แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัศวิน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อัศวิน แสดงบทความทั้งหมด

เซอร์ ลานเซลอต ( Sir Lancelot du Lac )

โดย ณัชชา ไชยแสง

ในบรรดาอัศวินโต๊ะกลมแห่งเกาะอังกฤษแล้วนั้น คงไม่มีใครไม่รู้จักเซอร์ลานเซลอตผู้ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นอัศวินที่ยิ่งใหญ่ที่สุดและได้รับความไว้วางใจจากอาเธอร์มากที่สุด กระทั่งได้รับการแต่งตั้งจากกษัตริย์อาเธอร์ให้เป็นองครักษ์คอยอารักขาราชินีของพระองค์ เกว็นนีเวียร์ และสาเหตุนี้นำมาซึ่งการสะบั้นความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของอัศวินผู้ซื่อสัตย์และกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่รวมถึงเหล่าอัศวินโต๊ะกลม

อัศวินชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ เซอร์ ลานเซลอต  (Sir Lancelot du Lac) เป็นบุตรชายของกษัตริย์บันแห่งเบนวิคและพระราชินีอิไลเน ลานเซล็อตได้รับการแต่งตั้งจากอาเธอร์ให้เป็นอัศวินโต๊ะกลมคนแรก ว่ากันว่าลานเซลอตนั้นเป็นอัศวินผู้มีฝีดาบยอดเยี่ยมและยังเป็นยอดนักสู้อีกด้วยเนื่องจากเมื่อครั้งเยาว์วัยเขาได้หายตัวไปและเทพธิดาวิเวียนแห่งทะเลสาบได้รับเอาไว้ในความดูแลและได้ฝึกฝนทั้งวิชาดาบ การขี่ม้า และการต่อสู้ให้แก่เขา ภายหลังเมื่อลานเซลอตได้ร่วมเป็นหนึ่งในอัศวินโต๊ะกลมจะเห็นได้ว่าเขาเป็นอัศวินที่มากฝีมือและยังเป็นสุภาพบุรุษผู้พร้อมจะเสียสละและช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ นอกจากนี้ในบางตำนานได้กล่าวเอาไว้ว่าลานเซลอตเป็นบิดาของเซอร์กาลาฮัดอีกด้วย (อัศวินโต๊ะกลมคนสุดท้าย และเป็นผู้พบจอกศักดิ์สิทธิ์) แต่บางตำนานกล่าวไว้ว่าลานเซลอตเพียงรับเด็กชายเข้ามาไว้ในความดูแลตามคำแนะนำของแม่ชีเท่านั้น


เซอร์ ลานเซลอต อัศวินโต๊ะกลมแห่งคาเมล็อต

ครั้งหนึ่งเมื่อเหล่าอัศวินได้รับภารกิจให้ออกตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ เซอร์ลานเซลอตก็ได้ออกค้นหาเช่นเดียวกันหากแต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากจอกนั้นจะปรากฏต่อหน้าผู้บริสุทธิ์เท่านั้น ถึงแม้จะเป็นอัศวินผู้เพียบพร้อมสักเพียงใด แต่เนื่องจากลานเซลอตนั้นถือได้ว่าเป็นผู้ที่ไม่บริสุทธิ์จากบาปที่แอบลักลอบเป็นชู้รักของราชินีเกว็นนีเวียร์ทำให้เขาไม่สามารถทำภารกิจในคราวนี้ให้สำเร็จได้ ซึ่งผู้ที่พบจอกนั้นก็คือเซอร์กาลาฮัดนั่นเอง

มีตำนานมากมายกล่าวถึงความรักต้องห้ามระหว่างลานเซลอตกับราชีนีเกว็นนีเวียร์ บ้างก็ว่าลานเซลอตนั้นพบรักกับพระนางก่อนที่จะอภิเษกกับกษัติย์อาเธอร์เสียอีก ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่าลานเซลอตนั้นนอกจากจะเป็นอัศวินคนสนิทของอาเธอร์แล้วนั้น ยังได้รับเกียรติให้เป็นองครักษ์ประจำตัวราชินีเกว็นนีเวียร์อีกด้วย ครั้งหนึ่งเมื่อทั้งสองได้ลักลอบมีสัมพันธ์กัน เซอร์มอร์เดร็ดได้ล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์นี้เข้าจึงได้นำความไปแจ้งให้กษัตริย์อาเธอร์ทราบ พระองค์จึงได้มีรับสั่งให้นำตัวราชินีไปเผาทั้งเป็น เมื่อลานเซลอตรู้ว่าพระนางต้องโทษประหารจึงได้เข้าชิงตัวพระนางระหว่างที่ถูกมัดรอเผาที่เสากลางเมืองทำให้เกิดการต่อสู้กันระหว่างเหล่าอัศวินและเซอร์ลานเซลอต การต่อสู้ส่งผลให้ เซอร์กาเร็ต หนึ่งในอัศวินโต๊ะกลมผู้มีศักดิ์เป็นน้องของเซอร์กาเว็นต้องจบชีวิตลง การเสียชีวิตของเซอร์การเร็ตทำให้เหตุการณ์ในครั้งนั้นทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น ถึงขนาดที่เซอร์กาเว็นลั่นวาจาว่าจะเอาชีวิตเซอร์ลานเซลอตเพื่อแก้แค้นให้น้องชายให้ได้ ความสัมพันธ์ของเหล่าอัศวินโต๊ะกลมจึงเริ่มสั่นคลอนและไม่มีทางเหมือนเดิมได้อีกต่อไป

เมื่อช่วยชีวิตราชินีเกว็นนีเวียร์ได้สำเร็จ ทั้งสองจึงได้หลบหนีไปอาศัยอยู่ปราสาทที่ห่างไกลออกไป บางตำนานกล่าวว่าทั้งสองหนีไปที่ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างนั้นก็เกิดสงครามที่คาเมลอตเนื่องจากเซอร์มอร์เดร็ดต้องการเป็นใหญ่ จึงได้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับอาเธอร์ ด้วยความที่ลานเซลอตรู้สึกผิดและยังจงรักภักดีต่อกษัตริย์ของตนอยู่ จึงได้ส่งสาส์นเตือนไปยังอาเธอร์ให้ระงับศึกไปก่อนในช่วงเจ็ดวันนี้ มิฉะนั้นพระองค์และเหล่าอัศวินโต๊ะกลมจะต้องจบชีวิตลงในสงครามนี้ อาเธอร์จึงทำตามและส่งสาส์นไปขอระงับศึกกับมอร์เดร็ด แต่ยังไม่ทันพ้นวันที่หกสงครามก็ได้เปิดฉากขึ้นและอาเธอร์ถูกสังหารด้วยคมดาบของมอร์เดร็ด ทางด้านลานเซลอตนั้นเพิ่งจะรวบรวมกองทัพเพื่อมารบช่วยอาเธอร์ได้สำเร็จ แต่เมื่อเขามาถึงก็สายไปเสียแล้ว ภายหลังสงครามสิ้นสุด ราชินีเกว็นนีเวียร์ได้หนีไปบวชอยู่ในที่ห่างไกลส่วนลานเซลอตไม่อาจทำใจยอมรับกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเขาจึงขังตัวเองและไม่ออกมาเผชิญโลกภายนอกอีกเพื่อเป็นการไถ่โทษในทุกอย่างที่เขาได้ทำลงไป

แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่าลานเซลอตมีตัวตนจริงหรือเป็นเพียงตำนานหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ แต่จากเรื่องของอัศวินผู้ยิ่งใหญ่นี้ทำให้เราเรียนรู้ว่ามิตรภาพของเพื่อนนั้นมีค่ายิ่ง เราควรเก็บรักษามิตรภาพนั้นเอาไว้ให้ดี หากสูญเสียมันไปแล้วย่อมยากที่จะนำกลับคืนได้อีก ดังเช่นลานเซลอตที่พยามทำทุกวิถีทางเพื่อจะเชื่อมความสัมพันธ์ของเขากับเหล่าอัศวินและเจ้านายที่รักอีกครั้งแต่ไม่สำเร็จ นอกจากนี้ความแตกแยกยังเป็นเหตุให้ศัตรูอาศัยช่วงเวลาอ่อนไหวในการเข้าโจมตีอีกด้วย


อ้างอิง

ขจรศักดิ์ เลาห์สัฒนะ. (2554). เซอร์ลานสล็อต อัศวินอหังการ์. สืบค้นเมื่อ 3 ตุลาคม 2558 จาก: http://www.geocities.ws/kyo_petrucci/legendkingarthur03.html

Sir Lancelot at Camelot. (2007).  Retrieved October 3, 2015 from: http://www.sir-lancelot.co.uk

Joe, J. (2000). Lancelot du lac. Retrieved October 3, 2015 from: http://www.timelessmyths.com/arthurian/lancelot.html

Currin, N. (2009). Sir Lancelot Du Lac (Launcelot). Retrieved October 3, 2015 from: http://www.kingarthursknights.com/knights/launcelot.asp

อ่านเพิ่มเติม »

ตำนานกษัตริย์อาเธอร์กับอัศวินโต๊ะกลม

โดย อธิปัตย์ รัตนะ

ในบรรดากษัตริย์ยอดนักรบในตำนาน เชื่อว่าหลายท่านคงนึกถึงชื่อของกษัตริย์อาเธอร์ (King Arthur) แห่งหมู่เกาะบริเทน มาเป็นอันดับต้นๆ เรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์นั้นเป็นหนึ่งในตำนานที่คนทั่วโลกรู้จักกันดี และได้ถูกเล่าขานนับเนื่องกันมาตั้งแต่สมัยกลาง (หรือยุคมืด) ซึ่งเชื่อกันว่าพระองค์ทรงเป็นวีรบุรุษที่กอบกู้ดินแดนอันวุ่นวายให้กลับมาเป็นปึกแผ่นอีกครั้งหนึ่ง

แม้ว่านามของกษัตริย์อาเธอร์จะมีชื่อเสียงโด่งดังจากเกาะอังกฤษก็ตาม แต่จากหลักฐานทางประวัติศาสตร์กลับบอกว่าพระองค์เป็นผู้นำของชาวเวลส์และไอริชที่เข้าต่อสู้กับชาวแองโกลแซกซอนหรือชาวอังกฤษในปัจจุบัน นอกจากนั้นตัวตนที่แท้จริงของพระองค์นั้นยังไม่ปรากฏชัดเจนว่าเป็นกษัตริย์หรือนักรบจากชนชาติใดกันแน่ แต่อย่างไรก็ตามตำนานของกษัตริย์อาเธอร์ก็ได้ปรากฏในหนังสือประวัติศาสตร์กษัตริย์แห่งบริเทน ซึ่งถูกเขียนขึ้นโดยเจฟฟรีย์ แห่งมอนมัท (Geoffry of Monmouth) นักบวชชาวอังกฤษแห่งศตวรรษที่สิบสอง ซึ่งถือเป็นเอกสารที่เป็นลายลักษณ์อักษรชิ้นแรกที่มีการกล่าวถึงพระนามของ กษัตริย์อาเธอร์


รูปภาพ กษัตริย์อาเธอร์และเหล่าอัศวินโต๊ะกลม

เรื่องราวของตำนานนี้คาดว่าเกิดขึ้นในช่วงยุคกลางของยุโรป ราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 โดยเริ่มจากยูเทอร์ เพนดรากอน (Uther Pendragon) กับพี่ชายนามว่าออเรลิอานัส แอมโบรซิอุส ได้นำทัพข้ามมาจากฝรั่งเศสเพื่อทำสงครามกับราชาวอร์ติเกิร์นผู้ครองอังกฤษในตอนนั้น หลังจากได้รับชัยชนะ ออเรลิอานัสจึงได้ขึ้นครองบัลลังก์แทน แต่หลังจากนั้นไม่นานออเรลิอานัสก็ถูกชาวแซกซอนลอบปลงพระชนม์ ทำให้ยูเทอร์ขึ้นปกครองอังกฤษ ต่อมายูเทอร์ได้แอบมีความสัมพันธ์กับเลดี้ไอเยอร์น่า ภริยาของดยุกแห่งคอร์นวอลล์ และได้ลูกนอกสมรสขึ้นมาคนหนึ่ง ซึ่งเด็กคนนั้นก็คือ อาเธอร์นั่นเอง

ต่อมาเมอร์ลิน พ่อมดแห่งยุคผู้เป็นที่ปรึกษาของยูเทอร์ ได้พายูเทอร์ไปเอาดาบศักดิ์สิทธิ์เอ็กซ์คาลิเบอร์จากทะเลสาบ โดยเทพธิดาแห่งทะเลสาบได้ชูดาบนี้ขึ้นเหนือน้ำเพื่อมอบดาบให้ ด้วยพลังของดาบทำให้ยูเทอร์เกือบจะรวบรวมแผ่นดินทั้งหมดมาไว้ได้ หากแต่ยูเทอร์ไม่ได้ดูแลบ้านเมืองอย่างที่กษัตริย์ควรจะเป็น พ่อมดเมอร์ลินจึงใช้เวทมนตร์นำดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ไปปักไว้บนแท่งหินและได้จารึกคำไว้ว่า ‘ผู้ใดที่สามารถชักดาบขึ้นจากแท่งหินนี้ได้ เขาผู้นั้นจะได้ครอบครองแผ่นดินทั้งปวงบนเกาะอังกฤษ’


รูปภาพ ดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ ที่ถูกปักไว้บนแท่งหินรอผู้ที่สมควรมาดึงออก

เมื่อยูเทอร์พลาดท่าให้กับเมอร์ลินก็ไม่ได้ดูแลบ้านเมืองอีกต่อไปจนกระทั่งยูเทอร์เสียชีวิตลง บัลลังก์จึงไร้ผู้ครอง มีผู้คนหลายคนอยากขึ้นเป็นกษัตริย์มากมายและได้ไปลองดึงดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์จากแท่งหิน หากแต่ไม่มีใครสามารถดึงดาบเล่มนั้นขึ้นมาได้ จนเวลาผ่านไปถึง 15 ปี พ่อมดเมอร์ลินได้พาเด็กหนุ่มคนหนึ่งมาดึงดาบโดยหวังจะให้เขาเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเด็กหนุ่มคนนั้นสามารถดึงดาบขึ้นมาได้อย่างง่ายดายจนได้ขึ้นเป็นกษัตริย์และเด็กหนุ่มคนนั้นก็คือ อาเธอร์ นั่นเอง

เมื่ออาเธอร์ได้ขึ้นเป็นกษัตริย์ พระองค์ทรงปราบอริราชศัตรูจนหมดสิ้น ไม่ว่าจะเป็นพวกแซกซอน สกอตแลนด์ ไอร์แลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ก ฝรั่งเศส ฯลฯ โดยมีเมอร์ลินเป็นที่ปรึกษาคนสำคัญ นอกจากนั้นอาเธอร์ยังได้ก่อตั้งกลุ่มทหารกลุ่มหนึ่งขึ้นมา โดยเรียกว่า  กลุ่มอัศวินโต๊ะกลม (Knights of the round table) ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ได้รับเกียรติยศสูงสุดในราชสำนักของกษัตริย์อาเธอร์ โดยโต๊ะกลมที่ประชุมของพวกเขาแสดงให้เห็นถึงความเท่าเทียมกันของสมาชิกทุกคน ไม่มีหัวโต๊ะหรือท้ายโต๊ะ

ซึ่งเรื่องราวสำคัญของตำนานนี้ก็คือ การผจญภัยของเหล่าอัศวินโต๊ะกลมที่ออกตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์ (The holy grail) ของพระเยซู ซึ่งเป็นจอกที่พระองค์ได้ใช้ดื่มไวน์ร่วมกับศานุศิษย์ในพระกระยาหารมื้อสุดท้าย (The last supper) และจอกใบนี้ยังใช้รองรับพระโลหิตของพระเยซูในยามถูกตรึงกางเขน  เล่ากันว่าจอกใบนี้มีอำนาจวิเศษสถิตย์อยู่ และด้วยเหตุนี้จึงทำให้อัศวินทั้งหลายได้ออกตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์เพื่อให้ได้ครอบครองตำแหน่งอภิอัศวินอันทรงเกียรติ


รูปภาพ เหล่าอัศวินที่ออกค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์

การค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์ของอัศวินมีหลายตำนาน โดยบางตำนานบอกว่าอัศวินที่พบคือ เซอร์เปอร์ซิวาล ซึ่งเขาได้รับจอกศักดิ์สิทธิ์จากลุงของเขาเอง โดยลุงของเขาทำหน้าที่เป็นผู้พิทักษ์จอก แต่อีกตำนานบอกว่า เซอร์กาลาฮัด อัศวินผู้มาถึงโต๊ะกลมในช่วงหลังต่างหากที่เป็นผู้ได้รับจอกใบนี้ โดยได้รับจากญาติอาวุโสเช่นเดียวกัน

หลังจากอัศวินโต๊ะกลมนามว่าแลนเซล็อตกลับจากการค้นหาจอกศักดิ์สิทธิ์อย่างผิดหวังนั้น เขาได้แอบมีความสัมพันธ์กับกวินีเวียร์ มเหสีของพระเจ้าอาเธอร์ ซึ่งบางตำนานบอกว่าทั้งคู่รักกันมาตั้งแต่กวินีเวียร์ยังไม่ได้สมรสกับพระองค์ แต่ทว่ามอร์เดร็ดอัศวินโต๊ะกลมอีกคนได้บังเอิญเห็นเข้าจึงนำเรื่องไปบอกกับพระเจ้าอาเธอร์ ทำให้กลายเป็นเรื่องใหญ่โตขึ้น และเหล่าอัศวินก็ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มโดยกลุ่มแรกจงรักภักดีต่อพระเจ้าอาเธอร์เหมือนเดิม ส่วนอีกกลุ่มเข้าข้างแลนเซล็อต และเกิดศึกกลางเมืองขึ้น อัศวินโต๊ะกลมส่วนใหญ่ต่างเสียชีวิตในศึกครั้งนี้ และมอร์เดร็ดที่ต้องการครอบครองบัลลังก์ ก็ได้หักหลังพระเจ้าอาเธอร์ โดยเข้าต่อสู้กับพระองค์ที่คัมลานน์ แต่เขากลับถูกพระเจ้าอาเธอร์สังหารด้วยหอกทำให้เสียชีวิต ทว่าพระเจ้าอาเธอร์เองก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้เช่นกัน

และก่อนที่พระเจ้าอาเธอร์จะสิ้นพระชนม์พระองค์ได้มอบดาบเอ็กซ์คาลิเบอร์ให้ เซอร์เบเดเวียร์ อัศวินโต๊ะกลมที่ยังเหลืออยู่ ให้นำดาบไปคืนที่ทะเลสาบที่เดิมและได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมาเกิดใหม่เพื่อปกป้องแผ่นดินของเกาะบริเทนอีกครั้ง  เมื่อเบเดเวียร์ไปยังทะเลสาบและขว้างดาบศักดิ์สิทธิ์ลงไปได้มีแขนของเทพธิดาแห่งทะเลสาบชูขึ้นจากน้ำมารับดาบไป สุดท้ายแล้วพระเจ้าอาเธอร์ก็ได้สิ้นพระชนม์ลง พระศพของพระองค์ได้ถูกนำไปล่องแพไปสู่เกาะอวาลอน อันเป็นดินแดนแห่งสรวงสวรรค์ โดยมีเหล่าเทพธิดาห้อมล้อมแพไว้ เป็นอันจบตำนานกษัตริย์อาเธอร์

เรื่องราวของกษัตริย์อาเธอร์แม้ว่าจะมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์กล่าวอ้างถึง แต่ก็ไม่สามารถระบุได้ว่าแท้จริงแล้วพระเจ้าอาเธอร์เป็นใครกันแน่ อย่างไรก็ตามตัวตนที่แท้จริงของพระองค์อาจเป็นนักรบผู้กล้าหาญที่ทรงอำนาจและมีคุณธรรม ซึ่งผู้คนในยุคมืด อาจระลึกถึงช่วงเวลาอันสงบสุขในอดีต และโหยหาวีรบุรุษที่จะนำความสงบสุขกลับมาอีกครั้ง และ พระเจ้าอาเธอร์ อาจเป็นตัวแทนของสิ่งนั้นก็เป็นได้ และนี่อาจเป็นที่มาที่แท้จริงของกษัตริย์ยอดนักรบผู้นี้


อ้างอิง

Rookie Blacksmith. (2558). Excalibur ประวัติของสุดยอดดาบในตำนานจากอังกฤษ. ค้นเมื่อ 10 กันยายน 2558, จาก : http://www.metalbridges.com/excalibur-story/

กษัตริย์อาเธอร์กับอัศวินโต๊ะกลม. (2556). ค้นเมื่อ 10 กันยายน 2558, จาก : http://guru.sanook.com/6050/

ตำนานอาเธอร์ กษัตริย์ในตำนานแห่งหมู่เกาะบริเทน. (2558). ค้นเมื่อ 10 กันยายน 2558, จาก : http://writer.dek-d.com/souleater01/story/viewlongc.php?id=554165&chapter=84

อัศวินโต๊ะกลม. (2557). ค้นเมื่อ 10 กันยายน 2558, จาก : https://th.wikipedia.org/wiki/อัศวินโต๊ะกลม



อ่านเพิ่มเติม »

อัศวินเทมพลาร์ (Knights Templar)

โดย พชร สุภศักดิพัฒน์

อัศวินเทมพลาร์ (Knights Templar) หรือทหารผู้ยากแห่งพระคริสต์และพระวิหารแห่งโซโลมอนเป็นกลุ่มอัศวินคริสเตียนในสงครามครูเสดที่ มีชื่อเสียงโด่งดังที่สุด ได้ชื่อว่าเป็นผู้ริเริ่มระบบธนาคารแต่มีมีจุดจบอันแสนเศร้าสลด

อ่านเพิ่มเติม »

อัศวิน (knight)

โดย สุธากรณ์ สิโนรักษ์

หากจะกล่าวถึงอัศวิน (knight) ตามที่เห็นในภาพยนตร์จะเก่งกล้ามากมีความสามารถมากเรื่องการรบบนหลังม้า และการใช้อาวุธหลายชนิด เคยรู้ไหมว่าอัศวินที่แท้จริงแล้วมีความเป็นมาอย่างไร

อ่านเพิ่มเติม »