แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิถีชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ วิถีชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

สตรีชั้นสูงในพระราชวังต้องห้าม

โดย วนิดา  บานเย็น

สตรีเป็นความสวยงามของโลกใบนี้ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเติมแต่งสีสันให้สังคมหรืออารยธรรมหนึ่งๆ ให้สามารถที่จะดำเนินต่อไปได้ สตรีไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์ของเพศที่อ่อนแอแต่กลับมีอำนาจมากมายที่จะทำให้อารยธรรมนั้นเจริญหรือถูกทำลายได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการมีอำนาจในการครอบครองจักรพรรดิและประชาชนทั่วไปหรือการมีอำนาจในหมู่สตรีด้วยกัน จะเห็นได้ชัดเจนในสังคมจีนโบราณ โดยเฉพาะจะขอกล่าวถึงสมัยราชวงศ์ชิงของจีน พระราชวังต้องห้ามนั้นขึ้นชื่อเรื่องการมีนางกำนัล นางสนม ข้าราชบริพานที่เป็นสตรีเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการแก่งแย่งชิงดี แบ่งชนชั้นหรือการทำร้ายกันเองในหมู่สตรีด้วยกัน ทำให้พระราชินีที่มีอำนาจในการดูแลฝ่ายในต้องจัดการดูแล เพื่อให้เกิดความมีระเบียบในพระราชวัง


รูปที่ 1. พระราชวังต้องห้ามหรือกู้กง

สตรีเป็นองค์ประกอบหลักที่อาศัยอยู่ในวัง ซึ่งในสมัยราชวงศ์ชิงภายในวังได้แบ่งหน้าที่การดูแลองค์จักรพรรดิออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ พระราชินี นางสนม นางกำนัลและข้าราชบริพาร โดยพระราชินีเป็นประมุขฝ่ายในที่มีอำนาจมากที่สุดและยังเป็นบุคคลที่ได้รับความรัก ความเมตตา และเป็นที่โปรดปรานมากที่สุดขององค์จักรพรรดิ ตำแหน่งราชินี หรือ Hoàng hậu (หว่าง เหิ่ว) ได้รับการพระราชทานจากจักรพรรดิ ซึ่งพระราชินีมีหน้าที่ในการช่วยองค์งจักรพรรดิดูแลกิจการต่างๆ ภายในพระราชวัง ถึงแม้ว่าจะดำรงตำแหน่งสูงสุดของฝ่ายใน แต่ก็ต้องทรงงานหนักด้วย เช่น ในทุกๆ วัน จะต้องดูแลงานในพระราชวังทั้งหมด ดูแลนางสนม นางกำนัลและข้าราชบริพารที่อยู่ใต้อำนาจการปกครอง อีกทั้งคอยปรนนิบัติองค์จักพรรดิในเรื่องต่างๆ

ต่อมาตำแหน่งของนางสนมหรือผู้ที่กำลังเข้ารับการฝึกฝนก่อนถูกยกฐานะให้เป็นนางสนม ภาพสะท้อนอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นถึงอำนาจขององค์จักรพรรดิคือ การเลือกและแต่งตั้งสตรีที่เป็นที่โปรดปรานขึ้นมาเป็นพระสนม ซึ่งจะอยู่ภายใต้การดูแลและการแต่งตั้งของพระราชินี นอกจากนี้แล้วตำแหน่งพระสนมสามารถแบ่งได้ 7 ระดับ ได้แก่ หวงกุ้ยเฟย กุ้ยเฟย เฟย ผิน กุ้ยเหริน ฉางจ้ายและตาอิ้งตามลำดับการโปรดปรานขององค์จักรพรรดิซึ่งการจัดลำดับเหล่านี้มีผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ของพระสนมในวังเช่น จำนวนข้าวหรือเงินเบี้ยหวัดประจำปีที่จะได้รับตามระดับชั้นของตำแหน่งซึ่งส่งผลต่อข้าทาสบริวารและผู้รับใช้ในแต่ละตำหนักที่จะได้รับมาก น้อยลดหลั่นแตกต่างกันไป ทั้งนี้การจัดลำดับของพระสนมนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าบิดาของเหล่าสตรีเหล่านี้จะมีตำแหน่งสูงเพียงใด

นอกเหนือจากตำแหน่งสนมทั้ง 7 ระดับแล้ว ยังมีสตรีอีกจำนวนหนึ่งที่รอการพระราชทานลำดับ พระสนม ซึ่งเป็นสตรีที่อยู่ในทะเบียนที่ยังอยู่ระหว่างการรอถวายตัว โดยมักมาจากครอบครัวชาวบ้านสามัญ ซึ่งแน่นอนว่าต้องมีความงามเป็นที่ประจักษ์ บรรดาสตรีที่เข้ามาใหม่จะยังไม่ได้ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มของสนม 7 ระดับนั้น จะถูกเรียกว่าเป็นโฉมงามที่ไม่อยู่ในลำดับชั้น ซึ่งสตรีที่จะมาเป็นข้าหลวงในวังนั้นแม้จะเป็นตระกูลไพร่หลวง แต่ก็มีฐานะที่ต่างกันบางคนอาจจะเป็นลูกขุนนางชั้นสูง


รูปที่ 2. ข้าหลวงในราชวงศ์ชิง

ถ้าเป็นลูกขุนนางมีหน้ามีตาก็จะได้รับตำแหน่งถวายงานนางในระดับกุ้ยเหรินขึ้นไป หรือเจ้านายชั้นสูง ก็จะได้รับตำแหน่งพระสนมสูงศักดิ์ มีชีวิตที่สบายกว่า แต่ว่าถ้าเป็นลูกของขุนนางระดับล่าง อาทิ ทหารล้อมวัง ข้าราชการน้อย ๆ ก็จะไปถวายงานในระดับเจ้าจอมหรืออาจจะต้องทำงานหนัก นางในแต่ละคนนั้นจะมีนางข้าหลวงมาคอยรับใช้ในจำนวนต่างกันไป  สำหรับที่มาของเหล่าสตรีทั้งหลายที่อยู่ในพระราชวังนั้น ส่วนใหญ่มาจากบุตรของขุนนางในราชสำนัก และตามเมืองต่างๆ การส่งตัวบุตรีเข้าพระราชวังของเหล่าขุนนางนั้นถือเป็นเกียรติอย่างสูง เป็นความภาคภูมิใจ ตลอดจนความสำเร็จของวงค์ตระกูล ในการที่บุตรีของตนมีโอกาสเข้ามารับใช้โอรสแห่งสวรรค์ เป็นไปได้ว่าขุนนางเหล่านี้มุ่งจะใช้เป็นเครื่องปูทางเพื่อเป็นฐานทางอำนาจของเหล่าขุนนาง

การเป็นข้าหลวงในวังของราชวงศ์ชิงนั้นจะต้องเรียนประเพณีในวังกับท้าวนางผู้ใหญ่ก่อน ที่เรียกว่า “โมโม่” หรือ “กู้กู” ซึ่งมีกฎระเบียบที่รัดตัว เช่น ห้ามยิ้มเห็นฟัน ห้ามหัวเราะเสียงดัง ถ้าอยู่เวรตอนถวายงานห้ามกินอาหารที่มีกลิ่นแรง ห้ามกินจนอิ่มหรือน้อยเกินไปก็และห้ามกินทุกอย่างที่จะทำให้ผายลม เมื่อถึงเวลานอนห้ามนอนหงาย ต้องนอนตะแคงเท่านั้น เพราะถือว่าถ้านอนหงายจะเป็นการดูถูกเทวดารักษาวัง ห้ามพูดคำหยาบ ห้ามพูดคำไม่เป็นมงคลเช่นตาย ฆ่า เป็นต้น เวลาโกรธคนห้ามด่า เรื่องการด่าเป็นธรรมเนียมที่เคร่งครัดมากในวังจีนสามารถที่จะตีได้แต่ด่าไม่ได้เพราะถือว่าคนในวังล้วนแล้วแต่สืบเชื้อสายมาจากต้นสกุลแมนจูเหมือน ๆ กัน ดังนั้นเมื่อนางข้าหลวงทำผิดจึงถูกหวดเป็นประจำ

แม้ชีวิตนางข้าหลวงจะดูหนักเพราะการมีกฎระเบียบข้อบังคับที่มากเกินไป แต่การใช้ชีวิตอยู่ในวังก็ถือว่าสุขสบายเช่นเดียวกันเพราะทางพระราชวังได้จัดให้มีการเรียนหนังสือการเรียนวิชาชีพชั้นสูงในด้านต่างๆ พร้อมได้รับเงินเดือนทุกเดือน และได้กินอยู่อย่างสุขสบาย

จะเห็นได้ว่าสตรีที่อยู่ในพระราชวังต้องห้ามนั้นมีทั้งนางสนม นางกำนัล ข้าราชบริพารในระดับต่างๆ อีกทั้งพระราชินีที่ทำหน้าที่ในการดูแลพระราชวังฝ่ายในโดยทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อย อาจจะทำให้เกิดความวุ่นวายจากการที่มีสตรีเป็นจำนวนมาก ซึ่งการจะเข้ามาเป็นสตรีในวังได้จะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนจึงจะผ่านการคัดเลือกให้เข้ามาอยู่ในวังและเมื่อเข้ามาแล้วจะต้องเรียนรู้กฎระเบียบต่าง ๆ ของพระราชวัง เพื่อที่ทุกคนจะได้ปฎิบัติตามและดำเนินตามแบบแผนเดียวกัน แม้ว่าชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงแรกๆ จะดูลำบากและอดทนกับสิ่งต่างๆ มากมาย แต่สตรีเหล่านี้ก็ได้รับสิ่งตอบแทนที่มีคุณค่าทั้งภายในและภายนอกที่พวกนางตั้งใจไว้นั่นเอง


อ้างอิง 

นิลพัท. (2558).   กว่าจะเป็นนางใน – ยศนางในสมัยราชวงศ์ชิงและการคัดเลือกเข้าสู่วัง. สืบค้นเมื่อ25 กันยายน 2561, จาก: http://www.reurnthai.com/index.php?topic=6201.0

มรกตวงศ์ ภูมิพลับ. (2553). สตรี และชีวิตในพระราชวังต้องห้าม. สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2561, จาก: http://www.thaiworld.org/th/thailand_monitor/answer.php?question_id=1010

Natsuo. (2556).   ระดับขั้นตำแหน่งนางในและตำแหน่งเชื้อพระวงศ์แบบละเอียดของราชวงศ์ชิงแห่งจีน. สืบค้นเมื่อ23 ธันวาคม 2561, จาก: https://pantip.com/topic/30613438

Sahaburapa.(2560). สาวจีนยุคโบราณกับการเข้าวังเป็นนางข้าหลวง. สืบค้นเมื่อ 25 กันยายน 2561, จาก: http://plodlock.com/2017/08/10/saojeen/


อ่านเพิ่มเติม »

Freetown Christiania ดินแดนแห่งเสรีชน

โดย นิภาพร ชมภู

ท่ามกลางสังคมแห่งความวุ่นวายจากกระแสทุนนิยมที่ทำให้โลกหมุนไปอย่างรวดเร็ว ชีวิตผู้คนที่เร่งรีบในทุกย่างก้าว ความคิดที่อยู่บนพื้นฐานของกำไร ขาดทุน คุ้มหรือไม่คุ้ม สังคมที่พึ่งพากันเพื่อผลประโยชน์ที่ตนจะได้รับ และชีวิตถูกครอบงำอิสระเสรีภาพจากรัฐตลอดเวลา กลับมีดินแดนแห่งหนึ่งที่การเดินทางของชีวิตสวนทางกับโลกแห่งความเป็นจริง พื้นที่แห่งความฝัน ดินแดนแห่งสิทธิเสรีภาพที่หลายชีวิตต่างตามหาอยู่ที่นี่ “Freetown Christiania ดินแดนแห่งเสรีชน”

ท่ามกลางความตื่นตัวของขบวนการบุพผาชน ในปี 1971 Christiania พื้นที่รกร้างของกองทัพเดนมาร์กใจกลางกรุงโคเปนเฮเกน ถูกคนหนุ่มสาวที่มีอายุระหว่าง 16-25 ปี จำนวนหนึ่งบุกเข้ายึดครอง ก่อร่างชุมชนแห่งเสรีภาพที่ประกาศปกครองตนเอง พวกเขาเหล่านี้ค้นหาชีวิตทางเลือก มีจุดยืนในการต่อต้านสงคราม (โดยเฉพาะช่วงนั้นมีสงครามเวียดนามเกิดขึ้น) นิวเคลียร์ พวกเขามองว่าความรุนแรงไม่ใช่ทางออก แต่เป็นปัญหาอีกปัญหาหนึ่ง และที่สำคัญพวกเขาปฏิเสธการมีชีวิตอยู่ในสังคมที่มีชนชั้น สังคมแห่งการอุปถัมภ์ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ต้องการ


ซุ้มประตูทางเข้า Christiania 

Christiania มีพื้นที่ประมาณ 240 ไร่ หลังจากที่หนังสือพิมพ์นำรูป ‘Freetown Christiania’ ไปลง ผู้คนก็เริ่มสนใจ และแห่กันมาตั้งรกรากที่นี่ ชุมชน Christiania กลายเป็นที่เลื่องลือในหมู่เสรีชนต่างขนข้าวของมารวมหมู่อยู่ด้วยกัน มีประชากรทั้งหมดประมาณ 850-1000 คน ลักษณะโครงสร้างทางกายภาพของ Christiania มีความหลากหลาย ลักษณะคล้าย ๆ “ART LANE ถนนแห่งศิลปะ” ตึกรามบ้านช่อง ฝาผนัง กำแพงถูกเพ้นท์ด้วยลวดลายเอกลักษณ์ที่แปลกตา ซึ่งลวดลายเหล่านี้จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เราสามารถเขียนภาพทับของใครก็ได้ เพราะชาว Christiania มีหลักในการอยู่ร่วมกัน คือการถือกรรมสิทธิ์ในดินแดนแห่งนี้ร่วมกัน ดังนั้นพื้นที่แห่งนี้จึงไม่มีผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้าง เราสามารถทำอะไรก็ได้ เพราะเป็นพื้นที่ส่วนรวมนั่นเอง

สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ (เจ้าของนามปากกานิ้วกลม) ได้เดินทางไปถ่ายทำรายการที่ Christiania เขาเล่าว่านอกจากตึกร้างของกองทัพเดนมาร์คแล้ว ก็ไม่มีบ้านหลังไหนที่ใหญ่อลังการกว่ากันเลย “บ้านทุกหลังมีความถ่อมตัวต่อธรรมชาติอยู่ มันเพียงแค่ขอที่ธรรมชาติแล้วซุกตัวอยู่ในนั้น” นอกจากตึกรามบ้านช่องแล้งก็ยังมีประติมากรรมหลายอย่างที่มีความเป็นเอกลักษณเฉพาะตัว หนึ่งในนั้นก็คือ สัญลักษณ์หอยทาก ที่บ่งบอกความเป็น Christiania ได้เป็นอย่างดี

ชาว Christiania กล่าวว่าหอยทากเป็นสัญลักษณ์ของความช้า เพราะความช้าจะทำให้ได้ยินทุกเสียง ซึ่งบ่งบอกถึงการปกครองที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกเสียง ทำความเข้าใจร่วมกัน แบบที่ไม่มีการลงประชามติ ไม่มีเสียงส่วนมาก และไม่มีเสียงส่วนน้อยด้วยเช่นกัน (Direct Democracy) นอกจากหอยทากจะสื่อความหมายด้านการปกครองแล้ว ยังสื่อให้เห็นถึงวิถีชีวิตแบบค่อยเป็นค่อยไป ดังนั้นหากท่านได้มีโอกาสเดินทางไปที่ Christiania ก็ไม่ต้องแปลกใจถ้าเห็นผู้คนมีม้า หรือจักรยานเป็นพาหนะแทนที่จะเป็นรถยนต์ สัญลักษณ์ที่บ่งบอกความเป็นตัวตนของ Christiania ที่นอกเหนือจากวัตถุสิ่งของ ก็คือจิตใจ สิ่งที่อยู่ภายในของคนที่นี่ พวกเขารวมตัวกันเพื่ออิสระ เคารพต่อเสรีภาพของผู้อื่น นอบน้อมต่อธรรมชาติ ปฏิเสธความเป็นทุนนิยม สิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่า ชาว Christiania เดินทางสวนกับกระแสโลกแห่งทุนนิยมอย่างเห็นได้ชัด


บ้านเรือนใน Christiania

บางอย่างที่อยู่ใน Christiania สร้างขึ้นจากความไร้เหตุผล เช่น โต๊ะน้ำชาเล็กๆ กลางน้ำ (คงไม่มีใครที่สามารถลงไปนั่งกินน้ำชากลางน้ำได้) เสื้อผ้าของผู้หญิงที่ถูกแขวนบนต้นไม้ หลายคนอาจสงสัยว่าสิ่งเหล่านี้ทำขึ้นมาเพื่ออะไร สิ่งนี้ถึงแม้จะดูไม่มีเหตุผลแต่กลับตอบโจทย์ของชีวิตได้ดี ชีวิตของคนเราคงไม่มีใครสามารถใช้เหตุผลได้ตลอดเวลา อาจมีบ้างที่เราต้องทำตามอารมณ์ ความอยาก ความต้องการ ที่ไม่มีเหตุผลใดที่จะมาอธิบายได้ แค่อยากทำมันขึ้นมาทำแล้วสบายใจ ทำแล้วมีความสุขก็แค่นั้น

พอมาถึงจุดนี้ข้าพเจ้าเชื่อว่าหลายคนคงมีความใฝ่ฝัน อยากเดินทางไปสู่ดินแดนในฝันนี้สักครั้ง ดินแดนที่สามารถทำอะไรก็ได้ตามแต่ใจเราอยากทำ ดินแดนที่ใกล้กับคำว่าอิสระเสรีภาพอย่าแท้จริง ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่า Christiania ไม่ได้มีอยู่แค่ที่เดนมาร์กเท่านั้น แต่มีอยู่ทุกที่ และมีอยู่ตลอดเวลาตราบที่ใจเราอยากให้มี เราต่างขวนขวายหาดินแดนอิสระเสรีภาพว่าอยู่ที่ใด แต่เราอาจไม่เคยมองให้ลึกลงในใจว่าดินแดนแห่งเสรีชนที่เราเฝ้าตามหานั้น อาจอยู่แค่ที่ใจเราก็เป็นได้ จงอย่าลืมที่จะสร้าง Christiania ให้เกิดขึ้นเต็มผืนใจก่อนที่จะตามหายังผืนดินอื่น เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะเป็นตัวคุณเองที่หลงทางอยู่แสนไกล โดยไม่รู้ว่า Christiania อยู่ในใจของคุณเอง
 

อ้างอิง

MAYA JETT. (2559). Freetown Christiania : เมืองเนี้ยใครจะทำอะไรก็ได้ จะสูบกัญชากลางถนนก็ยังด้ายยยย. ค้นข้อมูล 17 กันยายน 2560, จาก https://minimore.com/b/qhJY3/10

Thai PBS. (2556). พื้นที่ชีวิต คริสเทเนีย วิถีเสรีชน 26Jan12. ค้นข้อมูล 17 กันยายน 2560, จาก https://www.youtube.com/watch?v=cz-Cq34MkLY

Thus Noumong. (2558). COPENHAGEN: สัมผัสวิถีฮิปปี้ในชุมชนอิสระ Christiania ที่ เดนมาร์ก. ค้นข้อมูล 17 กันยายน 2560, จาก http://www.culturedcreatures.com


อ่านเพิ่มเติม »

นักรบซามูไร

โดย เอกราช จันทา

หลากหลายคนอาจจะได้ยินหรือคุ้นเคยกับคำว่าซามูไรหรือนักรบซามูไรมาแล้ว ว่าคือนักรบที่มีความแข็งแกร่ง ดุดัน โหดเหี้ยม มีวินัย อ่อนน้อมถ่อมตน พอเพียง มีบุคลิกเป็นที่น่าเกรงขามแก่บุคคลทั่วไป อะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้ซามูไรเป็นที่นับหน้าถือตา คงต้องย้อนถึงจุดกำเนิดของนับรบซามุไรเลยทีเดียว

อ่านเพิ่มเติม »