย์สินได้ใช้จ่ายเงินทองอย่างฟุ่มเฟือยจนแทบจะไม่เหลือ เมื่อลูกของเขากลับมาถึงทั้งสองพ่อลูกก็ได้พบกัน ยูเมอุสและโอดิสซีอุสได้แปลงตัวเป็นคนขอทานไปยังบ้านของโอดิสซีอุส ทั้งสองถูกพวกผู้ดูแลขับไล่และด่าว่าอย่างรุนแรงแถมแอนติโนสยังเหวี่ยงม้านั่งมาโดนไหล่ของโอดิสซีอุสอีกด้วย โอดิสซีอุสสั่งให้ลูกของเขาเก็บอาวุธทั้งหมด กักผู้หญิงรับใช้ไปที่มุมหนึ่ง เพเนโลปจำเค้าหน้าของโอดิสซีอุสได้ แต่โอดิสซีอุสไม่ยอมรับว่าเขาเป็นใคร คงมีแต่นางยูริแคลอดีตนางกำนัลในวังที่จำนายเก่าได้ ขณะที่ล้างเท้าให้ขอทาน เพราะเห็นรอยแผลเป็นเหนือเข่าแต่เธอไม่บอกใคร

ฝ่ายเพเนโลปวางแผนหาคนที่แข็งแรงเพื่อมาช่วยเธอจากพวกคนดูแล เธอประกาศใช้คนธนูและขวาน 12 ด้ามของยูริตัสมาใช้ในการแข่งขัน เธอบอกกับพวกดูแลว่าเธอยินดีแต่งงานกับคนที่สามารถยิงธนูทะลุขวาน 12 ด้ามได้ เทมาชัสจึงเข้าสนามประลอง แต่เขาทำไม่สำเร็จฝ่ายผู้ดูแลพยายามทีละคนก็ไม่สำเร็จ ในที่สุดโอดิสซีอุสจึงขอเข้าร่วมการแข่งขัน ปรากกว่าโอดิสซีอุสทำสำเร็จ เขาแปลงร่างกลับเป็นโอดิสซีอุสคนเดิม และยิงพวกผู้ดูแลเริ่มจากแอนติโนสตามด้วยผู้ดูแลคนอื่นๆเกิดการสู้รบกันพักหนึ่ง พวกผู้หญิงที่จงรักภักดีต่อผู้ดูแลถูกจับแขวนคอที่สนามหญ้า ฝ่ายเพเนโลปที่รอผลการประลองอยู่ในห้องได้ออกมาพบสามีของเธอ ทั้งสองได้มีความสุขอยู่ด้วยกันอีกครั้ง หลังที่ต้องจากกันเป็นเวลานาน

โอดิสซีย์ ใช้เวลาเดินทางกลับบ้านนานถึง 10 ปี เขาได้เจอปัญหาและอุปสรรคมากมายกว่าจะเดินทางกลับถึงบ้าน แต่เขาก็ต่อสู้เพื่อจะกลับไปหาคนที่เขารักที่รออยู่บ้าน เรื่องนี้แสดงให้เห็นความซื่อสัตย์ต่อสามีของเพเนโลปที่ไม่หลงระเริงไปกับความหรูหราที่พวกผู้ดูแลประเคนให้ และโอดิสซีย์ วีรบุรุษที่มีความฉลาด มีไหวพริบดี

ม้าไม้ยักษ์แห่งทรอยนั้นมีจริงหรือไม่ เรื่องนี้ก็ยังไม่สามารถตอบฟันธงลงไปได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าไม่มีหลักฐานใดที่สามารถชี้ชัดได้ แต่ถ้าเมืองทรอยนั้นมีอยู่จริง เพราะว่ามีการขุดค้นพบซากเมืองที่เชื่อกันว่าจะเป็นเมืองทรอย บริเวณที่ชื่อ ฮิซาร์ลิก ในเมืองคานัคเกล ทางตะวันตกของประเทศตุรกี ซึ่งมีอายุอยู่ในช่วง 1,250 ปีก่อนคริสตกาล โดยเราสามารถเห็นซากกำแพงและหอคอยของเมืองทรอยได้ และปัจจุบันก็มีการสร้างม้าไม้จำลองขนาดยักษ์ขึ้นบริเวณซากเมืองทรอยอีกด้วย

สงครามกรุงทรอย ระหว่างชาวเมืองทรอยกับชาวกรีก ซึ่งยืดเยื้อยาวนานถึง 10 ปี ผลจบลงด้วยชัยชนะของชาวกรีกโดยอาศัยกลศึกม้าไม้ นอกจากจะเป็นการสู้รบของมนุษย์แล้ว ยังมีเรื่องราวของเทพเจ้าสอดแทรกอยู่ด้วย มหากาพย์เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าเทพเจ้าได้มีบทบาทสำคัญในการดำเนินชีวิตของมนุษย์ และเทพเจ้าสามารถที่จะประทานความสำเร็จหรือความล้มเหลวให้แก่มนุษย์ก็ได้ และการผจญภัยของ ยูลิซิส ซึ่งเดินทางรอนแรมทางทะเลกลับบ้านเกิดเมืองนอนภายหลังจากกรุงทรอยพินาศ ชี้ให้เห็นถึงความรักการผจญภัยของชาวกรีก   มหากาพย์ทั้ง 2 เรื่องนี้ เป็นการแสดงออกทางอารมณ์ของมนุษย์ ที่มีทั้งความรัก ความโกรธและศักดิ์ศรี

อ้างอิง 

เทพเจ้าราตรี. 2556. มหากาพย์โอดิสซีย์. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2558, จาก: http://www.cmxseed.com/cmxseedforumn/index.php?topic=79153.0

มหากาพย์อีเลียด. (ม.ป.ป.). สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2558, จาก: http://www.thongkasem.com/news_view.php?newsID=70

Chanapat bourtang. 2555. มหากาพย์อีเลียด. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2558, จาก: http://gkmyth.blogspot.com/2012/12/blog-post_7269.html

Chanapat bourtang. 2555. มหากาพย์โอดิสซีย์. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2558, จาก: http://gkmyth.blogspot.com/2012/12/blog-post_8.html

Jansa. 2551. สงครามเมืองทรอย. สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2558, จาก: http://www.oknation.net/blog/print.php?id=233766

อ่านเพิ่มเติม »