แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักรบ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักรบ แสดงบทความทั้งหมด

จูล่ง สุภาพบุรุษแห่งเสียงสาน

โดย เดชาธร จียะพันธ์

ประวัติศาสตร์ของจีนในยุคสมัยที่เกิดความแบ่งแยก บ้านเมืองต่างพากันแบ่งออกเป็นก๊กเป็นฝ่าย ที่เรียกว่า ยุคสามก๊ก ประกอบด้วย วุยก๊ก จ๊กก๊ก และง่อก๊ก ระหว่างนี้เกิดการแย่งชิงอำนาจเพื่อความเป็นใหญ่ในดินแดนจีน เกิดความอิจฉาริษยา ความอาฆาต และสงครามขึ้นบ่อยครั้ง ทั้งนี้ก๊กไหนที่มีกำลังพลที่เข้มแข็ง มีกำลังรบที่ยอดเยี่ยมก็จะเอาชนะก๊กอื่นๆ ได้โดยสิ้นเชิง ซึ่งจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจ๊กก๊กของพระเจ้าเล่าปี่ก็เป็นหนึ่งในก๊กที่มีทหารเก่งกาจมากมาย หนึ่งในนั้นที่เรารู้จักกันดีก็คือ จูล่ง


ที่มา : https://www.samkok911.com/

เตียวหยุน หรือที่รู้จักกันในนาม จูล่ง เกิดในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 2 ประมาณปี ค.ศ. 161 ที่อำเภอเจินติ้ง เมืองเสียงสาน หรือมณฑลเหอเป่ย ในปัจจุบัน มีแซ่เตียว (จ้าว) ชื่อ หยุน (แปลว่าเมฆ) ชื่อรอง จูล่ง หรือ จื่อหลง (แปลว่าบุตรมังกร) มีรูปร่างลักษณะสูงประมาณ 8 เซียะ (1.89 เมตร) ใบหน้าขาวโพลน หน้าผากกว้างดั่งเสือ ตาโต คิ้วดก กรามใหญ่กว้างบ่งบอกถึงนิสัยซื่อสัตย์ สุภาพเรียบร้อย น้ำใจกล้าหาญ สวมเกราะเงินสีขาว ใช้ทวนยาวเป็นอาวุธ ใช้ม้าสีขาว เป็นพาหนะคู่ใจ

จูล่งเดิมเป็นชาวเมืองเสียงสาน ต่อมาได้มาเป็นทหารของอ้วนเสี้ยว แต่อ้วนเสี้ยวเป็นคนหยาบช้า ไร้น้ำใจ จูล่งจึงหนีไปอยู่กับกองซุนจ้านเจ้าเมืองปักเป๋ง โดยที่ขณะนั้นกองซุนจ้านได้ทำศึกกับอ้วนเสี้ยว จูล่งยังได้ช่วยชีวิตกองซุนจ้านไว้ แล้วสู้กับบุนทิวถึง 60 เพลง จนบุนทิวหนีไป ต่อมาจูล่งได้มีโอกาสรู้จักกับเล่าปี่ ทั้งสองต่างเลื่อมใสซึ่งกันและกัน

เมื่อกองซุนจ้านฆ่าตัวตายเพราะแพ้อ้วนเสี้ยว จูล่งจึงได้ร่อนเร่พเนจรจนมาถึงเขาโงจิวสัน ซึ่งมีโจรป่ากลุ่มหนึ่งมีหุยง่วนเสียวเป็นหัวหน้า หุยง่วนเสียวคิดชิงม้าจากจูล่ง จูล่งจึงฆ่าหุยง่วนเสียวตายแล้วได้เป็นหัวหน้าโจรป่าแทน ต่อมากวนอูได้ใช้ให้จิวฉองมาตามหุยง่วนเสียวและโจรป่าไปช่วยรบ จิวฉองเมื่อเห็นจูล่งคุมโจรป่าจึงคิดว่าจูล่งคิดร้ายฆ่าหุยง่วนเสียว จิวฉองจึงตะบันม้าเข้ารบกับจูล่ง ปรากฏว่าจิวฉองต้องกลับไปหากวนอูในสภาพเลือดโทรมกาย ถูกแทงถึง 3 แผล (สำนวนสามก๊กฉบับวณิพกของ ยาขอบ)

จิวฉองเล่าว่าคนผู้นี้มีฝีมือระดับลิโป้ ดังนั้นกวนอูกับเล่าปี่จึงต้องรุดไปดูด้วยตนเอง แต่เมื่อได้พบกันจูล่งก็เล่าความจริงทั้งหมด ตั้งแต่นั้นมาจูล่งก็ได้เป็นทหารเอกคนสนิทของเล่าปี่ เคยรบชนะม้าเฉียวในการประลองยุทธตัวต่อตัว และยังเคยทะเลาะกับเตียวหุยตอนอยู่กับกองซุนจ้านจนเกือบสังหารเตียวหุยแต่กวนอูมาขวางไว้ และถึงแม้ว่านายอย่างเล่าปี่จะตายจากไปจูล่งก็ยังคงอาสารบให้แก่ขงเบ้งเพื่อทำประโยชน์ให้กับทายาทเล่าปี่สืบไป


ที่มา : https://www.samkok911.com/

รวมวีรกรรมที่น่ายกย่องของจูล่ง 

1. สมรภูมิที่เป็นเกียรติยศสูงสุดของจูล่งคือเนินเตียงปัน ในศึกครั้งนี้จูล่งแสดงความแกล้วกล้าปรีชาชาญของตนออกมาเต็มเปี่ยม เนื่องจากถูกโจโฉตามโจมตีตลอดคืน เล่าปี่จึงแตกพ่ายยับที่เนินเตียงปัน ทิ้งลูกเมียหนีไปกับลูกน้องไม่กี่คน จูล่งช่วยภรรยาทั้งสองของเล่าปี่ออกมาแล้วฝ่าวงล้อมข้าศึกกลับเข้าไปช่วยอาเต๊าซึ่งยังเป็นทารกใส่อกเสื้อเกราะรบฝ่าออกมาได้โดยสวัสดิภาพ เป็นความดีความชอบยิ่งใหญ่ จึงได้เลื่อนตำแหน่งเป็น “หยาเหมินเจียงจวิน-ขุนพลประจำทำเนียบ” แต่ก็เป็นตำแหน่งไม่สูงนัก

2. เตียวหอมเจ้าเมืองฮุยเอี๋ยงจะยกนางฮวนซี พี่สะใภ้ของตน(เตียวหอม)ให้เป็นภรรยาจูล่ง จูล่งเมื่อแรกเห็นหญิงงามก็สนใจ แต่เมื่อทราบว่าเป็นพี่สะใภ้ก็โกรธเตียวหอม เพราะเป็นการผิดธรรมเนียม และให้เหตุผลในภายหลังว่า “เล่าปี่นายของข้าพเจ้าคิดอ่านทำการทั้งปวงหวังจะทำนุบำรุงแผ่นดินก็ยังไม่สำเร็จก่อน เล่าปี่นั้นก็ยังนอนตาไม่หลับลงเป็นปรกติ ซึ่งข้าพเจ้าจะมามีภรรยานั้นไม่ควร เหมือนหนึ่งชิงสุกก่อนห่าม คนทั้งปวงจะครหานินทาได้”

3. ก่อนพระเจ้าเล่าปี่จะสิ้นใจได้ฝากจูล่งให้ช่วยทำนุบำรุงเล่าเสี้ยน จูล่งร้องให้แล้วกราบทูลว่า “พระองค์อย่าได้ปรารมภ์เลย ถ้ามีการสงครามข้าพเจ้าจะขอตายก่อนพระราชบุตร” แต่ในสามก๊กภาษาอังกฤษกล่าวเพิ่มเติมไว้กินใจกว่าว่า “The fidelity of the dog and horse is mine to give and shall be theirs.” แปลว่า “ความจงรักภักดีของข้าพเจ้าจักเป็นดั่งเช่นสุนัขและอาชา ที่มีต่อนายของมัน”

4. ในตอนขงเบ้งถอยทัพที่เกเต๋ง จูล่งเป็นเป็นคนคุมทัพหลังและนำทหารกลับมาได้อย่างปลอดภัยไม่เสียกำลังพลแม้แต่นายเดียว ขงเบ้งจึงยกย่องและนำรางวัลมามอบให้ แต่จูล่งไม่รับ แล้วกล่าวว่า “ตัวข้าพเจ้าเป็นทัพแตกเสียการมา ก็หาความชอบสิ่งใดมิได้ ซึ่งข้าพเจ้าจะรับเอาสิ่งของทั้งนี้มิบังควร ขอมหาอุปราชให้เอาคืนเข้าไว้ในท้องพระคลังเถิด ถ้าถึงกำหนดเบี้ยหวัดแล้วจงเอาแจกทหารทั้งปวง” ความในตอนนี้ยาขอบเขียนยกย่องจูล่งไว้อย่างไพเราะว่า “คนยาก แต่มิใช่เห็นเงินตาลุก ชาวเสียงสานต้องการดื่มเกียรติ”

มนุษย์เรานั้นเมื่อตายลงสิ่งต่าง ๆ ทรัพย์สินเงินทอง เกียรติยศ หรือชื่อเสียง ก็จะหายตายตามไปด้วย จะมีเพียงไม่กี่คนนักที่จะมีบุคคลนึกถึงเมื่อครั้นเราตายจากไป แต่สิ่งที่จะยังคงอยู่ให้บุคคลรุ่นหลังได้กล่าวและรำถึงนั้นก็คงจะมีแต่วีกรรมอันน่าจดจำ รวมถึงคุณงามความดีที่เคยได้ทำครั้งยังมีชีวิตอยู่ ดังเช่นวีรกรรมและการกระทำที่ยกย่องของนักรบชาวเสียงสานผู้นี้


อ้างอิง 

ทำไมเล่าปี่ไม่ใช้จูล่งทำงานใหญ่. (2560). สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2561,จาก: https://www.silpa-mag.com/club/art-and-culture/article_7265

จูล่ง. (2560). สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2561,จาก: https://th.wikipedia.org/wiki/จูล่ง

Hall of Fame จูล่งแห่งเสียงสาน. สืบค้นเมื่อ 9 กันยายน 2561, จาก: https://www.samkok911.com/2013/01/Zhao-Yun-Hall-of-Fame.html

ยาขอบ. (2553). สามก๊กฉบับวณิพก. กรุงเทพฯ: ศรีปัญญา.


อ่านเพิ่มเติม »

ซาลาดิน (Saladin) : วีรบุรุษผู้ทวงคืนเยรูซาเล็ม

โดย วีระชัย สาระสิทธิ์

ในประวัติศาสตร์โลก สงครามครูเสดนับเป็นสงครามที่สำคัญครั้งหนึ่ง โดยสู้รบกันนานถึง 200 ปี ระหว่างชาวคริสต์กับชาวมุสลิม และคร่าชีวิตผู้คนไปอย่างมากมาย ถ้าจะกล่าวถึงบุคคลสำคัญในเหตุการณ์หนึ่งในนักรบผู้ยิ่งใหญ่ที่ชาวมุสลิมจะรู้จักและเทิดทูนยิ่งนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ซาลาดิน วีรบุรุษผู้พิชิตเยรูซาเล็ม สุลต่านที่ปกครองอย่างเด็ดขาดและทรงคุณธรรม

เศาะลาฮุดดีน อัลอัยยูบี หรือที่ชาวตะวันตกเรียกว่า ซาลาดิน มีชื่อเต็มภาษาอาหรับว่า เศาะลาฮุดดีน ยูซุฟ อิบน์ อัยยูบ  เกิดเมื่อปี ค.ศ.1137 ในตำบลติกริด(เผ่าชนที่กำลังมีปัญหาอยู่ทางตอนเหนือของอิรัก) เกิดในครอบครัวชาวเคิร์ด พ่อของเขาคือ  นัจญ์มุดดีน อัยยูบ เขาเติบโตในเมืองบัลเบ็กและดามัสกัส ชีวิตในวัยเด็กของซาลาดินส่วนใหญ่ใช้เวลาหมดไปกับการศึกษาวิชาการศาสนาโดยเรียนวิชาการด้านการทหารอยู่บ้าง ซาลาดินมีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และประเพณีของอาหรับ รวมไปถึงเรื่องม้าอาหรับ นอกจากนี้ยังรอบรู้ในบทกวีโดยเฉพาะงานของกวีหลวง อบู ตัมมาม (Abu Tammam) ด้านชีวิตส่วนตัวซาลาดินมีภรรยามากกว่าหนึ่งคนแต่คนสำคัญคือ อิสมา (Ismat ad-Din Khatun) และยังมีบุตรชายหลายคน ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ al-Afdal, Az-Zahir Ghazi, Uthman, Mas'ud, และ Yaq'ub.



ซาลาดิน
ที่มา : http://www.komkid.com/
 
ซาลาดินเริ่มต้นอาชีพอย่างเป็นทางการเมื่อได้เข้าไปเป็นเจ้าหน้าที่ของ อะซัดดุด ดีน ชิรกูห์ ซึ่งเป็นลุงของเขา และเป็นผู้บัญชาการทหารคนสำคัญของเจ้าชาย "นูร์ อัลดิน มาหมุด" (ลูกชายและทายาท อิหมัด อัลดิน ชางกี เจ้าผู้ครองนครโมซุล) ซาลาดินได้ติดตามลุงของตนออกรบและสร้างผลงานในสงครามหลายครั้งเป็นที่เลื่องลือ หลังจากชิรกูห์ เสียชีวิตใน ค.ศ.1169 ซาลาดินถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพของกองทหารซีเรียในอียิปต์  ซาลาดินมีส่วนในการทำลายราชวงศ์ฟาฏิมียะฮ์ของพวกชีอะฮ์ใน และนำอิสลามแบบซุนนีห์กลับมาใช้ยังอียิปต์ ทำให้ฐานะของซาลาดินสูงขึ้นและมีอำนาจมากขึ้น เมื่ออัลดินก็สิ้นชีวิตลงในเดือน กุมภาพันธ์ ค.ศ.1174  บุตรชาย อายุ 14 อัลซาลีห์ เป็นผู้สืบทอดอำนาจต่อมา เมื่อสุลต่านอัลซาลีห์สิ้นพระชนม์ลงในปี ค.ศ.1181 ด้วยวัยเพียง 19 ชันษา ขุนนางผู้ใหญ่ของมุสลิมต่างเห็นว่า ซาลาดินผู้เดียวที่เข้มแข็งพอจะผนึกกำลังฝ่ายอิสลามเพื่อสู้กับพวกคริสเตียนในสงครามครูเสดได้และในปี ค.ศ.1183 ซาลาดินก็ได้ขึ้นครองราชย์และตั้งราชวงศ์อัยยูบียะขึ้น

ระหว่าง ค.ศ.1174 – 1186 เขาเดินหน้ารวมดินแดนมุสลิมต่างๆ ของซีเรีย เมโสโปเตเมียตอนเหนือ ปาเลสไตน์และอียิปต์ อยู่ภายใต้การปกครองของเขา โดยใช้วิธีการทางการฑูตและการทหารเมื่อจำเป็น
 
ซาลาดินรวบรวมทหารและสามารถทำลายกองทัพครูเสดได้ ในวันที่ 4 กรกฎาคม ค.ศ.1187 ที่ สมรภูมิฮัตตินใกล้กับไทเบอริอาสในปาเลสไตน์ตอนเหนือ


ซาลาดินยึดกรุงเยรูซาเล็มกลับคืนมาจากพวกครูเสด ค.ศ. 1187
ที่มา : http://interactivetimeline.com/
 
ในวันที่ 2 ตุลาคม ค.ศ.1187 กองทัพของซาลาดินได้ประสบความสำเร็จในการสู้รบและสร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่พวกครูเสดเมื่อเมืองเยรูซาเล็มได้ยอมจำนนต่อกองทัพของเขาหลังจากที่ตกอยู่ในการปกครองของพวกแฟรงค์นานถึง 88 ปี เมื่อซาลาดินยึดเยรูซาเล็มคืนได้ เขาได้ปฏิบัติต่อชาวเมืองอย่างมีอารยธรรมผิดกับเมื่อพวกแฟรงค์เข้ามายึดครองที่ปฏิบัติกับชาวเมืองอย่างโหดเหี้ยม

การยึดเยรูซาเล็มกลับคืนมาของซาลาดินทำให้พวกครูเสดในยุโรปรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อจะยึด
เยรูซาเล็มคืน เป็นการประกาศสงครามครูเสดครั้งที่ 3 โดยมีผู้นำคือ กษัตริย์ริชาร์ด(Richard the Lionheart) แห่งอังกฤษ กษัตริย์ฟิลิป ออกัสตัสแห่งฝรั่งเศส และกษัตริย์เฟดเดอริค บาร์บาโรซซ่าแห่งเยอรมัน(แต่เสียชีวิตระหว่างเดินทาง) หลังจากที่สู้รบกันยาวนาน กองทัพทั้งสองฝ่ายได้ยอมทำสัญญาสงบศึก ณ เมืองร็อมละฮฺ ในวันที่ 2 พฤศจิกายน ค.ศ.1192 โดยนักรบครูเสด ยังคงรักษานครชายฝั่งขึ้นไปจนถึงใต้จาฟฟาและยินยอมให้ชาวคริสเตียนเดินทางไปเยรูซาเล็มได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องไม่นำอาวุธเข้าไป


นักรบมุสลิมกับคริสเตียน
ที่มา: http://www.komkid.com/
 
ซาลาดินถือว่าเป็นผู้ก่อตั้งราชวงศ์อัยยูบียะและเป็นผู้มีส่วนในการนำอิสลามนิกายซุนนีห์กลับมาใช้ยังอียิปต์ ที่สำคัญคือสามารถยึดเมืองเยรูซาเล็มคืนมาจากพวกแฟรงก์ได้ในสงครามครูเสดครั้งที่ 3

ซาลาดินมีนโยบายส่งเสริมให้มีการเติบโตและแพร่ขยายสถาบันต่างๆ ของมุสลิม ให้การอุปการะนักวิชาการและนักเผยแผ่คำสอนอิสลาม ก่อตั้งวิทยาลัยและมัสยิดสำหรับนักวิชาการและนักเผยแผ่ศาสนา

เมื่อสงครามยุติซาลาดินได้ยกทัพตรวจเมืองต่างๆและซ่อมแซมสิ่งเสียหาย และต้นเดือนพฤศจิกายน ค.ศ.1192 ซาลาดินได้กลับมาพักที่นครดามัสกัสกับครอบครัว หลังจากทำศึกมาเป็นเวลานาน กระทั่งในเดือนกุมภาพันธ์เขาก็ล้มป่วยลง (อาจจะเป็นไข้มาลาเรีย) ซาลาดินจากโลกนี้ไปในวันที่ 4 มีนาคม ค.ศ.1193 เมื่ออายุได้ 55 ปี หลังจากที่เขาสิ้นชีวิต อาณาจักรก็ตกต่ำลง เกิดสงครามกลางเมือง อีกแปดปีต่อมา น้องชายของเขา คือ อัล อาดิล ปรากฏตัวและเข้าปกครอง แต่ไม่นานก็ถูกพวกมัมลูก(Mamluk)เข้ายึดอำนาจใน ค.ศ.1250

บทสรุปของสงครามมีแต่ความสูญเสีย ไม่มีใครเป็นผู้ชนะที่แท้จริง สงครามจึงเป็นบทเรียนสำคัญให้มนุษย์ได้เรียนรู้เพื่อไม่ให้เหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำรอย แต่ในโลกใบนี้ก็ยังไม่ว่างเว้นจากสงคราม เพราะความต้องการครอบครองอำนาจของมนุษย์ ทำให้ต้องเข่นฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิง “อำนาจ” ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่จีรังยั่งยืน


อ้างอิง

sunnahstudent. (2550). เศาะลาฮุดดีน (ซาลาดิน),  สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2559, จาก:  http://www.sunnahstudent.com/forum/archive.php?topic=264.15

Komkid. (2555). Crusade war สงครามครูเสดแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2559, จาก:  http://www.komkid.com/

bbs.playpark. (2556). ประวัติ Hero Saladin. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2559, จาก:  https://bbs.playpark.com/

ปิยะฤทธิ์ พลายมณี. (2557). Saladin : ซาลาดิน (ค.ศ.1137-1193).  สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2559, จาก:  http://who-in-the-world-piyarith.blogspot.com/

วิกิพีเดีย. (2559). เศาะลาฮุดดีน. สืบค้นเมื่อ 20 กันยายน 2559, จาก:  https://th.wikipedia.org/wiki/เศาะลาฮุดดีน

azquotes.  Saladin Quotes,  Retrieved December 26,2016, from http://www.azquotes.com/author/46130-Saladin

thefamouspeople. Saladin Biography,  Retrieved December 26,2016, from http://www.thefamouspeople.com/profiles/saladin-6161.php

อ่านเพิ่มเติม »