แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา ไดอาน่า จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด
แสดงโพสต์โดยจัดเรียงตามความเกี่ยวข้องกับคำค้นหา ไดอาน่า จัดเรียงตามวันที่ แสดงโพสต์ทั้งหมด

เจ้าหญิงไดอาน่า (Princess Diana)

โดย ประภัสสร สลับศรี


เรื่องราวของสตรีผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่ง ที่ผู้คนรู้จักทั่วโลก ผู้ซึ่งสวยทั้งรูป งามวาจา และยังมีจิตใจที่ดี ตลอดจนมีคุณสมบัติที่ดีเพียบพร้อมและได้เป็นถึงเจ้าหญิงแห่งเมืองผู้ดี ตามฉายาที่หลายคนเรียกขานกัน แม้ชีวิตจะเคยพลิกผันผ่านอุปสรรคมากมายตั้งแต่เด็ก แต่เธอก็ขึ้นชื่อว่า “เจ้าหญิงแห่งเวลส์”ที่ผู้คนให้ความสนใจทั่วโลกและนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงเสมือนโลกใหม่ในสมัยนั้น

เลดี้ไดอาน่า เกิดเมื่อวันเสาร์ ที่1 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2504 หรือค.ศ.1961 ที่คฤหาสนปาร์กเฮ้าส์ เมืองแซนดริงแฮม ในกรุงลอนดอน ซึ่งมีชื่อเรียกเต็มๆว่า ไดอาน่า ฟรานเซส สเปนเซอร์  เลดี้ไดอาน่าเป็นลูกของตระกูลขุนนางอังกฤษ พ่อมีชื่อสามัญว่า จอห์นนี่ (จอห์น สเปนเซอร์) ต่อมาเป็นเอิร์ล สเปนเซอร์ที่ 8 และแม่ของไดอาน่าชื่อ ฟรานเซส  ครอบครัวผู้ดีตระกูลนี้มีบุตรทั้งหมด5คน ได้แก่ ซาราห์ เจน ไดอาน่า จอห์นและชาลส์ (ไดอาน่านั้นเป็นบุตรคนที่ 3) ชีวีตของไดอาน่าพลิกผันมาตั้งแต่เด็ก เมื่อพ่อกับแม่ทะเลาะกันจนถึงขั้นได้หย่าร้างกัน และลูกๆก็ได้อยู่ในความดูแลเลี้ยงดูของผู้เป็นพ่อ


ที่มา: http://www.playbuzz.com/

ไดอาน่ามีอายุ 8 ขวบ ได้ถูกส่งไปอยู่ที่โรงเรียนประจำที่ริดเดิลส์เวิร์ทในนอร์ฟอร์ก โรงเรียนประถมที่มุ่งอบรมลูกผู้ดีให้เป็นสุภาพสตรี มีการสอนอบรมมารยาทนอกเหนือจากวิชาสามัญ ไดอาน่ามีความโดดเด่นด้านกีฬาได้เป็นหัวหน้านักกีฬาและได้ถ้วยรางวัลมากมาย ซึ่งสวนทางตรงข้ามกับด้านวิชาการซึ่งไดอาน่านั้นเรียนไม่เก่งจนถึงขั้นไปเรียนต่อระดับโรงเรียนมัธยมที่เวสต์ฮีท ก็สอบตกทุกวิชา แต่ไดอาน่าก็สามารถจบจากโรงเรียนนี้ด้วยอายุ16ปี เมื่อ พ.ศ 2520 ซึ่งได้รับประกาศนียบัตรเป็นรางวัลมิสคลาร์ก ลอว์เรนซ์ ฐานะผู้ช่วยเหลืองานโรงเรียนดี ไดอาน่าไม่ได้เรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย แต่เอาดีทางด้านวิชาการบ้านการเรือนแทน โดยเรียนจบภายในระยะเวลา 1 ปี ที่สถาบันไวดีมาเน็ต ในเมืองร็อกมองต์ สวิตเซอร์แลนด์ ต่อมาในปี 2522 ไดอาน่าได้กลับมาบ้านเกิดที่กรุงลอนดอน ทำงานเป็นพี่เลี้ยงดูแลลูกให้สามีภรรยาอเมริกัน จากนั้นได้งานเป็นครูประจำโรงเรียนอนุบาลยัง อิงแลนด์ สคูล

ไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลล์ พระนามของไดอาน่าที่เปลี่ยนไปได้กลายเป็นที่รู้จักและเป็นที่สนใจจากผู้คนทั่วโลก  ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเลดี้ไดอาน่า สาววัย 16 ปี กับเจ้าฟ้าชายชาลส์ พระราชโอรสพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และ เจ้าชายฟิลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ เจ้าชายเสด็จไปหาบ่อยครั้งและได้ออกเดทอย่างเป็นทางการ จนตกเป็นข่าวหน้าหนังสือพิมพ์อยู่เรื่อยๆ แต่ด้วยคุณสมบัติที่เพียบพร้อมของเลดี้ไดอาน่า สำนักพระราชวังไม่ขัดข้องความสัมพันธ์ของทั้งสอง

เลดี้ไดอาน่าหมั้นกับเจ้าฟ้าชายชาลส์ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2524 และเข้าพิธีอภิเษกสมรสในวันที่ 29 กรกฎาคม มีการจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ในปีเดียวกัน การปรากฏตัวของเจ้าหญิงไดอาน่าได้รับความสนใจไปทั่วโลก พระสิริโฉมงดงาม มีบุคลิกและเอกลักษณ์ที่น่าตรึงตราตรึงใจแก่ประชาชนทั่วโลก กล่าวได้ว่าใต้หล้านี้ไม่มีผู้ใดโดดเด่นไปกว่าเจ้าหญิงไดอาน่าแห่งเวลส์ พระองค์ทรงเป็นผู้นำเทรนด์ แฟชั่น และนำมาซึ่งความสดใสแห่งวัยสาวเข้าสู่ราชสำนักในสมัยนั้น เจ้าหญิงไดอาน่าทรงได้รับความชื่นชมเป็นอย่างมากและ สมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธก็ทรงได้รับการยกย่องจากพสกนิกรด้วยเช่นกัน


ที่มา: http://www.playbuzz.com/

หลังจากเข้าพิธีอภิเษกสมรสไม่นาน สำนักพระราชวังบักกิงแฮมออกแถลงการณ์เรื่องการตั้งพระครรภ์ของเจ้าหญิงแห่งเวลส์ในวันที่5 พฤศจิกายน 2524  เจ้าหญิงไดอานามีพระประสูติกาลพระโอรสและรัชทายาทองค์แรกในวันที่ 21 มิถุนายน 2525 โดยมีพระนามเต็มว่า เจ้าชายวิลเลียม อาร์เธอร์ ฟิลิป -หลุยส์ และทรงมีพระโอรสองค์ที่สองมีประสูติกาลในวันที่ 15 กันยายน 2527 และพระนามเต็มว่า เจ้าชายเฮนรี ชาลส์ อัลเบิร์ต เดวิด ซึงการที่เจ้าหญิงแห่งเวลส์มีพระประสูติกาลพระโอรสและรัชทายาททั้งสองพระองค์เป็นที่พอพระทัยของพระราชินีและพระราชสำนักอย่างมาก

เจ้าหญิงไดอาน่าทรงเริ่มปฏิบัติพระกรณียกิจงานด้านต่างๆและตอบแทนสังคม ตั้งแต่ทรงอภิเษกกับเจ้าฟ้าชายชาลส์ในปี พ.ศ.2524  อาทิ การเสด็จเยี่ยมโรงพยาบาลต่างๆ เสด็จเยี่ยมโรงเรียนเวสต์ฮีธที่พระองค์เคยศึกษา ทรงให้ความสนพระทัยกิจกรรมอาสาสมัคร เสด็จเยี่ยมผู้ป่วยโรคเอดส์และโรคเรื้อน นอกจากนี้เจ้าหญิงยังได้ดำรงตำแหน่งผู้อุปถัมภ์องค์การกุศลเพื่อคนไร้บ้าน เด็ก ผู้ติดยา และผู้สูงอายุ รวมทั้งเคยดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลเด็กเกรทออร์มันด์สตรีท และยังร่วมสนับสนุนโครงการต่อต้านการใช้กับระเบิด และได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพเมื่อปลายปี 2540


ที่มา: http://www.playbuzz.com/

เรื่องราวร้าวรักระหว่างเจ้าหญิงกับเจ้าฟ้าชายชาลส์เริ่มปรากฏแก่สาธารณชน โดยทั้งสองพระองค์เริ่มมีรอยร้าวและความขัดแย้งตั้งแต่ปี 2533 เป็นต้นมา ด้วยวัยที่แตกต่างกันเกือบ 10 กว่าปี สังคมแวดล้อมบทบาทหน้าที่ ทัศนะคติ พฤติกรรมต่างๆที่เปลี่ยนไป ทำให้เห็นความต่างระหว่างทั้งสองพระองค์อีกทั้งความไม่เข้าใจไม่ลงรอยซึ่งกันและกันทำให้เกิดระยะห่างและเกิดช่องว่างระหว่างรักให้สร้างความสัมพันธ์ที่มักจะมีบุคคลที่สามเข้ามา ซึ่งสามรารถนำมาสู่ความสัมพันธ์ครั้งใหม่กับเพื่อนเพศ โดยเจ้าฟ้าชายชาลส์ก็ได้สนิทสนมกับคนรักเก่า คามิลล่า ปาร์เกอร์ โบลล์ และเพื่อนบรรดาสาวในสังคม ส่วนเจ้าหญิงไดอาน่าเองก็ไปสนิมสนมกับครูสอนขี่ม้า และเพื่อนๆกลุ่มของพระองค์เอง ความรักความสัมพันธ์ของเจ้าหญิงกับเจ้าชายก็ได้สั่นคลอนลงจนถึงขั้นหย่าร้างกันในที่สุด โดยการหย่าขาดเสร็จสมบูรณ์ในวันที่ 28 สิงหาคม 2539 และสำนักพระราชวังได้ประกาศให้ไดอานาพ้นจากสถานะชายาของเจ้าชายแห่งเวลส์ สูญเสียอิสริยศชั้นเจ้าฟ้า ใช้แต่เพียงพระนาม ไดอานา เจ้าหญิงแห่งเวลส์ หลังจากเจ้าหญิงทรงหย่าแล้วเจ้าหญิงเองก็พบรักครั้งใหม่กับศัลยแพทย์ทรวงอก ฮาสนัท ข่าน ที่เจลุม ประเทศปากีสถานและได้เลิกลากันเพราะเหตุผลทางศาสนาและเดือนเดียวกันไดอานามีรักครั้งใหม่กับโดดี อัล ฟาเยด ลูกชายของมหาเศรษฐี โมฮัมหมัด อัล ฟาเยด

ไม่มีอีกแล้วเจ้าหญิงไดอาน่า จากอุบัติเหตุในอุโมงค์กลางกรุงปารีส นำมาสู่การสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิง พร้อมด้วยโดดี อัลฟาเยด์ และผู้ติดตามเสียชีวิต ซึ่งถือได้ว่าเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ โดยการสิ้นพระชนม์ครั้งนี้หน่วยสืบสวนสอบสวนของฝรั่งเศสสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุเกิดจากความประมาทของคนขับรถขับด้วยความเร็วหลบหนีสื่อมวลชน แต่ก็ยังมีการนำคดีมีไต่สวนใหม่ในศาลอังกฤษ ก็ยังสรุปสำนวนเดิม จากความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่และเพื่อเป็นการไว้อาลัยแก่เจ้าหญิงและผู้เสียชีวิต รวมถึงครอบครัว คนรอบข้างจึงสิ้นสุดคดีมรณกรรม และจัดพิธีศพของเจ้าหญิงไดอานาถูกจัดขึ้นที่วิหารเวสต์มินสเตอร์ในวันที่ 6 กันยายน 2540 ซึ่งการจากไปกะทันหันครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจแก่ชาวโลกเป็นอย่างมาก

จากเรื่องราวของไดอาน่า เจ้าหญิงแห่งเวลส์ ทำให้เห็นภาพสะท้อนหลายสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น ชีวิตของไดอาน่าก่อนที่จะมาเป็นเจ้าหญิงแห่งเวลส์ ก็ผ่านอุปสรรคมีจุดเปลี่ยนตั้งแต่ยังเด็กด้วยความไม่สมบูรณ์ของทางครอบครัว ขาดความรักความอบอุ่น ความเอาใจใส่เลี้ยงดูของผู้ปกครอง ส่งผลให้ภูมิต้านทานที่จะนำมาใช้เรียนรู้อยู่กับโลกภายนอกน้อย อีกทั้งยังเป็นชีวิตที่อยู่ในช่วงวัยรุ่น วัยหัวเลี้ยววัยต่ออยู่แต่กลับได้ขึ้นเป็นเจ้าหญิงที่ต้องอยู่กับกฎระเบียบ ปฏิบัติตนให้สมควรในฐานะของตนเอง อาจทำให้เกิดอาการกดดัน เก็บกด  อีกทั้งยังพบเจอกับความรักที่ต่างด้วยวัย วุฒิภาวะ มุมมองชีวิตของเจ้าหญิงไดอาน่าเป็นชีวิตที่หญิงสาวหลายคนปรารถนา เสมือนดั่งเทพนิยาย เปรียบเหมือนอลิซในดินแดนมหัศจรรย์ที่หลายคนชื่นชอบ  แต่สุดท้ายก็รักก็สั่นคลอนและพบจุดจบของความรักในที่สุด ความรักนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของชีวิตเท่านั้น เจ้าหญิงไดอาน่าที่คนทั้งโลกชื่นชอบและรักพระองค์เพราะท่านทรงงานช่วยเหลืออุปถัมภ์ สงเคราะห์คนยากไร้ จัดตั้งองค์กรต่างๆเพื่อประชาชน ขจัดทุกข์บำรุงสุขเพื่อผู้คน ด้วยความที่ทรงเป็นเจ้าหญิงที่เลอโฉม งามทั้งภายในและภายนอกแท้จริง แม้ในปัจจุบันนี้เจ้าหญิงไดอาน่า แห่งเวลส์ สิ้นพระชนม์แล้ว แต่เมื่อได้ยินชื่อของพระองค์ เชื่อว่าเจ้าหญิงไดอาน่ายังอยู่ในความทรงจำและตราตรึงในและคุณความดี เลื่องลือความงามอยู่ในใจทุกคนทั่วโลกเสมอ


อ้างอิง

พิเชียร คุระทอง. 2537. เบื้องหลังน้ำผึ้งขมร้าวรักชาลส์-ไดอาน่า. กรุงเทพฯ : มติชน

นฤพนธ์ สุดสวาท. 2556. หัวใจที่ไม่เคยชนะความรักไดอาน่าเจ้าหญิงแห่งเวลส์. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ 15 กันยายน 2559, จาก http://www.thairath.co.th/content/368339

วรรธนา วงษ์ฉัตร. (มปป.). ไดอาน่าเจ้าหญิงในดวงใจ. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : น้ำฝน

อ่านเพิ่มเติม »

อพอลโล (Apollo) เทพแห่งดวงอาทิตย์

โดย ชญานิน ลีลาศ

สมัยโบราณมนุษย์ยังไม่ทราบถึงปรากฏการณ์ทางธรรมชาติต่าง ๆ เช่น พายุฝนฟ้าคะนอง น้ำท่วม หรือแผ่นดินไหว เป็นต้น ปรากฏการณ์เหล่านี้ทำให้เกิดความกลัว และสร้างความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงมีความเชื่อเกี่ยวกับเรื่องราวของเหล่าเทพเจ้าเกิดขึ้น เพื่อเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของตน โดยเชื่อว่าเทพเจ้าควรได้รับการสักการะบูชา และเทพเจ้าจะเฝ้ามอง ปกป้อง และคอยช่วยเหลือพวกตน อีกทั้งยังคอยลงโทษผู้ที่พระพฤติตนไม่ดีอีกด้วย ชาวกรีกโบราณก็คิดเช่นกัน อีกทั้งพวกเขายังมีความเชื่อในของเรื่องเทพเจ้าเป็นอย่างมากเช่น การเกษตร การทำศึกสงคราม การแพทย์ หรือการดนตรี เป็นต้น ไม่ว่าสิ่งใดก็ล้วนเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของเหล่าเทพเจ้าทั้งสิ้น


Apollo Belvedere

เทพอพอลโลเป็น 1 ใน 12 มหาเทพแห่งโอลิมปัส บุตรของซุส มหาเทพแห่งท้องฟ้าและนางเลโต
โดยอพอลโลเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ แสงสว่าง การดนตรี สัจจะ และการแพทย์อีกด้วย อพอลโลถือได้ว่าเป็นเทพเจ้าหนุ่มรูปงาม มีน้องสาวฝาแฝดคือ เทพีอาร์เทมีส (โรมันคือไดอาน่า) ซึ่งเป็นเทพีแห่งดวงจันทร์และการล่าสัตว์อีกด้วย

เดิมสุริยเทพของกรีกคือ ฮีลิออส บุตรของไฮเพอร์เรียน ซึ่งเป็นเทพไทแทน เมื่อเหล่าเทพไทแทนสิ้นอำนาจ และเหล่าเทพเจ้าขึ้นปกครองแทน ชาวกรีกจึงหันมานับถือเทพอพอลโลแทนฮีลิออส

เมื่อนางเลโตมารดาของอพอลโลตั้งครรภ์ นางถูกทำร้ายโดยเทพีเฮร่า เหตุเพราะนางเป็นที่ต้องตาต้องใจของเทพซุส ทำให้นางเลโตต้องอุ้มครรถ์หนีงูไพธอน งูยักษ์ของเทพีเฮร่าที่ส่งมาทำร้ายนางและด้วยคำกล่าวของเทพีเฮร่าที่ว่า ห้ามทุกพื้นที่บนแผ่นดินนี้ให้พี่พักแก่เลโตในการคลอดบุตร ทำให้นางต้องเร่ร่อนไปมาเพื่อหนีงูไพธอน ทั้งยังไม่สามารถหาที่พักพิงในการคลอดบุตรได้ เมื่อนางเลโตได้เดินทางไปถึงเกาะดีลอส เทพโพไซดอนเกิดความสงสารจึงบันดาลให้เกิดเกาะน้องผุดขึ้นในทะเล ซึ่งไม่ได้อยู่ในพื้นที่คำกล่าวของเทพีเฮร่า นางเลโตจึงสามารถให้กำเนิดบุตรได้ เป็นคู่แฝดชายหญิงคือ เทพอพอลโลและเทพีอาร์เทมีสนั่นเอง

เมื่ออพอลโลถือกำเนิดได้ไม่นาน อพอลโลก็ได้ทำการฆ่างูไพธอน เพราะเหตุนี้บางครั้งเทพอพอลโลก็ถูกเรียกว่า ไพธูส แปลว่า ผู้ประหารไพธอน นอกจากนี้อพอลโลยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ชื่อตามสถาณที่เกิดว่า ดีเลียน หรือฟีบัส ที่แปลว่า แสงสว่าง โดยฟีบัสมักใช้รวมกันกับชื่อของเทพอพอลโล รวมเป็น ฟีบัส อพอลโล

อพอลโลเป็นเทพผู้เก่งกาจ และได้ทำการสังหารศัตรูและสัตว์ดุร้ายต่าง ๆ มากมาย เช่น งูยักษ์ไพธอน ,ยักษ์อโลอาดีและอีฟิอัลทิส ผู้สืบเชื้อสายจากราชวงศ์ไทแทน ที่หวังจะฟื้นคืนราชวงศ์ไทแทนกลับมา ก็ล้วนถูกจัดการด้วยฝีมือของเทพอพอลโลทั้งสิ้น

นอกจากสังหารเหล่าศัตรูและสัตว์ดุร้ายแล้ว เทพอพอลโลยังถือเป็นนักขับกล่อมดนตรีให้แก่เหล่าเทพโอลิมปัสอีกด้วย เทพอพอลโลมักจะถือพิณด้วยมือข้างหนึ่ง และอีกข้างหนึ่งถือคันธนู ซึ่งธนูของเทพอพอลโลนั้นสามารถยิงได้ไกลและแม่นยำเป็นอย่างมาก ทำให้ได้รับสมญานามว่า เทพแห่งธนู อีกทั้งอพอลโลยังเป็นเทพผู้ถ่ายทอดวิชาศิลป์ให้แก่เหล่ามนุษย์

เทพอพอลโลชื่นชอบการเล่นเล่นพิณเป็นอย่างมาก โดยอพอลได้รับพิณมาจากเฮอร์เมสเทพแห่งการสื่อสาร การเดินทาง และหัวขโมย สาเหตุมาจากเฮอร์เมสได้ทำการขโมยวัวของเทพอพอลโลไปซ่อน ทำให้อพอลโลโกรธเป็นอย่างมาก แต่เฮอร์เมสไถ่โทษด้วยการประดิษฐ์พิณชิ้นแรกของโลกให้แก่อพอลโล พิณนี้มีเสียงบรรเลงที่ไพเราะและถูกใจอพอลโลเป็นอย่างมาก จึงยอมคืนดีกับเฮอร์เมสเพื่อแลกกับพิณ

อพอลโลเป็นเทพหนุ่มที่มีรูปโฉมงดงามที่สุด เรียกได้ว่าเป็นตัวแทนของเพศชายชาวกรีกที่งดงามที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยอพอลโลได้มีความรักมายมากไม่แพ้ซุสพ่อของตน ไม่ว่าจะทั้งเทพ เทพี มนุษย์ชายหรือหญิง อีกทั้งยังมีบุตรธิดาไม่น้อยกับความสัมพันธ์เหล่านี้

ตำนานของอพอลโลและสนมนางโคโรนิส ธิดาแห่งฟลีจีอัส ราชาแห่งเธสซาลี ในขณะที่นางตั้งครรภ์นางได้เล่นชู้กับชายนามว่าอิสคีส ซึ่งอพอลโลได้ให้อีกา (บางตำนานกล่าวว่าเป็นนกดุเหว่า) เฝ้านางเอาไว้ เมื่ออีกามาบอกข่าว อพอลโลโกรธเป็นอย่างมาก จึงได้ทำการสาปอีกาจากสีขาวเป็นสีดำ และทำการฆ่าโคโรนิส อีกทั้งยังเอาทารกออกมาก่อนเผาศพของนาง นั่นคือเอสคิวเลปิอัส โดยนำเขาไปให้ไครอน ซึ่งเป็นเซนทอร์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องวิชาต่าง ๆ เลี้ยงดู

เอสคิวเลปิอัสเป็นคนฉลาด อีกทั้งยังเก่งเรื่องของการเยียวยารักษาโรคต่าง ๆ ไม่มีโรคใดที่เขารักษาไม่ได้ ทั้งยังสามารถทำให้คนตายกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง ชื่อเสียงของเขาแพร่กระจายไปอย่างกว้างใหญ่ไพศาล ฮาเดสเทพเจ้าแห่งความตายและใต้พิภพจึงได้ปรึกษาซุสว่า การฟื้นคืนชีพผู้คนของคิวเลปิอัสจะทำให้โลกรวน และมีผลกระทบกับจัดการเหล่าวิญญาณคนตาย ซุสได้ฟังดังนั้นจึงทำการฆ่าคิวเลปิอัส ด้วยสายฟ้าอาวุธของตน และได้ทำการเปลี่ยนคิวเลปิอัสเป็นกลุ่มดาว เมื่ออพอลโลรู้ถึงการตายของคิวเลปิอัสเขาโกรธเป็นอย่างมาก แต่เพราะไม่สามารถทำอะไรซุส ผู้เป็นพ่อได้ จึงทำการยิงธนูฆ่ายักษ์ไซคลอปส์ที่ประดิษฐ์สายฟ้าของซุสแทน ซุสได้ลงโทษอพอลโลด้วยการเนรเทศให้มาอยู่โลกมนุษย์และเป็นทาสรับใช้มนุษย์เป็นเวลา1ปี



ตำนานความรักของอพอลโลที่เป็นที่น่าจดจำอีกตำนานหนึ่งคือ เรื่องราวความรักของอพอลโลและนิมพ์ดาฟนี (นิมพ์คือสตรีที่เป็นตัวแทนสิ่งต่าง ๆ ในธรรมชาติ) เล่ากันว่าดาฟนีเป็นธิดาของเพอนีอัส เทพแห่งแม่น้ำ อพอลโลเมื่อได้เนนางก็ตกหลุมรักแต่แรกพบ อพอลโลได้เดินไปหาดาฟนีแต่นางหันมาพบเขาก่อน ดาฟนีรู้ทันจึงได้หนีอพอลโลขึ้นไปบนภูเขา อพอลโลได้ไล่ตามนางไปอย่างไม่ลดละ เมื่อเขาจวนจะขว้าตัวนาง ดาฟนีได้องขอให้เพอนีอัสพ่อของนางช่วย เพอนีอัสรับรู้คำขอของนางด้วยญาณ จึงได้ทำการเสกนางให้กลายเป็นต้นลอเรล เปลือกไม้เริ่มงอกปกคลุมผิวกาย แขนและมือกลายเป็นกิ่งและใบ นิ้วเท้ากลายเป็นราก ดวงหน้าอันงดงามของดาฟนีถูกฝังไว้กับยอดไม้ ทันทีที่อพอลโลคว้านาง เขาก็สัมผัสได้ถึงเปลือกไม้ นางกลายเป็นต้นไม้ไปต่อหน้าต่อตา เมื่อความรักของเขาไม่สมหวัง อพอลโลจึงได้ทำการรับต้นลอเรลเป็นต้นไม้ประจำตัวและเป็นสัญลักษณ์ของตน อีกทั้งมงกุฏลอเรลยังเป็นสัญลัษณ์แห่งชัยชนะอีกด้วย

อพอลโลรักไฮยาซินธัส เจ้าชายจากลาเคไดโมเนีย แต่เซฟีรัส เทพแห่งลมตะวันตกเกิดความอิจฉา ในขณะที่อพอลโลและไฮยาซินทัสเล่นขว้างจักรกัน เซฟีรัสจึงให้ให้จักรของอพอลโลไปโดนศรีษะของไฮยาซินทัสจนเสียชีวิต อพอลโลเสียใจมากจึงเปลี่ยนให้ไฮยาซินทัสเป็นดอกไม้ หรือดอกไฮยาซิน

อพอลโลเป็น1ใน 12 เทพแห่งโอลิมปัส โดยเป็นบุตรชายของมหาเทพซุส เทพแห่งท้องฟ้า และนางเลโต อพอลโลเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ แสงสว่าง การดนตรี สัจจะ และการแพทย์ โดยทั่วไป รูปปั้นอะพอลโล จะถือเครื่องดนตรีคล้ายพิณและมีลูกบอลทองคำ ที่เป็นสัญลักษณ์ของดวงอาทิตย์ ปัจจุบัน อพอลโลเป็นชื่อที่ถูกอ้างอิงบ่อย ๆ ในทางที่เกี่ยวกับแสงสว่างหรือความสำเร็จ เช่น เป็นชื่อปฏิบัติการ ทางอวกาศ ของนาซาที่เรียกว่า โครงการอพอลโล เป็นต้น


อ้างอิง

12 เทวสภาเเห่งยอดเขาโอลิมปัส. (2557). อพอลโล (Apollo). สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2562. จาก:  https://sites.google.com/site/12thewsphaehengyxdkheaxolimpas/12-the-wsph-aeheng-yxd-khea-xo-limpas/4-x-phxllo-apollo

ตำนานดีๆ. (2558). เทพอพอลโล (Apollo) แทพแห่งดวงอาทิตย์. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2562. จาก: https://www.tumnandd.com/

ADMIN. (2553). อพอลโล (Apollo) เทพแห่งแสงสว่าง หรือ เทพแห่งดวงอาทิตย์. สืบค้นเมื่อ 6 มกราคม 2562. จาก: http://variety.phuketindex.com/faith/

สำนักงานบริหาร สภากาชาดไทย. (2563)..เทพเจ้ากรีก. สืบค้นเมื่อ 13 เมษายน 2563. จาก: https://adminis.redcross.or.th/

ADMIN. (2562).ตำนานอพอลโล (Apollo) เทพแห่งแสงอาทิตย์ และดวงอาทิตย์ ตอนที่ 2. สืบค้นเมื่อ 13 เมยายน 2562. จาก: https://trvsdjam.com/2019/10/05/

อ่านเพิ่มเติม »

เทพเจ้ากรีกและโรมันที่ปรากฏในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน (Percy Jackson)

โดย นางสาววรางคณา  สุขแสนศรี

ถ้าหากกล่าวถึงอารายธรรมของกรีกและโรมัน สิ่งแรกที่ผู้คนจะนึกถึงก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องตำนานปรัมปราที่เกี่ยวกับเทพเจ้า อารายธรรมกรีกและโรมันนั้นมีความเชื่อในเรื่องของเทพเจ้าที่ใกล้เคียงกันซึ่งจะแตกต่างกันที่ชื่อที่ใช้เรียกเทพเจ้าเท่านั้น ซึ่งตำนานของเทพเจ้าแต่ละองค์นั้นไม่มีหลักฐานที่มาอย่างชัดเจน โดยความเชื่อเรื่องตำนานของเทพเจ้านั้นเกิดจากการที่ชาวกรีกและชาวโรมันเกิดความสงสัยในปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้น จึงได้พยายามหาสาเหตุของการเกิดเหตุการณ์นั้นๆขึ้นโดยนำเอาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมาผสมผสานเข้ากับจินตนาการและความเชื่อในเรื่องสิ่งที่เหนือธรรมชาติจึงก่อให้เกิดเป็นตำนานความเชื่อเรื่องเทพเจ้าองค์ต่างๆของกรีกขึ้น

ความเชื่อเรื่องเทพเจ้ายังมีอิทธิพลต่อวรรณกรรมในปัจจุบันอีกด้วย ซึ่งวรรณกรรมที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อเรื่องเทพเจ้าของกรีกนั้นมีอยู่หลากหลายเรื่อง โดยวรรณกรรมที่ได้ยกตัวอย่างมาในที่นี้ คือ วรรณกรรมแฟนตาซีชุดเพอร์ซีย์ แจ็กสัน (Percy Jackson) ประพันธ์โดย ไปริก ไรออร์แดน ซึ่งมีด้วยกันทั้งหมด 5 เล่มประกอบด้วย เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับสายฟ้าที่หายไป, เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับอาถรรพ์ทะเลปีศาจ, เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับคำสาปแห่งไททัน, เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับปริศนาเขาวงกต และเพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับเทพองค์สุดท้าย



วรรณกรรมชุดนี้มีเนื้อหาเกี่ยวกับตำนานเทพเจ้าปกรณัมของกรีกและโรมันที่ไปปรากฏในวัฒนธรรมสมัยปัจจุบันของเมืองนิวยอร์กซิตี้ประเทศสหรัฐอเมริกาในคริสต์ศตวรรษที่ 21 โดยในวรรณกรรมให้ข้อมูลว่า เทพเจ้าโอลิมปัสทั้งหลายได้ย้ายเขาโอลิมปัสมาตั้ง ณ ใจกลางนครนิวยอร์กบนชั้นที่ 600 ของตึกเอ็มไพร์สเตต และตัวละครหลักคือ เพอร์ซีย์แจ๊กสัน เด็กหนุ่มที่อาศัยอยู่ในแฟลตแห่งหนึ่งในแมนฮัตตันซึ่งเขาพักอยู่กับมารดาและบิดาบุญธรรม ต่อมาเขาได้ค้นพบว่าเขานั้นมีเชื้อสายของเทพเจ้ากรีกอยู่ครึ่งหนึ่ง ซึ่งบิดาที่แท้จริงของเขานั้นก็คือ เทพโพไซดอน (Poseidon) ซึ่งเป็นเทพที่ทำหน้าดูแลปกป้องมหาสมุทร เพอร์ซีย์ได้พบเพื่อนที่เป็นมนุษย์กึ่งเทพเช่นเดีบวกันกับเขามากมาย เขาได้ร่วมผจญภัยกับแอนนาเบ็ธ เชส บุตรธิดาแห่งอาธีน่า เทพีแห่งสติปัญญาและโกรเวอร์ อันเดอร์วู้ด แซเทอร์ที่เป็นเพื่อนสนิทของเขา เทพเจ้าของกรีกและโรมันที่ปรากฏในเนื้อเรื่องของวรรณกรรมแฟนตาซีชุดเพอร์ซีย์ แจ็กสัน  มีทั้งหมด 12 องค์ ได้แก่

1. เทพเพอร์ซีอุส

เทพเพอร์ซีอุสตามหความเชื่อของกรีกโรมัน 
เทพเพอร์ซีอุส เป็นบุตรของเทพซีอุสกับหญิงชาวมนุษย์ชื่อ นางแดนาอี ตามตำนานกรีกเพอร์ซิอัสเป็นผู้ก่อตั้งแคว้นไมซีนี และเป็นปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์เพอร์เซอิด เขาเป็นวีรบุรุษคนแรกในปกรณัมกรีกที่มีชื่อเสียงจากการปราบสัตว์ประหลาดโบราณมากมาย ในยุครุ่งเรืองเทพโอลิมปัสทั้ง 12 องค์ ชาวกรีกเชื่อกันว่าเพอร์ซีอุสเป็นผู้ก่อตั้งเมืองไมซีนีขึ้น ณ จุดที่ได้สังหารอะคริซิอัส พระเจ้าตาของตนโดยอุบัติเหตุ นอกจากนี้ผู้คนมากมายจึงขนานนามเพอร์ซุสว่า “เพอร์ซุสผู้สังหารเมดูซา” เนื่องจากเพอร์ซีอุสเป็นผู้สังหารเมดูซา และเป็นผู้ช่วยเหลือเจ้าหญิงแอนดรอมิดาจากเคตัส (Cetus) ปีศาจทะเลซึ่งถูกส่งมาโดยเทพโปเซดอน เพื่อทำลายเอธิโอเปียและมีความสามารถในการสาปคนให้กลายเป็นหินได้ด้วยการสบตา

เทพเพอร์ซีอุสในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์แจ็คสัน
ในวรรณกรรมผู้เขียนกล่าว่า เทพเพอร์ซีอุส หรือในเรื่องคือเพอร์ซี่ แจ็คสัน เป็นบุตรแห่งเทพโพไซดอนกับมารดาที่เป็นชาวมนุษย์ เขาได้ถูกปกป้องโดยค่ายฮาล์ฟบลัด ค่ายลับที่ถูกสร้างเพื่อฝึกฝนและคุ้มครองเหล่าลูกครึ่งเทพ เนื่องด้วยเพอร์ซีย์เป็นบุตรของโพไซดอน เขาได้ถูกกล่าวถึงในคำทำนายว่า หนึ่งในบุตรครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ของมหาเทพทั้งสามจะเป็นผู้ตัดสินใจในการปกป้องหรือทำลายโอลิมปัส  มีอาววุธประจำกาย คือ ดาบริพไทด์ต้องคำสาป ชื่อ อนาคลัสมอส ซึ่งมีความสามารถในการเปลี่ยนเป็นปากกาลูกลื่นได้ เพอร์ซีย์ได้รับต่อมาจากไครอน ซึ่งโพไซดอนได้ฝากไว้ให้กับไครอน


เทพเพอร์ซีอุส
ที่มา : http://www.tumnandd.com/

2. เทพโพไซดอน 

เทพโพไซดอนตามความเชื่อของกรีกโรมัน 
เทพโพไซดอน เป็นเทพพระเจ้าแห่งทะเลและมหาสมุทร ชื่อโรมันคือเนปจูน เทพโพไซดอนจะมีอาวุธเป็นสามง่ามคู่กาย บางตำนานอาจกล่าวถึงลักษณะของเทพโพไซดอนว่ามีท่อนล่างเป็นปลา นอกจากนี้ เทพโพไซดอน ยังถือเป็นเทพแห่งแผ่นดินไหว และเป็นเทพแห่งม้าอีกด้วย

เทพโพไซดอนในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ในวรรณกรรมมีเพียงการเอ่ยถึงชื่อของเทพโพไซดอนโดยผู้เขียนกล่าวว่าเทพโพไซดอน เทพเจ้าแห่งท้องทะเล และมหาสมุทรเป็นบิดาของเพอร์ซีย์ แจ็กสัน และได้มอบดาบริพไทด์ต้องคำสาปไว้กับไครอน


โพไซดอน
ที่มา : http://www.tumnandd.com/

3. เทพซีอุส (Zeus) 

เทพซีอุสตามความเชื่อของกรีกโรมัน
เทพแห่งเทพผู้ปกครองเทพทั้งหมด และเป็นเทพเจ้าแห่งท้องฟ้า เทพซีอุสมีสัญลักษณ์แห่งพลังอำนาจเป็น สายฟ้า (Thunderbolt) ชื่อโรมันคือจูปิเตอร์

เทพซีอุสในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ในวรรณกรรมผู้เขียนกล่าว่า เทพซีอุสเป็นเทพเจ้าสูงสุดใน 12 เทพเจ้าโอลิมปัส และเป็นผู้กล่าวหาว่า เพอร์ซีย์ แจ็กสันบุตรชายของเทพโพไซดอนเป็นผู้ต้องสงสัยขโมยสายฟ้า ซึ่งเป็นอาวุธที่ทรงอำนาจมากที่สุดในจักรวาลไปจากเทพซีอุส เพื่อพิสูจน์ว่าเพอร์ซีย์เป็นผู้บริสุทธิ์จากข้อกล่าวหาร้ายแรง และหลีกเลี่ยงสงครามระหว่างทวยเทพที่อาจปะทุขึ้น เพอร์ซีย์จำต้องออกผจญข้ามโลกไปจับขโมยตัวจริงมาลงโทษให้ได้


ซีอุส
ที่มา : http://www.tumnandd.com/

4. เทพฮาเดส 

เทพฮาเดสตามความเชื่อของกรีกโรมัน
เทพฮาเดส เป็นเทพแห่งโลกใต้พิภพ และเป็นเทพแห่งความตาย ชื่อโรมันคือ พลูโต

เทพฮาเดสในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ในวรรณกรรมมีเพียงการเอ่ยถึงชื่อของเทพฮาเดสโดยผู้เขียนกล่าวว่าเทพฮาเดสเป็นเทพแห่งโลกใต้พิภพ และผู้ปกครองดินแดนแห่งความตาย ทั้งยังเป็นบิดาของนิโค ดิแองเจโล สมาชิกในค่ายฮาล์ฟบลัด


เทพฮาเดส
ที่มา : http://www.tumnandd.com/

5. เทพไดโอนีซุส

เทพไดโอนีซุสตามความเชื่อของกรีกโรมัน
เทพไดโอนีซุส เป็นโอรสของเทพซีอุส เทพเจ้าแห่งการเก็บเกี่ยวองุ่น การทำไวน์และไวน์ ความบ้าคลั่งทางพิธีกรรมและปีติศานติ์ ชื่อโรมันคือ แบคัส

เทพไดโอนีซุสในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ในวรรณกรรมผู้เขียนกล่าว่า เทพไดโอนีชุสเป็นโอรสของเทพซีอุส เทพพระเจ้าแห่งไวน์และงานเลี้ยง และยังเป็นผู้อำนวยการค่ายฮาล์ฟบลัด มีชื่อเรียกแบบย่อว่า “คุณดี”


เทพไดโอนีซุส

6. เทพอพอลโล

เทพอพอลโลตามความเชื่อของกรีกโรมัน
เทพอพอลโล เทพแห่งดวงอาทิตย์ การดนตรี และการแพทย์ เป็นฝาแฝดกับเทพีอาร์เทมีส ชื่อโรมันคือ ฟีบัส

เทพอพอลโลในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ในวรรณกรรมผู้เขียนกล่าว่า เทพอพอลโลเป็นเทพแห่งดวงอาทิตย์ การดนตรี และการแพทย์ ทั้งยังเป็นฝาแฝดกับเทพีอาร์เทมีส และต่อมาเขาถูกเทพซีอุสลงโทษให้กลายเป็นมนุษย์ เขาไม่มีพลังเหมือนกับเทพเจ้าอีกแล้ว โดยมีเม็ก ที่อพอลโลรู้มาว่าเธอเป็นเดมิก็อดได้มาช่วยเอาไว้ จากนั้นทั้งคู่ก็เดินทางไปหาเพอร์ซีย์เพื่อให้เขาช่วยพาไปยังค่ายฮาล์ฟบลัด


เทพอพอลโล

7. เทพีอาร์เทมิส

เทพีอาร์เทมิสตามความเชื่อของกรีกโรมัน
เทพีอาร์เทมิส เทพีแห่งดวงจันทร์และการล่าสัตว์ เป็นฝาแฝดกับเทพอะพอลโล ชื่อโรมันคือ ไดอาน่า

เทพีอาร์เทมิสในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ในวรรณกรรมผู้เขียนกล่าว่า เทพีอาร์เทมิส เทพีแห่งดวงจันทร์และการล่าสัตว์ เป็นฝาแฝดกับเทพอะพอลโล และเป็นสมาชิกในค่ายฮาล์ฟบลัด


เทพีอาร์เทมิส
ที่มา : http://www.tumnandd.com/

8. ยักษ์ไซคลอปส์

ยักษ์ไซคลอปส์ตามความเชื่อของกรีกโรมัน
ยักษ์ไซคลอปส์ ไซคลอปส์หรืออสูรตาเดียว เป็นสัตว์ประหลาดในตำนานกรีก ดำรงชีวิตด้วยการกินมนุษย์เป็นอาหาร บุตรแห่งเทพโพไซดอน

ยักษ์ไซคลอปส์ในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ในวรรณกรรมผู้เขียนกล่าว่า ไทสันเป็นยักษ์ไซคลอปส์ มีบิดาคือเทพโพไซดอน ซึ่งมีสายสัมพันธ์เป็นพี่น้องต่างมารดาของเพอร์ซีย์


ไซคลอปส์

9. เทพีธาเลีย

เทพีธาเลียตามความเชื่อของกรีกโรมัน
เทพีธาเลีย เป็นเทพีแห่งแรงบันดาลใจและเป็นเทพีที่มีความงดงามมาก เป็นเทพีแห่งเรื่องราวสนุกสนาน มีลักษณะเด่นของเทพีองค์นี้คือ มือขวาจะถือม้วนกระดาษ และมือซ้ายจะถือหน้ากากตัวตลก เทพีธาเลีย (Thalia Grace) เป็นธิดาแห่งเทพซีอุส มีความสามารถใช้มนตร์บังตาและใช้สายฟ้า ควบคุมอากาศ,ท้องฟ้าได้ เป็นเทพีองค์หนึ่งในสามองค์ในกลุ่ม เทพีชาริทีสในตำนานเทพเจ้ากรีก ที่รู้จักกันในภาษาอังกฤษว่า “Three Graces (ไตรเทพี)”

เทพีธาเลียในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ในวรรณกรรมผู้เขียนกล่าว่า  แอนนาเบ็ธ เชส (เทพีธาเลีย) เป็นธิดาแห่งเทพีอะธีนา เพื่อน (ต่อมากลายเป็นแฟนสาว) ของเพอร์ซีย์ มีความฉลาด หลักแหลมและมีทักษะในด้านสถาปัตยกรรมและการวางแผนกลยุทธ์ มีอาวุธประจำตัว คือ มีดสัมฤทธิ์วิเศษและหมวกทีมแยงกี้ส์ที่มีเวทมนตร์ล่องหน


เทพีธาเลีย
ที่มา : http://3.bp.blogspot.com/

10. เซเทอร์  

เซเทอร์ตามความเชื่อของกรีกโรมัน
เซเทอร์  เป็นสัตว์วิเศษมาจากตำนานกรีก รูปลักษณ์ท่อนบน(ยกเว้นส่วนหัว)จะเป็นคน มีหน้าอก ลำตัวและแขนครบถ้วน แต่ทั่วทั้งร่างกายจะมีขนแพะหยาบแข็งปกคลุม ส่วนท่อนล่างมีขาเป็นแพะ มักท่องเที่ยวในป่าและภูเขา บางตำราบอกว่าเป็นเทพารักษ์ อีกทั้งยังเป็นผู้ติดตามของเทพแพน (Pan) และเทพไดโอไนซัสอีกด้วย ในเทพปกรณัม เซเทอร์ เกี่ยวข้องกับพลังทางเพศของเพศชายและผลงานศิลปกรรมกรีก-โรมันมักสร้างภาพของเซเทอร์ให้มีอวัยวะเพศที่ตั้งชูชัน

เซเทอร์ ในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ในวรรณกรรมผู้เขียนกล่าวว่า โกรเวอร์ อันเดอร์วู้ด คือเซเทอร์ อาวุธประจำตัว คือ ขลุ่ยต้นอ้อ มีถิ่นกำเนิด คือ ป่าไม้ในค่ายฮาล์ฟบลัด และยังเพื่อนสนิทของเพอร์ซีย์ แจ๊กสัน


เซเทอร์

11. ไครอน 

ไครอนตามความเชื่อของกรีกโรมัน
ไครอน เป็นเซนทอร์ผู้คงแก่เรียน มีความสุขุมรอบคอบจนได้รับเลือกให้เป็นอาจารย์ของเหล่าวีรบุรุษหลายคนในตำนานกรีก (เซนทอร์เป็นสัตว์ชนิดหนึ่งในเทพปกรณัมกรีก มีร่างส่วนบนเป็นมนุษย์ผู้ชาย แต่ส่วนลำตัวลงไปเป็นม้าหนุ่มที่มีกล้ามเนื้อเป็นมัด ๆ สง่างาม อาศัยอยู่แถบภูเขาของอาคาเดีย และเทสสาลีในประเทศกรีซ)

ไครอนในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ในวรรณกรรมผู้เขียนกล่าวว่า ไครอนคือ เซนทอร์อมตะซึ่งเป็นครูฝึกสอนเหล่าวีรบุรุษในค่ายฮาล์ฟบลัด และเป็นผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมของค่าย อาวุธประจำกาย คือ ธนูและลูกธนู


ไครอน

12. เทพโครนอส

เทพโครนอสตามความเชื่อของกรีกโรมัน
เทพโครนอส ผู้นำเหล่ายักษ์ไททันรุ่นแรกที่มีอายุน้อยที่สุดและได้รับการสักการะในฐานะเทพแห่งฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งรวมไปถึงการเก็บเกี่ยวพืชผลเช่น ข้าว ธรรมชาติ ผลผลิตทางการเกษตร และการเดินไปข้างหน้าของกาลเวลาที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ นอกจากนี้ เทพโครนอสยังเป็นพระบิดาแห่งเทพซีอุส เทพโครนัสได้โค่นบัลลังก์ของพระบิดา (เทพยูเรนัส) และขึ้นครองบัลลังก์ในช่วงยุคทอง จนกระทั่งถูกโค่นบัลลังก์โดยพระโอรสของตน คือ เทพซีอุส เทพโครนัสมิได้ถูกจองจำในยมโลกทาร์ทารัส  เหมือนเช่นไททันตนอื่น ๆ แต่เขากลับหลบหนีไปได้

เทพโครนอสในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสัน
ในวรรณกรรมผู้เขียนกล่าวว่า เทพโครนอสคือตัวร้ายตัวสำคัญภายในเรื่อง เทพโครนอส รอเวลารวบรวมพลไปสู้รบกับเหล่าเทพโอลิมปัสเพื่อแย่งชิงบัลลังก์คืนจากเทพซีอุสผู้เป็นบุตรชาย สงครามระหว่างเทพโอลิมปัสกับยักษ์ไททันกำลังเกิดขึ้นอีกครั้งในศตวรรษที่ 21 ค่ายฮาล์ฟบลัดในฐานะที่เป็นสถานที่ของลูกหลานเทพจึงต้องรีบรวบรวมสมัครพรรคพวกไปช่วยเช่นกัน


เทพโครนอส

จากสิ่งที่ได้กล่าวมาข้างต้นนั้นแสดงให้เห็นว่าในวรรณกรรมเรื่อง เพอร์ซีย์ แจ็กสันนั้น ได้มีการนำเอาความเชื่องในเรื่องตำนานเทพเจ้าของกรีกและโรมันมาใช้เป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างสรรค์เป็นวรรณกรรมเรื่องนี้ขึ้นมา ผู้เขียนได้นำเอาเทพเจ้าที่สำคัญๆของกรีกและโรมันมาเป็นตัวละครหลักในการดำเนินเรื่อง ซึ่งมีการนำเอาประวัติความเป็นมา ความเชื่อ สถานที่สำคัญ ๆ ตามตำนานของเทพแต่ละองค์มาดัดแปลงและปรับเปลี่ยนให้ให้สอดคล้องกับเหตุการณ์ต่างๆภาพในเรื่อง โดยมีการปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆในปัจจุบัน ผู้เขียนก็ยังคงยึดเอาเอกลักษณ์ความสามารถตามตำนานของเทพแต่ละองค์เอาไว้และไม่ได้ทำให้ความเชื่องในเรื่องความสามารถของเทพนั้นเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

อ้างอิง

Rick Riordan. (2553). พิมพ์ครั้งที่ 7. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับสายฟ้าที่หายไป. กรุงเทพฯ: เอ็นธอบุ๊คส์.

Rick Riordan. (2553). พิมพ์ครั้งที่ 3. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับอาถรรพ์ทะเลปีศาจ. กรุงเทพฯ: เอ็นธอบุ๊คส์.

Rick Riordan. (2553). พิมพ์ครั้งที่ 2. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับคำสาปแห่งไททัน. กรุงเทพฯ: เอ็นธอบุ๊คส์.

Rick Riordan. (2553). พิมพ์ครั้งที่ 2. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับปริศนาเขาวงกต. กรุงเทพฯ: เอ็นธอบุ๊คส์.

Rick Riordan. (2553). พิมพ์ครั้งที่ 2. เพอร์ซีย์ แจ็กสัน กับเทพองค์สุดท้าย. กรุงเทพฯ: เอ็นธอบุ๊คส์.

TumnanDD.com. (ไม่ระบุปี).  ตำนานเทพเจ้ากรีก. สืบค้นเมื่อ 19 ธันวาคม 2561. จาก: http://www.tumnandd.com/

วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี. (2561). เซนทอร์. สืบค้นเมื่อ 19 ธันวาคม 2561. จาก: https://th.wikipedia.org/wiki/

วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี. (2557). เซเทอร์. สืบค้นเมื่อ 19 ธันวาคม 2561. จาก: https://th.wikipedia.org/wiki/

วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี. (2561). โครนัส. สืบค้นเมื่อ 19 ธันวาคม 2561. จาก: https://th.wikipedia.org/wiki/

วิกิพีเดียสารานุกรมเสรี. (2561). เพอร์ซีย์ แจ็กสัน. สืบค้นเมื่อ 19 ธันวาคม 2561. จาก: https://th.wikipedia.org/wiki/

ปาลิตา สนธิ์ทอง. (2561). เพอร์ซีย์ แจ็กสัน แนะนำตัวละคร. สืบค้นเมื่อ 19 ธันวาคม 2561. จาก: https://takomkom.wordpress.com/


อ่านเพิ่มเติม »