แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟุตบอล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ฟุตบอล แสดงบทความทั้งหมด

กอนซาโล อิกวาอิน (Gonzalo Higuaín) กองหน้าที่แพงที่สุดในโลก

โดย นราวิชญ์ ลีลายุวัฒน์

ในกีฬาฟุตบอลนั้น กองหน้าเป็นตำแหน่งที่ใครๆต่างก็ใฝ่ฝันถึง เพราะเป็นตำแหน่งที่มักจะได้เป็นคนทำประตู ซึ่งทำให้ผู้คนชื่นชอบและเป็นที่รู้จัก สังเกตุได้จากนักเตะที่ถูกขนานนามว่าเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกนั้น ไม่ว่าจะเป็น “เปเล่” (Pelé) ที่ได้ชื่อว่าเป็น "ราชาฟุตบอล" หรือ "ไข่มุกดำ" หรือ “คริสเตียโน โรนัลโด” (Cristiano Ronaldo) นักเตะที่ว่ากันว่าเก่งที่สุดในยุคนี้คู่กับ “ลีโอเนล เมสซี” (Lionel Messi) นักเตะเหล่านี้ ล้วนเป็นกองหน้าทั้งสิ้น ซึ่งในบทความนี้ เราก็จะมาทำความรู้จักกันกับ “กอนซาโล อิกวาอิน” (Gonzalo Higuain) นักเตะสัญชาติอาร์เจนตินา อายุ 28 ปี ซึ่งในปัจจุบันนี้เป็นกองหน้าที่แพงที่สุดในโลก ด้วยค่าตัวถึง 90ล้านยูโร หรือราว 3500ล้านบาท



กอนซาโล เคราร์โด อีกวาอิน (Gonzalo Gerardo Higuaín) ซึ่งเป็นกองหน้าที่แพงที่สุดในโลกในฤดูกาลที่ผ่านมา เกิดเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 1987 เมืองแบร็สต์ ประเทศฝรั่งเศส แต่ได้เปลี่ยนสัญชาตเป็นอาร์เจนติน่าในภายหลัง เขามีพี่น้อง 3 คน พี่ชาย 2 คน น้องชาย 1 คน


ที่มา: http://www.ibtimes.com/

อีกวาอินเริ่มอาชีพนักฟุตบอล โดยเริ่มเล่นฟุตบอลให้กับทีมเยาวชน ริเวอร์ เพลท(River plate) ในแมทช์เดบิวท์ นาเซีย เอสกริมา (Gimnasia y Esgrima) ได้ชัยชนะเหนือทีมของเขาไปด้วยสกอร์ 2-1 แต่เขาก็มาได้ทำประตูเป็นครั้งแรกในเกมที่เจอกับทีมแบนฟิลด์ ซึ่งทำให้ทีมของเขาชนะไปด้วยคะแนน 3-1 เขาจบฤดูกาล 2005-2006 ด้วยการทำ5ประตูจากการลงเล่น 12 ครั้ง ฤดูต่อมา ผู้จัดการทีมริเวอร์เพลทได้แถลงว่า อีกวาอินมี อนาคตที่สดใส และ มีแววที่จะเป็นซุปเปอร์สตาร์ ซึ่งฤดูกาลนั้น เขาลงเล่นไป 17 แมทช์ และทำได้ถึง 10 ประตู


ที่มา: http://www.soccernews.com/

ฤดูที่โดดเด่นขณะที่อยู่ที่มาดริด ก็คือ 2008-09 ที่อีกวาอินได้ทำประตูเพื่อคว้าชัยชนะเหนือบาเลนเซีย ในการแข่งซุปเปอร์โคปา จากนั้น เขาก็ได้สยบทีม มาลากา 4-3 โดยในนัดนั้น เขาได้ทำประตูไปถึง 4 ประตู และกลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดในลีคในขณะนั้น ร่วมกับ ซามูเอล เอโต ซึ่งก็เรียกความสนใจจากทั่วโลกได้เป็นอย่างดี ซึ่งเขาก็มีผลงานที่ดีจนจบฤดู ในฤดูกาล 2009-10 นั้น อีกวาอินได้กลายเป็นผู้ทำประตูสูงสุดของเรอัล มาดริด ด้วยการทำไป 29ประตูจากทุกการแข่งขัน และในลีกนั้น เขาได้เป็นผู้ทำประตูมากที่สุดอันดับที่2 เป็นรองเพียงแค่ เลโอเนล เมสซี ซลาตัน อีบราฮิโมวิช นักเตะสัญชาติสวีเดน และ คริสเตียโน โรนัลโดเท่านั้น

ช่วงทอปฟอร์มที่สุดในชีวิตของอีกวาอินนั้นก็ต้องเป็นฤดูกาล2015-16 ที่เขาอยู่กับทีมนาโปลี และทำลายสถิติการทำประตูที่มากที่สุดในซีเรียอา ซึ่งใน 66ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีนักเตะคนไหนทำได้เกิน 20 ประตู โดยอีกวาอินทำประตูไปถึง 36 ประตู จนทำให้แชมป์เซเรีย อา 5 สมัยซ้อน ทีมยูเวนตุสสนใจเป็นนอย่างมากจนยอมเซ็นสัญญากับเขา ทำให้อีกวาอิน กลายเป็นกองหน้าที่แพงที่สุดในโลก ด้วยค่าตัว 90 ล้านยูโร




ปัจจุบันนั้น เนื่องจากรูปร่างที่ท้วมในช่วงแรก ทำให้หลายคนสงสัยว่าเขาจะมีความสามารถเหมือนฤดูที่แล้วหรือไม่ ซึ่งเจ้าตัวก็ออกมาบอกว่า

"มันดีกว่าหากคุณยังคงพูดว่าผมอ้วน ผมจะยิ่งยิงประตูต่อเนื่อง" และ "แน่นอน ผมสบายดี ผมซ้อมมา 20 วันแล้ว และผมก็ไม่เข้าใจความสนใจเกี่ยวกับสภาพร่างกายของผมเลยล่ะ"

ซึ่งวิธีที่จะทำให้ทุกคนหายสงสัย และยอมรับในตัวเขานั้นก็คงมีเพียงแค่การแสดงความสามารถของเขาให้ทุกคนได้เห็นนั่นเอง


อ้างอิง:

Higuain สืบค้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2559, จาก: https://en.wikipedia.org/wiki/Gonzalo_Higua%C3%ADn

อิกวาอิน : ยิ่งพูดว่าผมอ้วน ผมยิ่งยิงประตู สืบค้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2559, จาก: www.goal.com/th/news/4269/ฟุตบอลอิตาลี/2016/08/22/26756562/อิกวาอิน-ยิ่งพูดว่าผมอ้วน-ผมยิ่งได้ประตู?ICID=PP_6106

สุดยอด! อีกวาอินทุบสถิติดาวซัลโวเซเรียอา สืบค้นเมื่อวันที่ 25 กันยายน 2559, จาก: http://www.siamsport.co.th/football/calcio/view.php?code=160515044027


อ่านเพิ่มเติม »

ปอล ป็อกบา (Paul Labile Pogba) นักฟุตบอลที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก

โดย พงค์ปวีร์ ชาญธีระประวัติ

ในปัจจุบันเป็นที่รู้กันว่ากีฬาฟุตบอลนั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก ซึ่งถ้าพูดถึงฟุตบอลนั้นหลายๆคนถึงแม้จะไม่เคยดูฟุตบอลเลยก็ตาม ก็คงจะเคยได้ยินชื่อของนักเตะอย่าง ‘คริสเตียโน่ โรนัลโด้’ (Cristiano Ronaldo)อดีตเจ้าของนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก หรือจะเป็น ‘ลิโอเนล เมสซี่’(Lionel Messi) พระเจ้าแห่งวงการลูกหนัง แต่ว่าปัจจุบันนั้นสถิติค่าตัวนักฟุตบอลที่แพงที่สุดของโลกนั้นไม่ได้เป็นของเหล่าเครื่องจักรถล่มประตูอีกต่อไป แต่กลับเป็นของกองกลางวัย 23 ปีที่เคยย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดไปยูเวนตุสแบบไร้ค่าตัว ‘ปอล ป็อกบา’  ซึ่งมูลค่าในการย้ายกลับมาร่วมทีมเก่าครั้งนี้มีมากถึง105ล้านยูโรทีเดียว(ประมาณ4100ล้านบาท)

ปอล ลาบีล ป็อกบา (Paul Labile Pogba) เกิดที่เมือง ลาญี-ซูร์-มาร์นประเทศฝรั่งเศส เป็นชาวประกินี เขามีพี่ชายสองคนซึ่งทั้งสองคนนั้นก็เป็นนักฟุตบอล โฟลเลนติน,พี่คนชายโตของเขา ตอนนี้เล่นให้สโมสร แซงต์-เอเตียน ส่วนพี่ชายอีกคน,มัธธิอุส ค้าแข้งอยู่กับทีม สปาร์ต้า ร็อตเตอร์ดัมที่ประเทศฮอลแลนด์ ทั้งนี้ ป็อกบา เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 6 ขวบ กับสโมสรยูเอส รอยส์-ออง-เบร จนกระทั่งอายุได้ 13 ปี เขาย้ายมทีมไปอยู่กับ ยูเอส ทรอซี่ย์ และได้เป็นกัปตันทีมของต้นสังกัดยู-13 อีกด้วย ให้หลังเพียงปีเดียว ป็อกบา ย้ายไปอยู่กับ เลอ อาฟร์ ซึ่งด้วยฟอร์มอันยอดเยี่ยม ส่งผลให้เจ้าตัวได้รับความสนใจจากอาร์เซน่อล และอีกหลายทีมในเซเรีย อา


ที่มา: https://www.thesun.co.uk/

ป็อกบาเริ่มเส้นทางค้าแข้งของเขาอย่างจริงจังเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ปี2009 เขาประกาศย้ายจากสโมสรเลอ อาฟร์ ไปร่วมกับทีมเยาวชนของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยฟอร์มการเล่นสุดร้อนแรงและดูโดดเด่นกว่านักเตะคนอื่นในรุ่นอายุต่ำกว่า18ปีทำให้ป็อกบากลายเป็น1ใน 4 นักเตะเยาวชนที่ถูกดักให้ขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ถึงแม้เขาจะได้ขึ้นมาในทีมชุดใหญ่ แต่กลับไม่ได้รับโอกาสในการลงเล่นเท่าที่ควร เนื่องจากอายุยังน้อยและนักเตะคนอื่นในตำแหน่งเดียวกันค่อนข้างมากประสบการณ์กว่าทำให้ป็อกบาไม่ได้เป็นตัวเลือกลำดับแรกๆในตำแหน่งกองกลางภายใต้การคุมทีมของเซอร์ อเล็ก เฟอกูสัน ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ณ เวลานั้น

ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2012 ป็อกบาได้ทำการตัดสินใจที่ได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาแบบก้าวกระโดด นั่นคือการย้ายออกจากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปร่วมทีมยูเวนตุส ในประเทศอิตาลีแบบไร้ค่าตัว ป็อกบาบอกเหตุผลในการย้ายไปร่วมทีมยูเวนตุสว่าหลักๆมาจากข้อเสนอในสัญญาฉบับที่ยูเวนตุสยื่นให้นั่นคือ การการันตีได้ลงเล่นไม่น้อยกว่า20แมตช์ในหนึ่งฤดูกาล ที่ยูเวนตุสเขาได้แสดงสักภาพออกมาให้เห็นมากมายราวกับเป็นคนละคนเจ้าหนูที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด  ป็อกบานั้นเป็นเหมือนกับเพชรที่ช่างฝีมืออย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่สามารถที่จะเจียระไนออกมาได้ หากแต่เป็นยูเวนตุสที่เจียระไนเพชรนี้ออกมา แถมเขายังเป็นเพชรเซนทีนารีราคา 100ล้าน อีกด้วย

ฟอร์มการเล่นของป็อกบาเข้ากับยูเวนตุสอย่างน่า จากนักเตะไร้ค่าตัวกลับกลายเป็นตัวหลักของทีมที่ขาดไม่ได้ ด้วยฟอร์มการเล่นที่โดดเด่นทำให้เขากวาดแชมป์มากมายทั้งจากสโมสรและทีมชาติ โดยในปี 2012-2016 เขาได้แชมป์เซเรียอา ลีคสูงสุดของอิตาลี  4ฤดูกาลติดต่อกันกับยูเวนตุส แชมป์ โคปา อิตาเลีย ในฤดูกาล 2014-2015, 2015-2016 และยังได้แช๊ม ซุปเปอร์โคปาในปี 2013 และ2015อีกด้วย  นอกจากนี้เขายังได้รางวัลรองชนะเลิศยูฟ่าแชมป์เปียรลีคฤดูกาล 2014-2015 และรองชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2016 อีกด้วย นอกจากนี้เขายังมีรางวัลส่วนตัวเด่นๆเช่น  นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมปี 2013 นักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมในฟุตบอลโลก2014 ทีมยอดเยี่ยมยูฟ่า 2015 และทีมยอดเยี่ยมฟีฟ่า2015


ที่มา: http://www.dailymail.co.uk/

แต่แล้วแม้แต่นกก็ยังคืนถิ่นของมันแล้วป็อกบาเล่าเหตุใดจะเป็นไปไม่ได้  ในวันที่ 9 สิงหาคม 2559 ที่ผ่านมานั้นสโมรสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้ประกาศอย่างเป็นทางการว่าได้ทำการคว้าตัวปอล ป็อกบา กลับคืนบ้านเก่าด้วยค่าตัวถึง 105ล้านยูโร(ราว4100ล้านบาท) ซึ่งเป็นราคาทุบสถิติของสโมสรแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดและทุบสถิตินักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดของวงการลูกหนังอีกด้วย ซึ่งในการคว้าตัวป็อกบาครั้งนี้ถูกวิจาร์ณจากหลายฝ่ายเนื่องจากเป็นนักเตะที่ตนนั้นเคยปล่อยไปแบบไร้ค่าตัวแต่กลับซื้อกลับมาด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก แต่เราก็ไม่สามารถที่จะมาด่วนสรุปว่าการซื้อตัวครั้งนี้คุ้มค่าหรือขาดทุนเพียงใดเพราะฟุตบอลฤดูกาลนี้นั้นพึ่งเริ่มต้นยังเหลือเวลาอีกมากมายให้เขาได้พิสูจน์ตัวในฐานะนักฟุตบอลของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด,นักฟุตบอลที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลก,ปอล ป็อกบา


อ้างอิง

 คอลัมนิสต์ เขียนให้คุณอ่าน โดย บ.บู๋ : อย่ามาเลย... ป็อกบา. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559, จาก  http://www.siamsport.co.th/Column/160805_009.html

Paul pogba สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559 จาก https://en.wikipedia.org/wiki/Paul_Pogba

ปอล ป็อกบา. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559, จาก http://www.sport-idol.com/547/ประวัตินักฟุตบอล/ประวัติของ-ปอล-ป็อกบา

Paul Pogba completes Man Utd transfer for world-record fee. สืบค้นเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559, จาก http://www.telegraph.co.uk/football/2016/08/09/paul-pogba-completes-man-utd-transfer-for-world-record-fee/

อ่านเพิ่มเติม »

เปเล่ (Pele) ราชาแห่งวงการลูกหนัง

โดย ธนซินท์ อ่อนประทุม

หากจะให้กล่าวถึงตำนานวงการลูกหนังที่เก่ง ประสบผลสำเร็จมากมายระดับโลก และเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไปนั้นมีมากมายหลายท่าน แต่บุคคลที่มีบทบาทต่อประเทศและต้องผ่านความอยากลำบากต่อสู้ดิ้นรนจนประสบผลสำเร็จมีชื่อเสียงโด่งดังนั้นจะเป็นใครไปไม่ได้ เขาคนนั้นก็ต้องยกให้ราชาแห่งฟุตบอลหรือไข่มุกดำบราซิลเลี่ยน “เอดซง อารังชีส ดู นาซีเมงตู” หรือที่ผู้คนทั้งโลกรู้จักกันดี คือ “เปเล่”

เอดิสัน อารังชีส ดู นาซีเมงตู (Edison Arantes do Nascimento) หรือ เปเล่ (Pele) นักฟุตบอลชาวบราซิล เล่นให้ฟุตบอลทีมชาติบราซิลชนะฟุตบอลโลก 3 ครั้ง และได้ชื่อว่าเป็น "ราชาฟุตบอล" หรือ "ไข่มุกดำ" เปเล่ได้ทำประตูทั้งหมด 1,281 ประตูในช่วงที่เล่นฟุตบอลอาชีพ ในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายทั้งหมด 12 ประตู และได้เกษียณการเล่นฟุตบอลในปี พ.ศ. 2520



เปเล่ได้เล่นให้กับทีมชาติตั้งแต่ปี 1956-1971 โดยในฟุตบอลโลก 1958 ในขณะที่อายุได้ 17 ปี 239 วัน เปเล่ได้เป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดในฟุตบอลโลกที่ทำประตูได้ ในนัดแข่งกับ ทีมชาติเวลส์และนัดชิงชนะเลิศกับทีมชาติสวีเดนที่เมืองโกเตนเบิร์ก

พ่อของเอดิสันเป็นนักฟุตบอลสังกัดทีมเล็กๆ ที่ไม่โด่งดัง เขาไม่เป็นที่รู้จัก และไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นอาชีพนี้จึงแทบจะทำรายได้เพื่อเลี้ยงครอบครัวไม่ได้เลย แถมในบราซิลในสมัยนั้นการเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักฟุตบอล เป็นอาชีพที่ไม่มั่นคง ส่วนมาเรีย เซเลสเต้ แม่ของเอดิสันก็เป็นหญิงสาวชาวบ้านทำหน้าที่เป็นแม่บ้านเลี้ยงดูลูกๆ ฐานะของครอบครัวนี้จึงเข้าขั้นจนมาก ครอบครัวของเขาก็ต้องย้ายบ้านอยู่เรื่อยๆ ตามแต่ที่พ่อจะได้รับคำเสนอให้ไปเล่นฟุตบอลให้กับทีมนี่ที่อยู่ตามเมืองต่างๆ และพ่อของเขาต้องทำอาชีพทำความสะอาดในโรงพยาบาลเพื่อหาเงินมาจุนเจือครอบครัวอีกด้วย



เปเล่เริ่มเล่นฟุตบอลอย่างจริงๆ จังๆ เมื่อตอนที่มีอายุได้ 11 ปี เขาก่อตั้งทีมฟุตบอลข้างถนนเป็นของตัวเองโดยมีเพื่อนๆ ที่เล่นอยู่ตามถนนอื่นๆ มาร่วมเข้าทีมด้วย ชื่อทีมของเขาแปลเป็นภาษาไทยว่า “ทีมนักเตะไร้รองเท้า” และต่อมาทีมของเขาก็เข้าลงแข่งในรายการเล็กๆ ของเมืองที่จัดแข่งโดยนายกเทศมนตรีของเมืองเบารู และทีมของเขาก็ได้เปลี่ยนชื่อทีมมาเป็น “อเมริควินย่า” (Ameriquinha) และสามารถคว้าแชมป์ มาครอง ชัยชนะในครั้งนี้ทำให้เปเล่ถูกค้นพบโดยวัลเดอมาร์ เดอ บริโต้ นักฟุตบอลในลีกสูงสุดของบราซิล ได้มองเห็นฝีมือของเปเล่และเพื่อนๆ ในปี ค.ศ. 1954 เขาและเพื่อนๆ จึงถูกเชิญให้ไปร่วมทีมเยาวชน “บาควินโย่” (Baquinho) การเล่นให้กับทีมนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่เปเล่ได้รับค่าจ้างเพื่อเล่นฟุตบอล



เปเล่ถูกเรียกตัวให้ไปรับใช้ชาติเป็นครั้งแรกหลังจากที่เขาเพิ่งลงเล่นในฤดูกาลแรก ภายใต้ทีมชุดใหญ่ของสโมสรซานโตส นัดแรกในฐานะนักเตะทีมชาติบราซิลคือนัดที่ลงแข่งกับทีมชาติอาร์เจนติน่าเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ปี ค.ศ. 1957 บราซิลเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป 1 – 2 แต่ถึงแม้ว่าบราซิลจะเป็นฝ่ายแพ้ แต่นัดนั้นก็มีความสำคัญสำหรับเขามาก คือนอกจากเปเล่จะได้ลงเล่นให้กับทีมชาติเป็นครั้งแรกในชีวิตแล้ว เขายังสามารถทำประตูได้เป็นครั้งแรกในฐานะนักเตะทีมชาติ น่าทึ่งมากสำหรับเด็กหนุ่มที่มีอายุเพียง 16 ปี 3 เดือนจะมีอายุได้ 17 ปี ที่สามารถทำผลงานได้ขนาดนี้

การจะเป็นนักฟุตบอลที่เก่งและเป็นที่ชื่นชอบของคนทั่วไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย กว่าจะมาถึงวันนี้เปเล่ต้องผ่านความอยากลำบากมานับไม่ถ้วน แต่เขาไม่เคยย่อท้อต่อความอยากลำบาก กลับต่อสู้มาสารพัดและผันตัวเองกลายมาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกได้ด้วยความสามารถ แม้ช่วงเวลาที่เปเล่เคยรุ่งโรจน์จะล่วงเลยมาเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แต่ความยิ่งใหญ่ของเปเล่ยังคงถูกกล่าวขานมาจนปัจจุบัน และยังคงเป็นที่จดจำในหมู่คนที่มีใจรักฟุตบอลไปตลอดกาล


อ้างอิง

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี .2559. เปเล่. (ออนไลน์) สืบค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2559, จาก: https://th.wikipedia.org/

เปเล่ : ประวัติศาสตร์สากล-บุคคลสำคัญ. 2543. สืบค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2559, จาก: http://www.baanjomyut.com/library_2/extension-2/pele/index.html

ลานโควท | วาทะ ข้อคิด คำคมคนดัง | เปเล่ – LaanQuote. สืบค้นเมื่อ 26 มีนาคม 2559,  จาก: http://www.laanquote.com/

อ่านเพิ่มเติม »

ซีเนอดีน ซีดาน (Zinedine Zidane)

โดย ทยากร ศรีวะรมย์

ย้อนกลับไปฟุตบอลโลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ทีมชาติฝรั่งเศสซึ่งเป็นเจ้าภาพภายใต้การคุมทีมของเอ็มเม ฌักเกต์ ได้ทำผลงานได้ดีเยี่ยมจนสามารถคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกสมัยแรกและสมัยเดียวด้วยการเอาชนะทีมชาติบราซิลในรอบชิงชนะเลิศไป 3-0 ซึ่งในเกมนั้นคีย์แมนคนสำคัญของฝรั่งเศสได้ทำคนเดียวสองประตูและทั้งโลกก็ต่างก็ยกย่องให้เขาว่าเป็นกองกลางที่ดีที่สุดในโลกตลอดกาล ชายคนนั้นมีชื่อว่า ซีเนดีน ซีดาน

ซีเนดีน ยาซีด ซีดาน (Zinédine Yazid Zidane) เกิดเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ปี 1972 ที่เมืองมาร์แซย์ประเทศฝรั่งเศส ในครอบครัวที่อพยพมาจากประเทศแอลจีเรีย เขามีความสนใจในเรื่องฟุตบอลมาตั้งแต่ 5 ขวบ โดยเขาอาศัยอยู่กับครอบครัวซึ่งมีพี่น้องทั้งหมดสี่คนโดยซีดานนั้นเป็นน้องคนสุดท้อง  ซีดานเริ่มต้นค้าแข้งในวัย 17 ปี กับสโมสร  อาแอ็ส กานส์ ในประเทศฝรั่งเศสโดยลงเล่นไป 61 นัดทำไป 6 ประตูในช่วงปี 1989-1992 แม้ว่ากานส์จะตกชั้นไปจากลีกเอิงแต่ซีดานยังคงได้เล่นในลีกเอิงต่อไปเมื่อเขาย้ายไปเล่นให้กับบอร์กโดซ์และทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยมพาทีมเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลยูฟ่า คัพ ฤดูกาล 1995/1996 แต่ก็ต้องพ่ายให้กับบาเยิร์น มิวนิคสโมสรยักษ์ใหญ่จากประเทศเยอรมันก่อนที่ซีดานจะย้ายออกจากบอร์กโดซ์ไปด้วยผลงานลงเล่นไป 139 นัด ทำไป 28 ประตูพร้อมกับคว้าแชมป์ลีกเอิงฤดูกาล 1995/1996 รวมถึงแชมป์อินเตอร์โตโต้คัพปี 1995 ก่อนจะย้ายไปรับความท้าทายใหม่ๆกับยูเวนตุสสโมสรยักษ์ใหญ่ในประเทศอิตาลี



ในปี 1996 ซีดานย้ายมาร่วมทีมยุเวนตุสในอิตาลีภายใต้การคุมทีมของ มาร์เซโล่ ลิปปี้  ซีดานพา      ยูเวนตุสคว้าแชมป์ซีเรีย อาได้ถึงสองสมัยด้วยกันในฤดูกาล 1996/1997 และ 1997/1998 อีกทั้งยังพาทีมเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอล ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกถึงสองสมัยด้วยกันแต่ก็ทำได้เพียงแค่รองแชมป์ทั้งสองครั้งด้วยการแพ้ให้กับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนต์ จากเยอรมัน 3-1 ฤดูกาล 1996/1997 และแพ้ให้กับ เรอัล มาดริดสโมสรจากสเปน 0-1  อีกครั้งในปี 1997/1998 หลังจากซีดานเล่นให้ยูเวนตุสอยู่ 5  ฤดูกาลลงเล่นไป 151 นัด ทำไป 24 ประตู เขาก็ตัดสินใจย้ายทีมอีกครั้งในปี 2001 และคราวนี้จุดหมายปลายทางอยู่ที่เมืองหลวงประเทศสเปนนั่นคือ เรอัล มาดริด ด้วยค่าตัวที่สูงสุดในโลกในขณะนั้น 76 ล้านยูโร (ประมาณ 4,028 ล้านบาท)


ที่มา : http://www.gettyimages.com/

ที่เรอัล มาดริด นี่เองที่ถือว่าซีดานประสบความสำเร็จมากที่สุดในอาชีพนักฟุตบอลเพราะเพียงแค่ฤดูกาลแรกที่เขาลงเล่นให้กับเรอัล มาดริด ก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ลีกด้วยการเอาชนะ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น สโมสรจากประเทศเยอรมันไป 2-1 โดยในเกมนั้นซีดานสามารถทำประตูได้อีกด้วยฤดูกาลถัดมาเรอัล มาดริด ของซีดานยังคงทำผลงานได้ดีเช่นเคยโดยในฤดูกาลดังกล่าวเรอัล มาดริดสามารถคว้าแชมป์ลาลีกา รวมไปถึง ยูโรเปี้ยนส์ ซูเปอร์ คัพ และ สแปนิช ซูเปอร์ คัพ อีกด้วย และในฤดูกาลเดียวกันเขาก็ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของโลกสมัยที่ 3 หลังเคยได้รับมา 2 สมัยก่อนหน้านี้ในปี 1998 และ 2000
 


ฤดูกาลสุดท้ายในการค้าแข้งของซีดานคือฤดูกาล 2005/2006 โดยซีดานตัดสินใจยุติชีวิตการค้าแข้งของเขากับเรอัล มาดริดด้วยผลงานลงสนาม 155 นัด ทำไป 37 ประตู แม้ในฤดูกาลนั้นจะเป็นจบการค้าแข้งที่ไม่สวยงามมากนักเมื่อเรอัล มาดริด ตกรอบรองชนะเลิศในศึกโกปา เดล เรย์ และ รอบ 16 ทีม สุดท้ายในศึก ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก ส่วนในลีกก็จบด้วยการเป็นรองแชมป์ตามหลังบาร์เซโลน่าถึง 12 คะแนน

ส่วนในเรื่องผลงานในการเล่นให้กับทีมชาติของซีดานนั้นก็ไมเป็นรองผลงานในสโมสรเขาติดทีมชาติครั้งแรกในปี 1994 ในการพบกับทีมชาติสาธารณรัฐเช็ค ก่อนจะติดทีมเรื่อยมาเริ่มตั้งแต่ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปปี 1996 และติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดแชมป์โลกปี 1998 ที่ฝรั่งเศสเป็นเจ้าภาพ ก่อนจะมาคว้าแชมป์ยูโรต่อในปี 2000 หลังจากนั้นผลงานในทีมชาติของฝรั่งเศสก็ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรจนมาถึงฟุตบอลโลกปี 2006 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพซึ่งเป็นทัวร์นาเม้นต์สุดท้ายของซีดานทีมชาติฝรั่งเศสของซีดานจบด้วยการเป็นรองแชมป์ด้วยการแพ้จุดโทษให้กับทีมชาติอิตาลีในรอบชิงชนะเลิศโดยในนัดนั้นซีดานโดนใบแดงไล่ออกจากสนามเนื่องจากเอาหัวไปโขกหน้าอกของมาร์โก มาร์เตรัซซี่ กองหลังทีมชาติอิตาลีก่อนจะประกาศยุติอาชีพค้าแข้งอย่างเป็นทางการในวันที่ 7 พฤษภาคม ปี 2006

ในด้านครอบครัว ซีดานมีลูกชาย 4 คน กับเวโนิก เฟร์นานเดซ นักเต้นสาวชาวสเปนซึ่งเป็นภรรยา โดยลูกชายทั้ง 4 คน คนแรกคือ เอ็นโซ่ อายุ 20 ปี ปัจจุบันเป็นนักฟุตบอลตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุกเช่นเดียวกับคุณพ่อให้กับสโมสร เรอัล มาดริด กาสติย่า คนต่อมาคือลูก้า วัย 17 ปี เล่นตำแหน่งผู้รักษาประตูให้กับทีมเยาวชนของเรอัล มาดริด คนที่สามคือ ธีโอเล่นตำแหน่งมิดฟิลด์ให้กับทีมเยาวชนเรอัล มาดริดรุ่นอายุไม่เกิน 13 ปี และน้องคนเล็กคือเอเลียสอายุ 11 ปี ก็เล่นในตำแหน่งมิดฟิลด์เช่นกันกับทีมเยาวชนเรอัล มาดริดรุ่นอายุไม่เกิน 11 ปี

ปัจจุบัน ซีดานในวัย 43 ปีเป็นผู้จัดการทีมของเรอัล มาดริด ต้นสังกัดเก่าในสมัยที่เขายังค้าแข้งอยู่ ในเรื่องของการเป็นผู้จัดการทีมคนส่วนใหญ่อาจจะมอง่าซีดานยังอ่อนหัดประสบการณ์ยังน้อย แต่ถ้าจะพูดถึงในเรื่องของฝีเท้าคงไม่มีใครกล้าที่จะปฏิเสธว่า กองกลางที่ดีที่สุดที่โลกเคยมีมาจะมีชื่อของ ซีเนดีน ซีดานอยู่ในนั้นด้วย

อ้างอิง

sport-idol.com.  ซีเนอดีน ซีดาน.  สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2559,  จาก http://www.sport-idol.com//58

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี.  ซีเนดีน ซีดาน.  สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2559,  จาก https://th.wikipedia.org/

gurusportsoccer.com.  ซีเนอดีน ซีดาน.  สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2559,  จาก http://www.gurusportsoccer.com

tlcthai.com.  ประวัติ ซีเนอดีน ซีดาน ตำนานลูกหนังของฝรั่งเศส.  สืบค้นเมื่อ 26 กุมภาพันธ์ 2559, จาก http://www.tlcthai.com/sports/clip-vdo/3604

อ่านเพิ่มเติม »

คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo)

โดย กฤษฎา อินทรกำแหง

ปัจจุบัน หากจะพูดถึงนักฟุตบอลคนหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ไม่ว่าใคร ก็ต้องมีชื่อของ คริสเตียโน โรนัลโด อยู่ในความคิดอย่างแน่นอน เพราะถ้าหากเปรียบเทียบว่า เลบรอน เจมส์ เป็นเจ้าพ่อของวงการบาสเก็ตบอลในสมัยนี้แล้ว ก็ไม่แปลกใจเลย ที่ผู้คนต่างเปรียบเทียบว่า คริสเตียโน โรนัลโด ก็เป็นคิงส์ ของวงการฟุตบอลเหมือนกัน

คริสเตียโน โรนัลโด เกิดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2528 ที่หมู่เกาะมาเดรา ประเทศโปรตุเกส โดยชื่อเต็มๆ ของ โรนัลโดคือ กริชเตียนู รูนัลดู ดูช ซังตูช อาไวรู (โปรตุเกส : Cristiano Ronaldo dos Santos Aveiro) ปัจจุบัน โรนัลโด กำลังเล่นให้กับ สโมสร เรอัลมาดริด และยังมีเส้นทางการลุ้นแชมป์ลากีกา สเปน ฤดูกาล 2015-2016 อีกด้วย เพราะเรอัลมาดริค ตามหลังบาเซโลน่า เพียง 1 แต้ม และยังมีลุ้นคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนลีกอีกด้วย จะพบกันทางด้าน แอธแลนติโก มาดริค


คริสเตียโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo)

โรนัลโด เป็นคนไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และที่สำคัญไม่มีการสักลายใดๆ บนตัวของเขาเลย เพราะเขาให้เหตุผลว่า การกินเหล้า สูบบุหรี่ หรือการสักลาย จะทำให้การบริจาคเลือดของเขา เป็นปัญหา ซึ่งโรนัลโด จะบริจาคเลือดของตัวเองทุกๆ 3 เดือน และยังบริจาคเงิน ให้กับกองทุนการกุศลต่างๆเป็นประจำอีกด้วย

โรนัลโด ถือว่าเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จทางด้านอาชีพการค้าแข้งอย่างมาก โดยเริ่มจาก เป็นนักเตะของ สโมสร สปอร์ติงลิสบอน  ได้แชมป์ในปี 2002-2003 ลงเล่นทั้งหมด 31 นัด ทำได้ 5 ประตู ก่อนที่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะมองเห็นแวว และติดต่อให้ไปค้าแข้งในเกาะอังกฤษ  กับทีม ปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัว 12.24 ล้านปอนด์ และทำประตูแรก ได้ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2003 ก่อนที่จะประสบความสำเร็จอย่างมาก ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ไปทั้งหมด 3ใบ และยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีกอีก 1 ใบ  ลงเล่นไปทั้งหมด 292 นัด ยิงไปทั้งหมด 118 และในปี 2007-2008 โรดันโด ได้จารึกชื่อของตัวเอง ลงไปใน บัลลงดอร์ เป็นครั้งแรกในชีวิต นับเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี


ที่มา: https://th.wikipedia.org/

วันที่ 6 กรกฎาคม 2009 โรนัลโด ได้เปิดตัวฐานะ นักเตะของ ราชันชุดขาว เรอัลมาดริด  ยักใหญ่แห่งลาลีกา สเปน ด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลก ในขณะนั้น โดย ดีลครั้งนี้ มีมูลค่าสูงถึง 80 ล้านปอนด์ และนับว่าเป็นการซื้อตัวที่คุ้มค่ามากๆของ ราชันชุดขาว เพราะโรนัลโด ยิงให้มาดริดตลอดการค้าแข้งทั้งหมด 326 ลูก ในขณะที่ลงเล่นไปเพียง 314 พร้อมกับ ถ้วยแชมป์ ลาลีกา 1 ใบ ยูฟ่าแชมป์เปียนส์ลีก 1 ใบ

และในปี 2013 โรนัลโด ได้จารึกชื่อ ของตัวเอง ลงบัลลงดอร์อีกครั้ง ในปี 2012-2013 นับเป็น บัลลงดอร์ สมัยที่ 2 ในชีวิตของตน และในปี 2014 โรนัลโด ได้ทำการ จารึกชื่อของเค้า ลงไปใน ฟีฟ่าบัลลงดอร์อีกครั้ง ในปี 2013-2014 นับเป็น ครั้งที่3 ในชีวิตของเขาเอง

โรนัลโด ไม่มีการสมรส หรือการแต่งงานเกิดขึ้น แต่เขาได้ประกาศว่า เขาได้กลายเป็นพ่อคนแล้ว เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ค.ส.2010 โดยที่เขาประกาศว่า เขาได้ให้กำเนิดลูกชาย และจะตั้งชื่อว่า คริสเตียนโน โรนัลโด้ จูเนียร์ ที่เกิดจาก หญิงนิรนาม ซึ่งเจ้าตัวไม่ยอมเปิดเผย เพราะต้องการความเป็นส่วนตัว โดยที่โรนัลโด้ ได้ประกาศผ่านเฟสบุคและทวิตเตอร์ของตัวเองอย่างเป็นทางการ

โรนัลโดมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ซึ่งก็คือ แบรนด์เสื้อผ้าและชุดชั้นในเพศชาย ซึ่งชื่อแบรนด์คือ CR7 (ซีอาร์ เซเว่น) โดยที่ได้แนวคิดมาจาก ชื่อย่อของเขาผสมเข้ากับ ตัวเลขประจำตัวของเขา ซึ่งก็คือ หมายเลข7 ซึ่งในขณะเดียวกันด้้วยถาพลักษณ์ที่หล่อและหุ่นดีของ โรนัลโด ยังได้เป็นพรีเซนเตอร์โฆษณา และวีดิโอเกม รวมไปถึงโทรศัพท์มือถือ และเขายังได้ ไนกี้ เป็นสปอนเซอร์หลัก โดยได้ผลิต รองเท้า ชื่อรุ่นว่า Nike Mercurial Vapor CR7 ให้เขาได้ใส่ลงเล่นในทุกๆนัด

เราทุกคน ต่างมีพื้นฐานทีชิตที่แตกต่างกัน โรนัลโด ไม่ได้เกิดมามีฐานะร่ำรวย และไม่มีทักษาฟุตบอลตั้งแต่เกิด แต่ที่เขาประสบความสำเร็จได้ในทุกวันนี้ เพราะว่าเขามีความพยายามอดทนและระเบียบวินัย เป็นอย่างมาก อดทนที่จะฝึกซ้อม อดทนที่จะรอให้โอกาสมาถึง หรือจะเรียกอีกอย่างหนึงว่า โรนัลโดมี พรแสวงที่ติดตัวมาตังแต่เกิด ด้วยเส้นทางชีวิต ที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลายของโรนัลโด ทำให้เค้า ได้มีภาพยนตร์สะท้อนชีวิตของเขา ชื่อเรื่องคือ Cristiano Ronaldo เราไม่จำเป็นที่ต้องเดินตามเขาไปหมดทุกอย่าง เพียงแต่เรา พยายามคิดให้ได้แบบเขา พยายามให้ได้แบบเขา มีความอดทด และควรแสวงโอกาสในชีวิต ชีวิตของเราจะประสำความสำเร็จ เหมือนบุคคลที่เรานำมาเสนอในวันนี้ คริสเตียนโน โรนัลโด (Cristiano Ronaldo)


อ้างอิง 

โรนัลโด (Cristiano Ronaldo). สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2559, จาก : https://th.wikipedia.org/wiki/คริสเตียโน_โรนัลโด

การย้ายทีมของ โรนัลโด. สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2559, จาก : http://www.msn.com/th-th/sports/soccer/30-บันทึกสำคัญของปีกจอมถล่มประตู-คริสเตียโน-โรนัลโด/ss-AA8XU8N#image=31

ประวัติ คริสเตียโน โรนัลโด้ (Cistiano Ronaldo). สืบค้นเมื่อ 7 พฤษภาคม 2559, จาก :
http://starsoccercr7.blogspot.com/2015/07/cistiano-ronaldo.html

อ่านเพิ่มเติม »

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

โดย กฤตนันท์ วงศ์รัตนชีวิน

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด นั้นเป็นสโมสรฟุตบอลที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆของอังกฤษเลยทีเดียว โดยสโมสรฟุตบอลนี้นั้นมีสนามของตัวเองคือ โอลด์แทรฟฟอร์ด ในเมืองแมนเชสเตอร์ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีความสำเร็จสูงสโมสรหนึ่งโดยชนะเลิศแชมป์ลีกถึง 20 ครั้ง ชนะเอฟเอคัพ 11 ครั้งลีกคัพ 3 ครั้ง ยูโรเปียนคัพ/ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 3 ครั้ง และชนะ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์สคัพอินเตอร์เนชันแนลคัพและ ยูโรเปียนซูเปอร์คัพ อย่างละ 1 ครั้ง โดยสโมสรแมนยูนี้เป็นสโมสรที่มีความนิยมสูงมาก โดยสโมสรนี้นั้นมียอดผู้เข้าชมหรือเชียร์สโมสรนี้มากที่สุดในฟุตบอลอังกฤษตลอด 34 ฟดูกาล


ที่มา: http://www.manutd.com/

ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1991 สโมสรปรับปรุงรูปแบบกิจการเป็นบริษัทมหาชนและต่อมานักธุรกิจชาวอเมริกัน มัลคอล์ม เกลเซอร์ เข้าครอบครองแบบไม่เป็นมิตร และนำสโมสรออกจากตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน ตั้งแต่ปีค.ศ. 2005

ประวัติศาสตร์ สโมสรสโมสรในช่วงแรก (1878-1945) สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่จริงแล้วชื่อเดิมของสโมสรนั้น คือ "นิวตัน ฮีท " โดยการก่อตั้งทีมฟุตบอลนั้นเกินขึ้นจากพนักงานการรถไฟสายแลงคาเซี้ยร์ แอนด์ ยอร์ดเชียร์ แผนกรถสินค้าของบริษัทกำลังรับประทานอาหารกันอยู่ ระหว่างนั้นพวกเขาได้หารือกันและพวกเขาจึงได้เริ่มก่อตั้งทีมฟุตบอลนี้ขึ้นมาจนได้ และตระเวณเล่นฟุตบอลอยู่ภายในบริเสณนอร์ธกราวด์ สถานที่ที่พวกเขานั้นใช้ซ้อมก็ใช้พื้นที่ในส่วนของรางรถไฟนั้นเอง โดยใช้เป็นเส้นแบ่งเขตสนาม โดยทีมฟุตบอลของเขานั้นก็สามารถที่จะเล่นฟุตบอลได้ดีเรื่อยมาเสมอๆ โดยชุดแข่งที่ใช้เสื้อสีเขียว-เหลือง อย่างละครึ่ง กางเกงสีดำเป็นชุดเก่ง พนักงานที่อยู่ในแถบนั้น แพ้นิวตัน ฮีท กระจุย

ในปี 1885 สมาชิกในทีมได้ตัดสินใจติดต่อกับการรถไฟ และก่อตั้งทีมเพื่อเป็น บริษัท จำกัด โดยใช้ชื่อว่า นิวตัน ฮีท ฟุตบอลคลับ ผลงานชิ้นแรกของเขาคือการคว้าแชมป์ แมนเชสเตอร์ คัพมาครอง นั้นคือรางวัลแรกของทีมที่เพิ่งก่อตั้งนี้ ในช่วงต้นของสโมสรฟุตบอลทุกๆสโมสร ต่างมีฐานะการเงินที่ย้ำแย่ทั้งนั้น นิวตัน ฮีท ก็เช่นเดียวกัน และในปี 1902 ผู้อำนวยการบริษัทเบียร์ ได้เข้ามาซื้อหุ้นของสโมสร และกรรมการบริหารชุดใหม่ ได้เปลี่ยนชื่อนิวตัน ฮีท เป็น แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด พวกเขาเริ่มลงเล่นในเสื้อแดงและกางเกงขาสั้นสีขาว


ที่มา: https://th.wikipedia.org/

ภายหลังในยุคของสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ได้สิ้นสุดลงในที่สุด ทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ได้ประสบกับปัญหาครั้งใหญ่คือนักเตะไม่สามารถใช้งานได้ ทั้งอายุที่มากไปและสภาพร่างกายของนักเตะที่แย่ลงอีกด้วยทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่โดยการเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมร่วมเมือง เพื่อขอใช้สนาม เมน โร้ด เป็นสนามเหย้า พร้อมกับแต่งตั้ง แม็ตต์ บัสบี้ เป็นผู้จัดการทีมชุดนั้น และชายผู้นี้แหละที่ได้สร้าง "เร้ด เดวิลส์" ให้กลับขึ้นมาผงาดอีกครั้ง โดยไปพบทีมที่เป็นเด็กในท้องถิ่นจนได้คลองแชมป์ลีกในฤดูกาล 1951-1952 เลยทีเดียวและเป็นจุดเริ่มต้นของยุคต่อไป แต่กลับเกิดเหตุการณ์อุบัติเหตุครั้งใหญ่ขึ้นกับสโมสรฟุตบอลนี้ โดยเกิดอุบัติเหตุกับเครื่องบินที่กำลังจะบินขึ้นฟ้า จนทำให้นักฟุตบอลในทีมเสียชีวิตไปถึง 8 คนหลังจากนั้นทีมจึงได้เริ่มต้นสร้างทีมขึ้นมาใหม่ เพื่อคว้าแชมป์อีกครั้ง


ที่มา: http://www.grandprix.co.th/

หลังจากนั้นหลายปีสโมสรฟุตบอลนั้นก็ได้มีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงมาอย่างมากมาย มีทั้งแย่ลงและดีขึ้นมาบ้างจนถึงสมัย ในปี 2013–ปัจจุบัน หลังจากผ่านมานานสโมสรก็ได้พัฒนาไปอย่างมาก จนกลายเป็นสโมสรชื่อดังต้นๆแห่งอังกฤษ โดยในปี 2013 หลังจากที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ได้ประกาศวางมือจากการคุมทีมไป หลังจากที่คุมทีมมาอย่างยาวนานกว่า 26 ปีครึ่ง ทางสโมสรก็ได้แต่งตั้ง เดวิด มอยส์ผู้จัดการทีมเอฟเวอร์ตันชาวสกอต ให้มารับหน้าที่ผู้จัดการ แต่กลับทำให้ทีมมีผลงานที่ย่ำแย่มาก จนในที่สุดจบฤดูกาล สโมสรก็ได้เพียงอันดับที่ 7 ไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบภาคพื้นทวีปได้ อีกทั้งยังทำสถิติที่ย่ำแย่อีกหลายสถิติอีกด้วย จนกลายเป็นสถิติที่แย่ที่สุดของทีมในรอบ 19 ปี ในที่สุดก่อนจะสิ้นสุดฤดูกาลเพียงแค่ 4 นัด ผู้บริหารทีมก็ตัดสินใจปลดมอยส์ออกจากตำแหน่ง พร้อมกับแต่งตั้งไรอัน กิกส์ ปีกซ้ายชื่อดังของทีมวัย 40 ปี รับผิดชอบหน้าที่ผู้จัดการทีมชั่วคราวและผู้เล่นไปในตัวด้วย จนกว่าจะหาผู้จัดการทีมคนใหม่ได้ ที่สุดในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 ทางทีมก็ได้แต่งตั้งลูวี ฟัน คาล ผู้จัดการทีมชาติเนเธอร์แลนด์เป็นผู้จัดการทีมคนใหม่ และกิกส์ที่ประกาศเลิกเล่นไปก็รับหน้าที่ผู้ช่วยผู้จัดการทีม แต่หลังเปิดฟดูกาลมาใหม่ทีมก็ทำคะแนนได้เพียง 2 แต้มเท่านั้นเอง ทำให้ตกรอบ 2 ไปทันที

ในพรีเมียร์ลีกนัดถัดมา แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดได้ชัยชนะนัดแรก แต่ในนัดต่อมาก็กลับมาแพ้ให้กับทีมเลสเตอร์ซิตี้ และกองหลังของทีมยังถูกใบแดงไล่ออกในตอนท้ายของเกมอีกต่างหาก และมีแต้มหลังจากนั้นเพียง 5 คะแนนเท่านั้นและสถิติของทีมมีสถิติแย่กว่าสมัยของ มอยส์ ซะอีก และมีรายงานว่าผู้เล่นบางคนถึงกับกล่าววาจาหยาบคายออกมาในห้องพักหลังจากแข่งขัน ซึ่งแสดงออกถึงความไม่พอใจในตัวฟัน คาล โดยฟัน คาล ได้กล่าวว่าขอเวลาให้ตนเอง 4 เดือนเพื่อที่จะปรับทีมให้ลงตัวตามแผนการเล่น ทั้งที่ก่อนเปิดฤดูกาลผลงานของฟัน คาล พาทีมชนะรวดทั้งหมด 6 นัดในการแข่งขันนัดอุ่นเครื่อง
เกียรติประวัติ
ฟุตบอลลีกดิวิชั่นหนึ่ง / เอฟเอ พรีเมียร์ลีก: 20
1907-08, 1910-11, 1951-52, 1955-56, 1956-57, 1964-65, 1966-67, 1992-93, 1993-94, 1995-96, 1996-97, 1998-99, 1999-2000, 2000-01, 2002-03, 2006-07, 2007-08, 2008-09, 2010-11, 2012-13
ฟุตบอลลีกดิวิชั่นสอง: 2
1935-36, 1974-75
เอฟเอคัพ: 11
1909, 1948, 1963, 1977, 1983, 1985, 1990, 1994, 1996, 1999, 2004
ดังนั้นสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดนั้นเป็นสโมสรที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆของอังกฤษ โดยมีการเริ่มต้นจากพนักงานที่นั่งทานข้าวกันจนทำให้มีการคุยกันและเกิดเป็นสโมสรฟุตบอลจนได้ และได้ฝึกฝนและมีการเปลี่ยนนายทุนและชื่อทีมจนทีมมีความลงตัวและสมบูรณ์ และทำชื่อเสียงให้กับประเทศมากและขึ้นนำจนกลายเป็นสมสรที่มีชื่อดังทั่วโลกและมีคนรักและเชียร์เป็นจำนวนมากหรือคือสโมสรฟุตบอลนี้นั้นมีสภาพและความสามารถอยู่ในที่ต้นๆของโลกแล้วนั้นเอง ถือว่าประสบความสำเร็จในที่สุด


อ้างอิง

ประวัติสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด. สืบค้นเมื่อ 2 พ.ค 2559, จาก http://www.glory-manutd.com/

สโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด. สืบค้นเมื่อ 2 พ.ค 2559, จาก https://th.wikipedia.org/wiki/

ประวัติแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด. สืบค้นเมื่อ 2 พ.ค 2559, จาก http://www.redarmyfc.com/history.php



อ่านเพิ่มเติม »

เดวิด เบ็คแฮม (David Beckham)

โดย กัลชาญ เทียมกัน

เบ็คแฮม (David Robert Joseph Beckham)เป็นนักเตะหนึ่งในสี่คนที่เล่นในยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกมากกว่า 100 นัดเขายังเป็นนักเตะที่เล่นให้ทีมชาติอังกฤษ 107 ครั้งมากที่สุดเป็นอันดับ 3 และเป็นคนอังกฤษเพียงคนเดียวที่ทำประตูได้ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 3 ครั้งในฟุตบอลโลก 1998 2002 และ 2006 รวมทั้งหมด 17 ประตูชื่อเสียงของเบ็คแฮมนอกสนามแข่งนั้นโด่งดังกว่าในสนามมากเฉพาะในสหราชอาณาจักรแล้วชื่อเบ็คแฮมเทียบได้กับแบรนด์อย่างโค้กหรือไอบีเอ็มเลยทีเดียว

นอกจากนั้น ยังได้รับเครื่องราชเป็นนายทหารแห่งจักรวรรดิบริเตน (Officer of the British Empire) จากสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2


ที่มา : http://www.manager.co.th/

เดวิด เบ็คแฮม มีชื่อเต็มว่า David Robert Joseph Beckham สัญชาติอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1975  ที่ลีย์ตันสโตน ลอนดอน อังกฤษ

สถิติการลงเล่นของเขา 394 นัด  ยิงประตู 85 ประตู นัดแรก23 ตุลาคม 1992 (ไบรตัน) เบ็คแฮม ได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรที่ใหญ่กว่า และเป็นสโมสรในระดับลีกสูงสุดของประเทศอังกฤษ ชื่อสโมสร แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดหลังจากนั้นเขาก็เริ่มเล่นเข้มข้นมาเรื่อย ๆและได้เป็นตัวจริงถาวรนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาฤดูกาลแรกของเบ็คแฮมนั้นชนะเลิศทั้งพรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพ และ เขายังมีส่วนสำคัญในการสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ 3 แชมป์พร้อมกัน มีส่วนร่วมในการทำประตูมากที่สุด

ชื่อเสียงของ เบ็คแฮม เริ่มโด่งดังขึ้นในเดือนสิงหาคม 1996 ขณะที่เขายังค้าแข้งกับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยลูกยิงจากครึ่งสนามเข้าในนัดที่พบกับวิมเบิลดัน เขาติดทีมชาติอังกฤษนัดแรกวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 1996 ในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกที่อังกฤษพบกับมอลโดวา ในฤดูกาลนี้เขายังได้รับรางวัลนักฟุตบอลดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอซึ่งโหวตโดยผู้เล่นในพรีเมียร์ลีค



แบ็คแฮมแต่งงาน เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 (ค.ศ.1999) กับ วิคตอเรีย อดัมส์ นักร้องสาวของวงสไปซ์ เกิร์ลส ฉายา "Posh Spice" ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นที่สนใจของสื่อมวลชนอย่างมาก ทั้งคู่ถูกเรียกจากสื่อว่า "Posh and Becks" และชื่อนี้เป็นที่รู้จักกันทั่วไป ปัจจุบัน ครอบครัวเบ็คแฮมมีลูกชาย 3 คน และลูกสาว 1

เมือปี 2002 ความสัมพันธ์ ระหว่าง เบ็คแฮม และ เซอร์ อเล็กเฟอร์กุสัน มีอันต้องจบสิ้นลง ภายหลังหลังเกิดเรื่องอื้อฉาวขึ้น เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2003 หลังการแข่งขันที่แพ้ให้กับสโมสรฟุตบอล อาร์เซน่อล ในห้องแต่งตัว เฟอร์กูสันได้เตะรองเท้าสตั๊ดไปโดนบริเวณเหนือคิ้วของ เบ็คแฮม จนได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นในการย้ายทีม ด้วยการเซ็นสัญญาค้าแข้งกับ รีล มาดริด และ ลอสแอนเจลิส แกแลกซี่ ในเวลาต่อนั้น เขาดูเหมือนจะราบรื่นได้ไม่นาน เพราะเขาไม่ค่อยพอใจกับชีวิตค้าแข้งที่ ลอสแอนเจลิส แกลกซี่  (LA galaxy)

ช่วงครึ่งเวลาหลังของปี 2008-2009 ต่อมา ของสโมสรฟุตบอลเอซี มิลาน ยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลี ได้ทำการยืมตัว เดวิด เบ็คแฮม มาเล่นให้กับทีมจนจบฤดูกาล ซึ่งเขามีส่วนร่วมในการทำประตูมากมายให้กับสโมสรฟุตบอลเอซี มิลาน จนทำให้ทีมได้รองแชมป์ในศึกกัลโช่เซรีอา ซึ่งนั้นทำให้ ชื่อเสียงของเบ็คแฮมได้กลับมาอีกครั้ง

ขณะนี้เบ็คแฮม เริ่มเข้าสู่ช่วงบั้นปลายชีวิตลูกหนังแล้ว ในปี 2013 เมื่อ วันที่ 29 มกราคม เบคแฮมได้กลับมาฝึกกับสโมสรอาเซน่อลและได้เซ็นสัญญากับสโมสรปารีส แซงต์ แชร์กแมง ซึ่งนั้นถือว่า เป็นทีมสุดท้ายของการค้าแข้งของเขา

วันที่ 12 พฤษภาคม ค.ศ. 2013 เบ็คแฮมและเพื่อนร่วมสโมสรสามารนำทีม ปารีส แซงต์ แชร์กแมง คว้าแชมป์ลีกเอิงได้สำเร็จแล้วได้คว้าแชมป์ลีกเอิงเป็นสมัยแรกของเบ็คแฮมและสมัยที่สามของสโมสรปารีส แซงต์ แชร์กแมง อีกด้วย

เมื่อวันที่ 16พฤษภาคม ค.ศ.2013 เบ็คแฮมได้ออกมาประกาศให้แกสื่อมวลชนว่าเขาจะแขวนสตั๊ดจากอาชีพนักฟุตบอลอย่างเป็นทางการในการจบอาชีพการเล่นฟุตบอลที่ ประเทศฝรั่งเศส และ ในวันที่ 19พฤษภาคม ค.ศ.2013 เบ็คแฮมได้ลงเล่นนัดสุดท้ายในบ้านของฤดูกาลให้กับปารีสแซงต์แชร์กแมงและนัดสุดท้ายในการเล่นฟุตบอลอาชีพของเขาด้วยการพบกับ สโมสรฟุตบอลแบรสต์ผู้จัดการทีมของปารีส แซงต์ แชร์กแมงได้ให้เบ็คแฮมได้ลงเป็นตัวจริงและเป็นกัปตันทีมของปารีส แซงต์ แชร์กแมง จากจบการแข่งขัน ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ก็สามารถเอาชนะไปได้ 3-1 และคว้าแชมป์ลีกเอิงอย่างเป็นทางการ และทำให้เบ็คแฮมเป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษคนแรกที่คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของแต่ละประเทศได้ถึง 4 ประเทศ คือ อังกฤษ, สเปน, อิตาลี และฝรั่งเศส

แฟนๆลูกหนังต้องจดจำชื่อของเขาไปอีกนาน ตำนานลูกหนังจากอังกฤษแห่งยุค "เดวิดเบ็คแคม” นักเตะสุดหล่อ เจ้าของฉายา "ลูกบอลทองคำ” (Goldenballs)


อ้างอิง

David Robert Joseph Beckham. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม  2559, จาก : https://th.wikipedia.org/wiki/

David Robert Joseph Beckham. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม  2559, จาก :
http://www.manager.co.th/CelebOnline/ViewNews.aspx?NewsID=9560000059048

David Robert Joseph Beckham. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม  2559, จาก : https://www.gotoknow.org/posts/245650

David Robert Joseph Beckham. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ 1 พฤษภาคม  2559, จาก: http://www.glory-manutd.com/

อ่านเพิ่มเติม »

ลีโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi)

โดย เปรม พลายเพ็ชร

ลีโอเนล เมสซี่ (Lionel Messi) เป็นนักฟุตบอลชาวอาร์เจนตินา ปัจจุบันเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลน่าและทีมชาติอาร์เจนตินา เขาถือสัญชาติสเปน ซึ่งทำให้เขาถือว่าเป็นนักฟุตบอลยุโรป เขาเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ดีที่สุดในยุคนี้เป็นเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ห้าสมัย หรือ รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีซึ่งยังไม่มีใครทำได้เท่าเมสซี่มาก่อน ถือเป็นสถิติใหม่ของวงการฟุตบอลเลยก็ได้ที่จะมีนักเตะที่ได้รางวัลนักเตะ



เมสซี่ มีชื่อเต็มว่า ลิโอเนล อันเดรส เมสซี่ (Lionel Andrés Messi) เกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ.1987 (พ.ศ.2530) เมสซี่ เกิดในแคว้นซานตาเฟ่ ที่เมืองโรซาริโอ ประเทศอาร์เจนติน่า เมสซี่ เริ่มเล่นกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบ โดยได้เข้าอยู่ในสโมสรที่ชื่อว่า กรานโดลี่ ซึ่งเป็นสโมสรเล็ก ๆ มีพ่อเป็นโค้ชให้ จนเมื่อปี 1995 (พ.ศ.2538) เมสซี่ จึง ได้ย้ายไปอยู่กับสโมสรที่ใหญ่กว่า และเป็นสโมสรในระดับลีกสูงสุดของอาร์เจนติน่า ชื่อสโมสร นีเวลล์สโอลด์บอยส์ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเล่นเข้มข้นมาเรื่อย ๆ

เมสซี่ เป็นบุตรชายคนสุดท้องในจำนวนพี่น้อง 4 คน (พี่ชาย 2 พี่สาว 1) ของนายคอร์เค โอราเซียว เมสซี คนงานโรงงาน และนางเซเลีย มารีอา กุกซิตตีนี พนักงานทำความสะอาดนอกเวลา โดยครอบครัวฝ่ายบิดาได้อพยพมาจากอิตาลี แม้เกิดในอาร์เจนตินา แต่เมสซี่และครอบครัวก็ได้ย้ายไปอยู่ที่ประเทศสเปนหลังจากที่เขาตอบรับสัญญาของสโมสรบาร์เซโลน่า ทำให้จนถึงตอนนี้ เมสซี่ อาศัยในประเทศสเปนมายาวนานเทียบเท่ากับช่วงชีวิตที่ใช้ในบ้านเกิดแล้ว

ปัจจุบัน เมสซี่ พูดภาษาสเปนในสำเนียงชาวโรซาริโอ และยังคงไปเยี่ยมบ้านเกิดอยู่บ่อย ๆ เมสซี่ยังคงติดต่อเพื่อน ๆ ที่โรซาริโอด้วยการส่งข้อความและพูดคุยทางโทรศัพท์เป็นครั้งคราว นอกจากนี้เขายังเก็บบ้านเก่าที่โรซาริโอเอาไว้ แม้จะไม่มีคนอาศัยอยู่ก็ตาม

ความสัมพันธ์ในครอบครัวของเมสซี่ นับได้ว่าอบอุ่นเป็นอย่างดีไม่มีเรื่องที่ต้องกังวลแต่อย่างใด ในช่วงที่เขากลับบ้านเกิดมาฝึกซ้อมในฐานะสมาชิกทีมชาติอาร์เจนตินา เมสซี่ยอมเดินทางไป กลับเที่ยวละ 3 ชั่วโมง จากสนามฝึกซ้อมในกรุงบัวโนสไอเรสเพื่อกลับมากินข้าวกับครอบครัวในโรซาริโอ อยู่ค้างคืนที่บ้านแล้วจึงออกเดินทางแต่เช้าเพื่อไปฝึกซ้อมอีกครั้ง

นิสัยส่วนตัวของเมซี่นั้นในสนามในสนามกับนอกสนามนั้นจะคล้ายกันก็คือเป็นคนที่ไม่ค่อยจะแสดงออกอะไรมากเหมือนนักเตะคนอื่นอย่างเช่น ท่าดีใจก็จะวิ่งไปกอดเพื่อนซะมากกว่า
หลังจากที่ทำประตูได้ เมสซี่มักจะคิดถึงทีมก่อนตัวเองเสมอทำให้เค้าเป็นที่รักของเพื่อนในทีม  อย่างมากและส่งผลต่อการค้าแข้งของเค้า

ในเรื่องของ การศึกษาของเมสซี่นั้นในตอนประถมเมสซี่นั้น เมสซี่เป็นคนที่มีพัฒนาการพูดและเข้าสังคมในระดับที่ค่อนข้างแย่ในช่วงแรก ทั้งการฝึกพูด อ่านและเขียนพัฒนาได้ช้า แต่พอมาได้เพื่อนสนิทในวัยเด็กอย่าง ซิลเทีย คอยช่วยเหลือเรื่องการบ้านและการติวหนังสือทำให้เมสซี่ มีผลการเรียนที่เริ่มดีขึ้นในระดับทีอปๆของห้องเลยทีเดียวแต่หลักแล้วการศึกษาของเมสซี่นั้นจะเป็นไปด้านการศึกษาซะมากกว่า Las Heras เป็นที่เรียนสุดท้ายของเมสซี่ที่เป็น elementary school (ประถมศึกษา)เมสซี่ไม่ได้มีการศึกษาสูงแต่อย่างใด

เมื่ออายุ 11 ปี เมสซี่ ก็ได้เข้าร่วมสังกัด นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ เป็นทางการอย่างเต็มตัวแต่ดูเหมือนว่าเส้นทางนักเตะของเขาจะไม่ได้สวยหรูไปอย่างที่คิด เมื่อมีเหตุที่ทำให้เขาไม่ได้ไปต่อในสนามค้าแข้ง นั่นก็คือการที่ เมสซี่ ร่างกายเล็กและมีปัญหาทางด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย เนื่องจากฮอร์โมนบางตัวหายไป (โรคขาดโกรทฮอร์โมน)

แต่โอกาศเมสซี่ก็มาถึง เมื่อ การ์เลส เรซัค ผู้อำนวยการด้านกีฬาของบาร์เซโลน่า ได้เห็นฟอร์มการเล่นฟุตบอลของเมสซี่ แล้วประทับใจในฝีเท้าของเมสซี่น้อย จึงได้ยื่นข้อเสนอว่าทางบาร์เซโลน่าจะจ่ายเงินค่ารักษา และเมสซี่ได้ย้ายไปอยู่ที่สเปนพร้อมทั้งครอบครัว เพื่อฝึกฝนฝีเท้ากับทีมบาร์เซโลน่าเพื่อเป็นอนาคตให้กลับบาร์เซโลน่า

และหลังจากนั้นนั้น เมสซี่ก็ได้ก้าวขึ้นเป็นดาวเด่นในทีมเยาวชนของบาร์เซโลน่าภายในเวลาไม่นาน และได้เข้าสู้ทีมบาร์เซโลน่า บี เป็นเวลาต่อมา พร้อมทั้งได้มีผลงานดีเรื่อยมา จนปลายฤดูกาล 2004เมสซี่ ก็ได้โอกาสเข้ามาอยู่กับทีมชุดใหญ่ ของบาร์เซโลน่า และถือเป็นนักเตะที่อายุน้อยที่สุดในทีมบาร์เซโลน่า วัยเพียงแค่ 17 ปี เท่านั้น (ปัจจุบันสถิตินี้ถูกทำลายไปแล้ว)

ทั้งนี้ถึงแม้ว่า เมสซี่ จะอยู่ในสังกัดทีมบาร์เซโลน่า แต่เค้าก็ยังมีความรักบ้านเกิด เขาได้กลับมาเป็นทีมชาติเยาวชนของอาร์เจนติน่า ถึงแม้ว่าทีมชาติสเปนจะเสนอให้เขาร่วมเล่นในทีมชาติสเปนด้วยแต่ เขาก็ปฏิเสธไป เพื่อกลับไปรับใช้ชาติ เป็นสมาชิกทีมฟุตบอลเยาวชนของอาร์เจนตินา ซึ่ง เมสซี่ ได้สร้างประวัติศาสตร์ลูกหนังที่วงการฟุตบอลเยาวชนต้องจารึก เมื่อเขายิง 6 ประตูรวด พาทีมฟ้าขาวอาร์เจนตินาครองแชมป์ศึกรุ่นเยาวชนได้ พร้อมคว้าตำแหน่งนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์มาครอง จากนั้นจึงเลื่อนระดับใช้ทั้งบาร์เซโลน่าและทีมชาติอาร์เจนตินาในฐานะนักเตะชุดใหญ่ในที่สุด ถึงแม้ปัจจุบันในระดับทีมเมสซี่จะพาอาร์เจนตินาได้เพียงรองแชมป์ฟุตบอลโลก และ รองแชมป์โคปาอเมริกา เท่านั้น

ลิโอเนล เมสซี่ ยังสร้างประวัติศาสตร์น่าจดจำที่ทำให้วงการลูกหนังต้องตะลึงและรู้จักเค้า  ในสิ่งที่เค้าทำในการแข่งขันศึกชิงถ้วยประจำปีของสโมสรฟุตบอลสเปน โกปาเดลเรย์ ปี 2007 (พ.ศ. 2550) เมื่อเขายิงประตูในระยะเดียวกับที่ มาราโดนา เคยทำ หลบจำนวนทีมคู่แข่งเท่ากัน 6 คน และทำประตูในตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันมาก ทั้งยังวิ่งไปที่ธงมุมสนามเหมือนอย่างที่ เสือเตี้ย ดิเอโก้ มาราโดน่า ตำนานแข้งแห่งทัพฟ้าขาวได้เคยทำไว้ในปี 1986 (พ.ศ. 2529) ในนัดแข่งขันกับทีมชาติอังกฤษ ที่เม็กซิโก จนแต้มที่เข้าไปตุงตาข่ายลูกนั้นถูกเรียกว่า ประตูแห่งประวัติศาสตร์ ด้วยสไตล์การเล่นและความสามารถที่เรียกได้ว่าแทบเทียบชั้นกับหัตถ์พระเจ้า ทำให้สื่อทั่วโลกพากันชื่นชม เมสซี่ ในฐานะ มาราโดน่าคนใหม่ อีกทั้งสื่อสเปนยังตั้งฉายาให้กับเขาว่า "เมสซี่โดน่า" ด้วย


       
ในชีวิตคู่นั้นเมสซี่คบหากับมาซาเรนา เลโมส ที่มาจากบ้านเกิดเดียวกันที่โรซาริโอว่าทั้งคู่รู้จักกันจากการแนะนำของพ่อของฝ่ายหญิง เมื่อครั้งที่เขากลับมารักษาตัวจากการบาดเจ็บในโรซารีโอ ไม่กี่วันก่อนที่จะเริ่มการแข่งขันฟุตบอลโลก2006 เมสซี่ และต่อมาได้พบกับแฟนสาวคนปัจจุบันก็คือเจ้าสาวของเมสซี่ อันโตเนลลา รอซซาริโอ ในงานคาร์นิวาลที่เมืองซิทเจส ของบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน โดยฝ่ายหญิงมีพื้นเพมาจากบ้านเกิดของเมสซี่เช่นเดียวกัน จนในวันที่ 2 มิถุนายน 2012 หลังอาร์เจนตินาเตะชนะเอกวาดอร์ 1-0 ในนัดคัดเลือกเข้าแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 เมสซี่ ได้นำลูกบอลไปซุกไว้ในเสื้อและประกาศข่าวดีว่า รอซซาริโอ แฟนสาวของเขาตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนแล้ว และในวันที่ 2 พฤศจิกายน 2012 เมสซี่ก็กลายเป็นคุณพ่อมือใหม่เต็มตัวของลูกชายตัวน้อย ติอาโก เมสซี่ โดยล่าสุด รอซซาริโอ ยังได้อุ้มลูกชายตัวน้อยไปให้กำลังใจสามีถึงขอบสนาม ในนัด เนเธอร์แลนด์-อาร์เจนตินา ของศึกฟุตบอลโลก 2014 ที่ผ่านพ้นมานี้ด้วย
 
อนาคตของเมสซี่นั้นยังคงดำเนินต่อไปเพราะเขาสซี่ยังอยู่ในช่วงของอายุที่ยังสามารถที่จะค้าแข้งต่อไปได้ เพราะฝีเท้าของเมสซี่นั้นเป็นได้ทั้งกองหน้าที่จะถล่มประตูและกองกลางตัวทำเกมคอยช่วยเหลือเพื่อนให้เพื่อนร่วมทีมทำประตูได้ด้วย แต่เมสซี่อาจจะไม่แขวนสตั๊ดกับบาร์ซา  แต่อาจจะกลับไปแขวนสตั๊ดที่บ้านเกิดที่เมืองโรซาริโอที่เค้าเคยพูดอยู่บ่อยๆ


อ้างอิง

วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี. 2559. เลียวโอเนล  เมสซี่. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2559, จาก: https://th.wikipedia.org/wiki/เลียวเนล_เมสซี

Sport-idol.2559. ประวัติลิโอเนล เมสซี่. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2559, จาก:
http://football.kapook.com/news-19969

Jakkrit Nunong.2559. lionel messi(ออนไน์). สบค้นเมื่อ 31 พฤษภาคม 2559, จาก:
http://tonzamessi10.blogspot.com/

อ่านเพิ่มเติม »