แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราชวงศ์ฉิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ราชวงศ์ฉิน แสดงบทความทั้งหมด

มหาสุสานจักรพรรดิฉินสื่อหวง

โดย ธนัชญา  คูยิ่งรัตน์

เมื่อนึกถึงประเทศแห่งแดนมังกรหรือประเทศจีน สิ่งที่ทุกคนมักจะนึกถึงก็คงจะไม่พ้นความเป็นมหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่และมีบทบาทสำคัญต่อโลกปัจจุบัน โดยจะเห็นได้จากความมีอิทธิพลตั้งแต่ในสมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ที่มีความเป็นมาอย่างยาวนานและธำรงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลและอำนาจของจีนนั้น มีอยู่หลายสิ่งด้วยกัน แต่ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ สุสานจักรพรรดิจิ๋นซี แห่งราชวงศ์ฉิน ที่ถือว่ามีความสำคัญและมีบทบาทอย่างมากต่อประวัติศาตร์ของจีน



สุสานฉินสื่อหวง หรือที่เรารู้จักกันดีในชื่อ สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีแห่งราชวงศ์ฉิน ตั้งอยู่ที่ตำบลหลินถง ห่างออกไปจากเมืองซีอาน มณฑลฉ่านซีของประเทศจีน โดยมีการค้นพบโดยบังเอิญเมื่อปี ค.ศ. 1974 ซึ่งผู้ที่ค้นพบเป็นชาวนาในหมู่บ้านซีหยาง ค้นพบในขณะที่ขุดที่ดินเพื่อทำบ่อน้ำบริเวณเชิงเขาหลีซาน ห่างจากตัวเมืองซีอานไปทางทิศตะวันออกประมาณ 35 กิโลเมตร

อาณาเขตของพื้นที่สุสานรวมทั้งสิ้น 2,180 ตารางกิโลเมตร แบ่งออกเป็นพระราชฐานชั้นในและพระราชฐานชั้นนอก ภายในสุสานใช้บรรจุพระบรมศพของจักรพรรดิจิ๋นซี ทรัพย์สมบัติต่างๆ ตลอดจนกองกำลังทหาร นางสนมและนางกำนัล รถม้าและขุนพลทหารที่สร้างมาจากดินเผาจำนวนมาก เพื่อใช้เป็นตัวแทนของข้าราชบริพารในการร่วมเดินทางไปยังปรโลกของจักรพรรดิ

การก่อสร้างนั้นใช้ระยะเวลาทั้งสิ้น 38 ปี ตั้งแต่ปี 246 - 208 ก่อนคริสตกาล จากบันทึกหลักฐานต่างๆ กล่าวไว้ว่า โครงการก่อสร้างสุสานแห่งนี้ เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่จักรพรรดิจิ๋นซีมีพระชนม์เพียงแค่ 12 พรรษา และมีการใช้คนงานมากถึง 720,000 คน

จุดประสงค์ในการสร้างสุสานแห่งนี้ จักรพรรดิจิ๋นซีมีพระประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่เก็บพระบรมศพของพระองค์เอง เนื่องจากจักรพรรดิจีนทุกพระองค์ในประวัติศาสตร์จะมีความใฝ่ฝันสูงสุดอยู่ 2 ประการ คือ 1. ยาอายุวัฒนะ ถ้าหากพระองค์ยังเสาะแสวงหาไม่ได้ สิ่งที่พระองค์จะต้องทำต่อมาคือ 2. การสร้างมหาสุสาน เพื่อใช้เป็นที่ประทับไปชั่วกาลนาน

โครงสร้างและสถาปัตยกรรมโดยรวมของสุสาน มีพื้นที่เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความลึกเฉลี่ย 35 เมตร กว้าง 145 เมตร และ ยาว 170 เมตร สำหรับห้องบรรจุพระบรมศพจะอยู่จุดกึ่งกลางของสุสาน มีความสูง 15 เมตร มีขนาดพื้นที่และความใหญ่โตมโหฬาร ภายในส่วนที่ก่อสร้างจากหินนั้นยังคงได้รับการปิดผนึกอย่างดีโดยคงสภาพเดิมเอาไว้ และไม่เคยผ่านการขุดและรื้อทำลายมาก่อน โดยโครงสร้างของสุสานดังกล่าว มีรูปแบบที่สลับซับซ้อน รวมถึงขนาดของสุสานนั้น มีขนาดมหึมายิ่งใหญ่สมพระเกียรติของจักรพรรดิจีนผู้รวบรวมประเทศจีนให้เป็นปึกแผ่น

การขุดค้นพบกองทัพทหารดินเผาและม้าศึก มีการค้นพบทั้งหมด 3 หลุม ในแต่ละหลุมจะแยกจากกันอย่างมีแบบแผน มีการฝังลึกลงไปจากผิวดินในระยะทางประมาณ 5 เมตร มีแนวกำแพงดินพูนสูงราว 3 เมตร แยกจากกันเป็นช่วงๆ มีการค้ำยันด้วยท่อนซุง โดยรายละเอียดต่างๆของกองทัพทหารดินเผา มีดังนี้

หลุมหมายเลข 1 ที่รัฐบาลจีนทำการขุดค้น มีขนาดกว้างใหญ่ที่สุดในบรรดาหลุมทั้ง 3 ซึ่งประกอบไปด้วยกองทัพทหารติดอาวุธครบมือจำนวนมากกว่า 6,000 ตัว รถศึกพร้อมม้าเทียมรถศึกอีกรวม 40 คัน มีการจัดกองทัพทหารดินเผาออกเป็น 38 แถว กองทัพทหารดินเผาทุกนายภายในสุสานจะมีอาวุธประจำกายได้แก่ ดาบ เกาทัณฑ์ และ หอก อยู่ในที่ตั้งตามตำแหน่งอย่างชัดเจนไม่สับสน


บริเวณหลุมที่ 1

หลุมหมายเลข 2 เป็นรูปตัว L อยู่ห่างจากหลุมที่ 1 ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 20 เมตร ภายในหลุมมีกองทัพทหารดินเผาจำนวน 4,000 ตัว รถม้าไม้ 89 คัน แบ่งออกเป็น 4 แถว ม้าศึกมีลักษณะแข็งแรงปราดเปรียวและถูกจัดตามลำดับแถว


บริเวณหลุมที่ 2

หลุมหมายเลข 3 เป็นรูปตัว U อยู่ห่างจากหลุมที่ 1 ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือราว 25 เมตร หรือ 120 เมตรจากทางทิศตะวันออกของหลุมที่ 2 ถือเป็นหลุมที่เล็กที่สุดแต่มีความสำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นกองบัญชาการสูงสุด โดยกองทัพทหารดินเผาทุกตัวมีอาวุธครบมือ เข้าแถวรักษาการณ์แบบเผชิญหน้ากันทางทิศเหนือกับทิศใต้ข้างละ 2 แถว เพื่อเป็นการคุ้มกันเหล่าแม่ทัพภายในกระโจมบัญชาการ นอกจากนี้ยังพบเขากวางและกระดูกสัตว์ เพื่อใช้เป็นเครื่องรางของขลัง ซึ่งเข้าใจว่าเป็นเครื่องที่ใช้ในการประกอบพิธีบูชายัญในพิธีศพอีกด้วย


บริเวณหลุมที่ 3

และด้วยความยิ่งใหญ่ของประติมากรรม รวมถึงข้อมูลทางประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้ ก็ส่งผลให้กองทัพทหารดินเผาภายในสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี ได้รับคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมในปี ค.ศ. 1987 ที่เป็นตัวแทนแสดงถึงความยิ่งใหญ่และความสามารถของผู้คนในอดีต

กล่าวได้ว่า ณ ที่แห่งนี้ ถือเป็นที่ตั้งของประติมากรรมอันมีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจีน และยังคงหลงเหลือร่องรอยโบราณวัตถุต่างๆให้พบเห็นได้ทั่วไป จึงไม่แปลกที่ในปัจจุบัน สถานที่แห่งนี้จะถูกเปิดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเมืองซีอาน และยังได้รับความสนใจจากประชากรทั่วทั้งโลก

ถึงแม้ว่าสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี จะถูกสร้างมานานนับพันปี แต่ก็ถือเป็นแหล่งประติมากรรมที่แสดงให้คนในยุคปัจจุบันได้เห็นถึงความสามารถและความเฉลียวฉลาดในการสร้างสรรค์ผลงานของคนในยุคประวัติศาสตร์ จึงสังเกตเห็นได้ว่า ไม่ว่าจะอยู่ในยุคไหนๆก็ตาม ศิลปะล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิต และความงดงามของศิลปะเช่นนี้ ก็ยังคงมีอยู่อีกมากมายที่รอให้เราค้นพบในสักวัน


อ้างอิง 

กำจร สุนพงษ์ศรี. (2536). ประวัติศาสตร์ศิลปะจีน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร. โรงพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย.

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. (2561). สุสานจักรพรรดิฉินที่ 1. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2561. จาก: https://th.wikipedia.org/wiki/

BBC NEWS. (2560). สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้: การค้นพบอันยิ่งใหญ่ของศตวรรษที่ 20. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2561. จาก : https://www.bbc.com/thai/features-39746154

Tripdeedee. (2561). สุสานหุ่นกองทัพของจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2561. จาก : http://www.tripdeedee.com/traveldata/xian/xian05.php

TrueID. (2557). พาเที่ยว ! สุสานทหารจิ๋นซี ฮ่องเต้ ซีอาน. สืบค้นเมื่อ 26 กันยายน 2561. จาก :   http://travel.trueid.net/detail/rbqPG9vZVWK


อ่านเพิ่มเติม »

จิ๋นซีฮ่องเต้ จักรพรรดิผู้รวมแผ่นดินจีนเป็นหนึ่งเดียว

โดย นิภาวัลย์  แซ่ปึง

ทุกยุคสมัย ทุกๆพื้นที่บนโลก หากมีการอยู่ร่วมกันของกลุ่มชน ซึ่งเป็นบุคคลต่างครอบครัว ต่างถิ่นฐานมาอยู่ร่วมกันบนผืนดินอาณาเขตเดียวกันแล้ว ต่างจำเป็นต้องมีผู้นำซึ่งเป็นตัวแทนของกลุ่มชนนั้น แต่ผู้นำจะเป็นบุคคลที่แสนเฉลียวฉลาด สร้างความเข้มแข็งให้กับพี่น้องเผ่าพันธุ์ตน หรือเป็นบุคคลแสนเลวที่นำพาเผ่าพันธุ์ไปสู่จุดมืดมนนั้นก็แตกต่างกันไป เช่นเดียวกับ บุคคลในตำนานผู้ยิ่งใหญ่ของแผ่นดินจีน ซึ่งมีนามว่า “จิ๋นซีฮ่องเต้” จักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฉิน

ฉินอ๋อง(จิ๋นซีฮ่องเต้) ไม่มีข้อมูลแน่ชัดเกี่ยวกับประวัติการประสูติของพระองค์ แต่ได้รับการสันนิษฐานว่าพระองค์ประสูติเมื่อเดือนพฤศจิกายน/ธันวาคม พ.ศ. 283 และสวรรคตเมื่อ กันยายน พ.ศ. 333ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลยืนยันแน่ชัดว่าพระองค์เป็นบุตรของใคร แต่เชื่อว่าน่าจะเป็นบุตรของเสนาบดีคนสำคัญของแคว้นฉิน ชื่อ หลี่ปู้เหว่ย กับมารดาที่เป็นนางสนมชื่อ เจ้าจี

ฉินอ๋อง(จิ๋นซีฮ่องเต้) สืบบัลลังก์ตั้งแต่พระองค์อายุเพียง 14 ปี แต่ก็ทรงเป็นอ๋องพระองค์แรกที่สามารถรวบรวมแผ่นดินจีนที่แตกแยกเป็นแว่นแคว้น ต่างภาษา ต่างแนวคิด ต่างขนบธรรมเนียมประเพณีให้สามารถเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว และทรงสถาปนาพระองค์เองให้เป็นจักรพรรดิ(ฮ่องเต้- 始皇) องค์แรกของแผ่นดินจีน โดยการรวมแผ่นดินให้เป็นปึกแผ่นในครั้งนี้พระองค์ทรงใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จ คือรวมอำนาจทั้งหมดไว้ที่ศูนย์กลาง มีความเด็ดขาดและรุนแรงส่งผลให้ต้องเกิดความสูญเสียเป็นอย่างมาก


ที่มา : http://www.samkok911.com/

มาตรการการรวมแผ่นดินของจิ๋นซีฮ่องเต้ อาทิ การใช้กำลังทางทหารในการโจมตีเมืองต่างๆเพื่อรวบรวมให้เป็นประเทศเดียวกัน การเผาตำราและประหารนักปราชญ์ที่คัดค้านการกระทำของพระองค์ เพื่อให้ทุกคนมีแนวคิด แนวปฏิบัติไปในทางเดียวกัน เพราะการรวมประเทศให้เป็นหนึ่งเดียวหากทุกคนมีความคิดที่แตกต่างและมีสิทธิ์การวิพากษ์วิจารณ์ได้อย่างเสรี ก็จะเกิดความขัดแย้งทะเลาะเบาะแว้งกันไม่จบสิ้นและจะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ประเทศจีนมีภาษาจีนและใช้เงินตราแบบเดียวกันจนถึงปัจจุบัน

นอกจากนี้พระองค์ยังริเริ่มสร้างสิ่งมหัศจรรย์ของโลกในปัจจุบัน ซึ่งทำให้ประเทศจีนเป็นที่ กล่าวขานเลื่องลือและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก คือ กำแพงเมืองจีน หรือ กำแพงหมื่นลี้ (长城 )ซึ่งเป็นการเกณฑ์ชาวบ้านและเชลยศึกไปสร้างกำแพงนี้ เพื่อรักษาอาณาเขตและป้องกันชนเผ่าจากทางเหนือ การก่อสร้างครั้งนี้ได้สูญเสียชีวิตมนุษย์ไปเป็นจำนวนมากและนอกจากนี้ยังทรงสร้างสุสานอันยิ่งใหญ่ ที่เมืองซีอานในปัจจุบันซึ่งเป็นเมืองหลวงในสมัยนั้นไว้เป็นปริศนาให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและไขความเป็นจริงต่อไป



ที่มา : http://www.soccersuck.com/

แต่ทุกอย่างเมื่อมีจุดเริ่มต้นก็ย่อมมีจุดจบ ความยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฉินเองก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากกฎนี้ไปได้ หลังจากจิ๋นซีฮ่องเต้สวรรคตเพียง 3 ปี ราชวงศ์ฉินก็เสื่อมลงเพราะความโหดร้ายทารุณและความเป็นเผด็จการของจักรพรรดิจิ๋นซีเอง และกษัตริย์ซึ่งเป็นทายาทของพระองค์ในสมัยต่อมาไร้ความสามารถ รวมทั้งถูกหักหลังจากคนสนิท จึงทำให้เกิดการปฏิวัติของชาวนาภายใต้การนำของ เล่าปัง ที่เรียกว่า “กบฏชาวนา” ขึ้น ดังนั้นความคาดหวังของจักรพรรดิจิ๋นซีที่จะให้ราชวงศ์ฉินมีทายาทเป็นฮ่องเต้สืบทอดราชวงศ์ฉินต่อจากพระองค์ไปอีกเป็นหมื่นรุ่น ก็มิอาจจะเป็นจริงได้.

การรวบรวมแผ่นดินให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย การสูญเสียและความอยุติธรรมนั้นคือสิ่งที่มักเกิดขึ้นอยู่เป็นนิจ เพราะก่อนจะเกิดความสมบูรณ์แบบย่อมต้องมีผู้เสียสละเสมอ แต่การเสียสละครั้งนั้นได้มาด้วยความสำเร็จและความยิ่งใหญ่เพียงใดนั้น คือสิ่งที่ จิ๋นซีฮ่องเต้ บุคคลผู้เป็นทั้งทรราชที่ผู้คนสาปแช่งและเป็นบุคคลที่ผู้คนให้ความเคารพนับถืออย่างล้นหลาม ได้สอนให้เราทุกคนได้รู้ว่า การจะลงมือทำงานใหญ่ ต้องใจแข็ง เกิดประโยชน์และไม่สูญเปล่า  แม้จะใช้เวลาไม่ถึง 12 ปี แต่ได้วางรากฐานสำคัญให้กับชาวจีนตราบจนปัจจุบัน.


อ้างอิง

นงนุช สมิทธิ์เมธีรักษ์. ประวัติจิ๋นซีฮ่องเต้. (2550). สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2558, จาก : http://knowledge.eduzones.com/knowledge-2-4-43957.html

ประวัติของจิ๋นซีฮ่องเต้. (2553). สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2558, จาก : http://board.postjung.com/488928.html

ษณอนงค์ คำแสนหวี. สาระจากเมืองมังกร. (2556). สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2558, จาก : http://www.sana-anong.com/v4/dragon_city_detail.php?id=43&page=4

秦朝. (2558). สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2558, จาก : https://zh.wikipedia.org/wiki/%E7%A7%A6%E6%9C%9D







อ่านเพิ่มเติม »