แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การก่อการร้าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การก่อการร้าย แสดงบทความทั้งหมด

อุซามะห์ บิน ลาเดน (Osama bin Laden)

โดย กนกพล   สกุลคู

ชายผู้ซึ่งเกิดในครอบครัวมหาเศรษฐี ที่ชีวิตต้องพลิกผันเพราะอุดมการณ์ทางศาสนา ชายผู้เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งและหัวหน้ากลุ่มอัลกออิดะห์หรือกลุ่มก่อการร้ายอิสลามสากล ชายผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ก่อการร้ายที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ และเหตุการณ์ก่อการร้ายทั่วโลก ชายที่รู้จักกันในนาม  “อุซามะห์ บิน ลาเดน”

อุซามะห์ บิน ลาเดน เกิดเมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2500 เขาเป็นลูกคนที่ 17 จากทั้งหมด 57 คนของมหาเศรษฐีผู้มั่งคั่งแห่งซาอุดิอาระเบีย ที่มีความสัมพันธ์อันดีกับราชวงศ์ซาอุดิอาระเบีย ส่วนแม่ของเขาเป็นภรรยาคนที่สิบ ซึ่งภายหลังการหย่ากับพ่อของเขา เธอก็ไปแต่งงานใหม่


ที่มา : http://www.manager.co.th/

เมื่อ อุซามะห์ บิน ลาเดน อายุได้ 13 ปี พ่อของเขาก็ได้เสียชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุเครื่องบินตก ทำให้เขาได้รับมรดกจำนวนมหาศาล ส่งผลให้เขากลายเป็นเด็กที่เติบโตมาพร้อมกับความร่ำรวย จนเมื่อเขาจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยคิง อับดุลลาซิส ก็ได้ตัดสินใจเข้าร่วมขบวนการต่อต้านโซเวียต ของชาวอัฟกานิสถาน ซึ่งเขาได้สนับสนุนเงินจำนวนมหาศาลให้กับขบวนการนี้ รวมถึงยังร่วมรบกับนักรบมูจาฮีดีนต่อสู้กับกองทัพโซเวียตอีกด้วย และในช่วงเวลานี้เองที่กลุ่มอัลกออิดะห์ได้ถือกำเนิดขึ้น

ในเมื่อปี พ.ศ. 2533 กองทัพอิรักเข้ายึดคูเวต จนนำไปสู่สงครามอ่าวเปอร์เซีย บิน ลาเดน ได้ขอให้กษัตริย์ซาอุดิอาระเบียระดมกองกำลังจากอัลกออิดะห์ไปเพื่อป้องกันประเทศ แต่กษัตริย์ซาอุดิอาระเบียกลับไปเชื้อเชิญกองทัพสหรัฐฯ เข้ามาแทน ซึ่งทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวจุดชนวนความแค้นให้กับบิน ลาเดน

หลังจากสหรัฐฯ ชนะสงครามอ่าวเปอร์เซียแล้ว กองทัพสหรัฐฯ ก็ยังคงปักหลักอยู่ในซาอุดิอาระเบียไม่ไปไหน ซึ่งนั่นก็ยิ่งทำให้ บิน ลาเดน แค้นมากขึ้นเพราะเห็นว่ากองทัพสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคนนอกศาสนา ลบหลู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งโลกมุสลิมและประกาศสงครามศาสนา ทำให้ บิน ลาเดน เริ่มเคลื่อนไหวด้วยการออกมาวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์ซาอุดิอาระเบีย พร้อมกับแสดงความไม่พอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในที่สุดรัฐบาลซาอุดิอาระเบียก็ได้ถอดความเป็นพลเมืองของบิน ลาเดน

เมื่อไม่ได้มีสัญชาติซาอุดิอาระเบีย บิน ลาเดน ได้ย้ายไปอยู่ที่ซูดาน แต่อพยพไปอยู่ซูดานได้เพียง 5 ปีเท่านั้น เขาก็ถูกเนรเทศออกจากซูดาน เขาจึงแฝงตัวเข้าไปในอัฟกานิสถาน และด้วยความคิดเกี่ยวกับศาสนาที่เคร่งครัดของ บิน ลาเดน ทำให้เขากลายเป็นพวกเดียวกับตาลีบันไปในที่สุด


ที่มา : http://stevetilford.com/

หลังจากนั้น เมื่อปี พ.ศ. 2536 ก็เกิดเหตุระเบิดที่เวิลด์เทรด ในนครนิวยอร์ก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บรวมแล้วกว่า 1,000 คน ทางการสหรัฐฯ ทราบดีว่า บิน ลาเดน ตั้งตัวเป็นศัตรูของสหรัฐฯ มาโดยตลอด และเชื่อมโยงเหตุระเบิดตึกเวิลด์เทรดว่าเป็นฝีมือของบิน ลาเดน นอกจากนี้ บิน ลาเดน ยังตกเป็นผู้ต้องสงสัยในอีกหลายๆ เหตุการณ์ เช่น เหตุระเบิดที่เมืองริยาด ซาอุดิอาระเบีย ในปี พ.ศ. 2538 เหตุระเบิดสถานทูตสหรัฐฯ ในเคนย่าและแทนซาเนีย ในปี พ.ศ. 2541 เหตุระเบิดพลีชีพโจมตีเรือรบนอกชายฝั่งเยเมน ในปี พ.ศ. 2543 และเหตุวินาศกรรมครั้งสำคัญ นั่นคือ เหตุการณ์ 911 หรือเหตุการณ์เครื่องบินชนตึกเวิลด์   เทรด ในนิวยอร์ก เมื่อปี พ.ศ. 2544 จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บกว่า 3,000 คน

จากเหตุวินาศกรรม 911 ครั้งนี้ทำให้สหรัฐฯ ต้องการตัว บิน ลาเดน มากที่สุด แต่กลุ่มตาลีบันกลับไม่ส่งตัว บิน ลาเดน มาดำเนินคดีแต่อย่างใด ในที่สุดสหรัฐฯ จึงได้ประกาศทำสงครามในอัฟกานิสถาน เพื่อตามล่าตัว บิน ลาเดน ภายหลังจากการทำสงครามกันนั้น กลุ่มตาลีบันก็ล่มสลาย และบิน ลาเดน ก็หายตัวไปและหลบซ่อนในบริเวณพรมแดนอัฟกานิสถานกับปากีสถาน แต่ตลอดระยะเวลาที่ บินลาเดน หายตัวไป เขาพยายามใช้สถานีโทรทัศน์อัลจาซีเราะห์ เป็นกระบอกเสียงส่งข้อความต่างๆ โดยเฉพาะการประณามสหรัฐฯ พร้อมกับเตือนว่า การทำสงครามในอัฟกานิสถานจะนำไปสู่การแก้แค้นของโลกมุสลิม

แม้ว่า บิน ลาเดน จะกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของสหรัฐฯ แต่สำหรับโลกมุสลิมแล้ว บิน ลาเดน คือวีรบุรุษผู้เก่งกาจกล้าหาญตัวจริง จึงมีผู้ศรัทธาและมีเครือข่ายการก่อการร้ายร่วมมือกับอัลกออิดะห์ไม่น้อย และก่อเหตุระเบิดหลายแห่งตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา แต่ในที่สุด บิน ลาเดน ก็จบชีวิตลงเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม จากปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ซึ่งประธานาธิบดี บารัก โอบามา ได้ออกแถลงข่าวอย่างเป็นทางการแล้วว่าสหรัฐฯ สามารถจับตาย บิน ลาเดน ได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ทำให้หลายประเทศออกมาเฉลิมฉลองแสดงความยินดีที่ผู้ก่อการร้ายหมายเลข 1 ของโลกได้เสียชีวิตลงแล้ว

แต่การเสียชีวิตของบิน ลาเดน จะทำให้เครือข่ายก่อการร้ายสิ้นสุดลง หรือจะเป็นตัวจุดชนวนที่ทำให้การก่อการร้ายรุนแรงมากขึ้น เราคงต้องติดตามและเฝ้าระวังกันต่อไป


อ้างอิง

อุซามะฮ์ บิน ลาดิน. ค้นเมื่อ 2 มีนาคม 2560, จาก : https://th.wikipedia.org/wiki/อุซามะฮ์_บิน_ลาดิน

เปิดชีวิต บิน ลาดิน ผู้ก่อการร้ายอันดับ 1 ของโลก. ค้นเมื่อ 2 มีนาคม 2560, จาก : https://hilight.kapook.com/view/58464

โอซามะ บินลาเดน บนเส้นทางก่อการร้าย. ค้นเมื่อ 2 มีนาคม 2560, จาก : http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1304328271

อ่านเพิ่มเติม »

เหตุการณ์ 9/11

โดย ศศิธร กุมเหลา

ในเช้าวันที่ 11 กันยายน 2001 เป็นวันที่คนทั่วทั้งโลกต้องช็อค เพราะไม่มีใครเชื่อว่าประเทศที่ทั่วโลกให้การยอมรับว่าเป็นประเทศที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก และเป็นประเทศที่มีระบบการป้องกันประเทศอย่างเข้มแข็งอย่างสหรัฐอเมริกา จะถูกโจมตีทางอากาศด้วยเครื่องบินสัญชาติตัวเอง เหตุการณ์วินาศกรรมช็อกโลกดังกล่าว เรียกกันสั้นๆ ว่า เหตุการณ์ 9/11

เหตุการณ์ก่อการร้ายครั้งนี้เกิดขึ้นโดยผู้ก่อการร้ายทั้งหมด 19 คนซึ่งเป็นผู้ก่อการร้ายที่พร้อมพลีชีพในแผนปฏิบัติการครั้งนี้ ผู้ก่อการร้ายแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่มเพื่อแอบแฝงเดินทางกับเครื่องบินโดยสารทั้ง 4 ลำ ซึ่งล้วนแต่เป็นเครื่องบินโดยสารที่มีเวลาออกเดินทางใกล้เคียงกันและเป็นเที่ยวบินที่เดินทางไกลเพราะว่าจะบรรทุกน้ำมันเยอะๆ เมื่อแผนการในขั้นแรก คือผู้ก่อการร้ายสามารถเข้าไปแฝงตัวอยู่ภายในเครื่องบินได้แล้ว เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมดังที่วางแผนไว้จึงลงมือปฏิบัติการจี้เครื่องบินโดยสารก่อวินาศกรรมขึ้นทันที ซึ่งมีลำดับเหตุการณ์ตามเวลาท้องถิ่นดังนี้


ภาพเหตุการณ์เครื่องบินกำลังบินเข้าพุ่งชนตึกเวิลด์เทรด 

เมื่อเวลา  08:45 น. ผู้ก่อการร้ายได้จี้เครื่องบินโดยสารของสารการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 บรรจุผู้โดยสารทั้งหมด  92 คน ซึ่งกำลังมุ่งหน้าจากเมืองบอสตันเข้าชนกับอาคารเหนือของตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ โดยเครื่องบินเข้าพุ่งชนส่วนบนของตึกเต็มๆ ทำให้เกิดเพลิงไหม้ตึกอย่างรวดเร็ว

เวลา 09:03 น. ในเวลาไล่เลี่ยกัน เครื่องบินโดยสารของสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 บรรจุผู้โดยสาร 65 เดินทางจากเมืองบอสตันเช่นกัน เข้าพุ่งชนตัวอาคารใต้ของตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ ทำให้เกิดการระเบิดขึ้นอย่างรุนแรง

เวลา 09:43 น. อีก 40 นาทีต่อมาเครื่องบินโดยสารเที่ยวบินที่ 77 ของสายการบินอเมริกัน แอร์ไลน์ เข้าชนกับอาคารเพนตากอน ทำให้บางส่วนของอาคารถล่มลง และในขณะนั้นเองก็มีรายงานการตกของเครื่องบินลำที่ 4 คือสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 93 ซึ่งคาดว่าผู้ก่อการร้ายมีแผนที่จะทำลายที่ทำการของรัฐบาลที่ทำเนียบขาวนั่นเอง ซึ่งตกที่รัฐเพนซิลวาเนียซะก่อน ซึ่งน่าจะเป็นการตัดสินใจพลีชีพของกัปตันเครื่องบินและลูกเรือเพื่อปกป้องทำเนียบขาวเอาไว้

จากนั้นในเวลา 10 นาฬิกาโดยประมาณ อาคารใต้ของตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ก็ได้ถล่มลงมา ทำให้ทั่วบริเวณนั้นถูกปกคลุมไปด้วยหมอกควัน และในเวลาต่อมาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงอาคารเหนือของตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ก็ได้ถล่มตามมาติดๆ ซึ่งเป็นภาพที่สร้างความสะเทือนใจแก่ผู้อยู่ในเหตุการณ์เป็นอย่างมาก


ภาพโฉมหน้าของ อุซามะฮ์ บินลาดิน ผู้อยู่เบื้องการก่อวินาศกรรม 9/11

จากเหตุการณ์ก่อการร้ายดังกล่าว ทางสหรัฐอเมริกา พุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์ทันที ซึ่งมีนาย อุซามะฮ์ บินลาดิน เป็นผู้นำกลุ่ม ในตอนแรก อุซามะฮ์ บินลาดิน เขาได้ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ภายหลัง 3 ปี ต่อมาเขาจึงได้ออกมายอมรับว่าตนและกลุ่มอัลกออิดะฮ์เป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ทั้งหมด ซึ่งสาเหตุมากจากคามไม่พอใจของกลุ่มอัลกออิดะฮ์ที่มีต่อมีสหรัฐอเมริกา โดยอ้างว่าสหรัฐได้ให้การสนับสนุนและช่วยอิสราเอล และมีการคงกองกำลังทหารอยู่ในซาอุดิอาระเบีย ตลอดจนสหรัฐมีนโยบายคว่ำบาตรอิรัก ซึ่งทั้งหมดนี้ก็เป็นฉนวนเหตุและแรงจูงใจให้ทำการก่อเหตุดังกล่าว

การก่อวินาศกรรมครั้งนี้จุดประสงค์หลักคือการลุกขึ้นมาตอบโต้การกระทำของสหรัฐที่เข้ามาแทรกแทรง ซึ่งมีแผนการทำลายส่วนที่เป็นหัวใจหรือเป็นส่วนที่สำคัญของที่สุดของสหรัฐอเมริกา นั่นก็คือ ตึกเวิลด์เทรดเซนเตอร์ อาคารเพนตากอน และทำเนียบขาว สถานที่ที่เป็นที่ทำการของรัฐบาลของสหรัฐอเมริกา ซึ่งแผนปฏิการก่อการร้ายดังกล่าวก็ทำการสำเร็จ เมื่อกลุ่มก่อการณ์ร้ายสามารถจี้เครื่องบินและบังคับให้กับตันขับเข้าพุ่งชนตึกเวิลด์เทรดทั้งสอง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญได้สำเร็จ ส่วนเครื่องบินอีกลำก็ได้พุ่งเข้าชนอาคารเพนตากอน ทำให้ตัวอาคารเสียหายบางส่วน และเครื่องบินอีกลำที่คาดว่าจะมุ่งหน้าที่ทำเนียบขาวปฏิบัติภารกิจไม่สำเร็จ ทำให้เครื่องบินตกบริเวณรัฐเพนซิลวาเนีย
   
ภายหลังจากเหตุการณ์ก่อวินาศกรรม ได้สร้างความสะเทือนใจและทำลายขวัญแก่ชาวอเมริกาเป็นอย่างมาก เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตมากว่า 3000 คน ตลอดจนสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สิน แก่เศรษฐกิจ ซึ่งประเมินค่าความเสียหายไม่ได้  และการตอบโต้ของสหรัฐอเมริกาต่อกลุ่มอัลกออิดะฮ์ ก็เกิดขึ้น เมื่อประธานาธิบดีซึ่งตอนนั้นคือ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้ประกาศทำสงครามกับประเทศที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตนทันที และมีการล่าตัวของนาย อุซามะฮ์ บินลาดิน เพื่อมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ ซึ่งภายหลังในช่วงเวลา 10 ปี รัฐบาลของประธานาธิบดี บรารัค โอบามา พร้อมกับหน่วยปฏิบัติการ ซีล 6 ก็สามารถปลิดชีพของบินลาดินได้

เหตุการณ์นี้เป็นเหตุการณ์ที่อยู่ในความทรงจำที่เลวร้ายแก่ทุกคน โดยเฉพาะกับชาวสหรัฐอเมริกาเอง ซึ่งกว่า 13 ปีที่ผ่านมาถึงตอนนี้ ในความรู้สึกของชาวอเมริกันเห็นว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายทำลายได้เพียงแค่วัตถุเท่านั้น แต่ไม่สามารถทำลายความเป็นพี่น้องของชาวอเมริกันได้เลย และการกระทำดังกล่าวทำให้ชาวอเมริกาเป็นประเทศมหาอำนาจที่แข็งแกร่งมากขึ้น แต่ปัญหาการก่อการร้ายก็ยังไม่จบสิ้น กลับยิ่งทวีความรุนแรงมากมากกว่าเดิม เหตุการณ์ก่อการร้ายอาจยังคงมีอยู่เป็นระลอก ตราบใดที่อเมริกายังไม่ทบทวนนโยบายการต่างประเทศในการเข้าไปแทรกแซงประเทศต่างๆ ใหม่


อ้างอิง


วินาศกรรมถล่มตึกเวิลด์เทรด (9/11).สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2558, จาก: http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?id=92763

วินาศกรรม 11 กันยายน 2544. สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2558, จาก: https://th.wikipedia.org/wiki/

วินาศกรรมถล่มตึกเวิลด์เทรด(9/11). สืบค้นเมื่อ 6 ธันวาคม 2558, จาก: http://www.myfirstbrain.com/student_view.aspx?id=92763

อ่านเพิ่มเติม »