แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ แสดงบทความทั้งหมด

ที่มาของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวในยุคนาซี

โดย ทิตาวีร์  การรัมย์

นาซีหรือที่เรารู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า พรรคชาติสังคมนิยม ซึ่งชื่อนี้เป็นอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคนาซีในประเทศเยอรมัน โดยมีผู้นำคนสำคัญชื่อ  อดอฟ  ฮิตเลอร์ เขาเป็นนักการเมืองชาวเยอรมัน  โดยดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมัน และยังดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีของเยอรมันอีกด้วย  รวมถึงอดอฟ  ฮิตเลอร์ยังเป็นบุคคลที่ถูกกล่าวขานมากที่สุดในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากเขาเป็นบุคคลที่จุดชนวนสงครามโลกครั้งนี้ขึ้น และยังได้กระทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ด้วยเหตุผลที่ว่า ชาวยิวจะเป็นภัยคุกคามร้ายแรงของเชื้อชาติเยอรมัน  จนทำให้เหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนั้นถูกจารึกในประวัติศาสตร์โลกว่า ไร้มนุษยธรรมที่สุด  แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นล้วนมีเหตุผลและที่มาที่ไป เหตุการณ์อันโหดร้ายครั้งนั้นก็เช่นกัน


คำกล่าวสำคัญของฮิตเลอร์

แรกเริ่มเดิมทีนั้นชาวยิวเป็นกลุ่มคนที่ไม่มีแผ่นดินอยู่  เป็นแค่เพียงชนกลุ่มน้อยที่อาศัยอยู่บริเวณแถบชายแดนของปาเลสไตน์  แต่ต่อมาชาวยิวมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นจนก่อให้เกิดปัญหาเรื่องที่อยู่ อีกทั้งชาวยิวถูกพวกอานารยชนรุกรานพื้นที่ทำกิน และในตอนนั้นเองประเทศเยอรมันก็มีนโยบายช่วยเหลือชาวยิวโดยรับพวกเขาเข้าไปอยู่ในประเทศ  แต่เมื่อเวลาผ่านไปหลายสิบปี  ชาวยิวก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเกือบ 10 ล้านคน  ชาวยิวจึงพยายามเข้าไปมีบทบาทและแทรกแซงไปทั่วกิจการต่างๆภายในเยอรมัน อีกทั้งชาวยิวยังมีความพยายามในการสั่งสอนลูกหลานของพวกเขาให้ได้รับการศึกษาที่ดี  สิ่งนี้เองที่เป็นตัวกระตุ้นที่ทำให้ชาวยิวมีความฉลาด และถือเป็นชนชาติหนึ่งที่มีความพยายามและอดทนสูง เพราะพวกเขาจะไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใดๆง่ายๆ จนทำให้ชาวยิวส่วนมากกลายเป็นบุคคลที่มีศักยภาพสูงทั้งการแสดงออกทางความคิดหรือแม้แต่ประสิทธิภาพในการทำงาน ทำให้ชาวเยอรมันที่ไม่มีศักยภาพเทียบเท่าถูกแย่งงาน ตลอดจนยังได้รับโอกาสในด้านต่างๆ มากกว่าคนเยอรมัน

แต่หลังจากที่ฮิตเลอร์เข้ามาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยความกลัวที่จะถูกกลืนโดยชาวยิว  บวกกับการที่พรรคนาซีมีความเชื่อที่ว่า ชนชาติเยอรมันของตนนั้นเปรียบเสมือนเลือดบริสุทธิ์  และกลัวว่าการที่มีชาวยิวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในประเทศของตนนั้น จะทำให้ชาวเยอรมันมีเลือดที่ไม่บริสุทธิ์  จนทำให้มีการสั่งการให้จับชาวยิวประมาน 1 ล้านคนไปยังค่ายกักกันเพื่อสังหารชาวยิวให้หมดสิ้น 

โดยวิธีการการสังหารหรือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เลือดไม่บริสุทธิ์ในครั้งนั้น ทำโดยการใช้ลมแก็สพิษและเผาทั้งเป็นในเตา  บางคนก็นำมาใช้แรงงานและนำมาเป็นกรรมกรในค่ายกักกัน หากใครต่อต้านหรือพยายามหนี ก็จะรุมทำร้าย หรือแม้แต่ปล่อยให้อดตาย ป่วยตาย  หลังจากนั้นก็ยิงทิ้งบนปากหลุมขนาดใหญ่ หรือถีบลงหลุมแล้วฝังทั้งเป็น 



แต่เหนือสิ่งอื่นใด การสังหารอันโหดร้ายครั้งนี้ ยังมีเหตุผลอื่นๆที่แอบแฝงอยู่ภายใต้จิตใจของฮิตเลอร์ นั่นคือ การที่ฮิตเลอร์เกลียดชาวยิวเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว รวมถึงจากคำกล่าวในหนังสือ “November 9 : How World War One Led To The Holocaust”  ซึ่งผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้อ้างว่า ฮิตเลอร์โทษชาวยิวที่ทำให้ประเทศตัวเองพ่ายแพ้สงครามจนอับอายขายขี้หน้าไปทั่วโลก เขากล่าวว่าชาวยิวจะต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ทำให้ประเทศเยอรมันล่มจม 

อีกทั้งฮิตเลอร์ยังมีปมในใจเกี่ยวกับชาวยิวมาตั้งแต่เขายังเด็กๆ โดย นักประวัติศาสตร์ได้อ้างว่า ฮิตเลอร์ตามจริงแล้วก็เป็นชาวยิวเหมือนกัน ซึ่งการที่ฮิตเลอร์เกลียดชาวยิวนั้นก็เป็นเพราะว่า เขาเติบโตมาภายใต้สิ่งแวดล้อมของชาวยิว ทำให้เขาได้รู้ได้เห็นนิสัยของชาวยิวในด้านแย่ๆตั้งแต่เด็ก เขาจึงมีอคติกับชาวยิวตั้งแต่นั้นมา 



และยังมีเหตุผลอื่นๆที่คาดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในครั้งนี้อีก เช่น การที่ชาวยิวร่ำรวยจากการเข้ามาแทรกแซงกิจการต่างๆ ภายในประเทศเยอรมันทำให้ ฮิตเลอร์ต้องสูญเสียผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ  หรือแม้แต่เหตุผลที่ว่า ฮิตเลอร์ได้รับการกระทบกระเทือนต่อสมองในขณะที่ไปร่วมรบในสงครามโลกครั้งที่ 1 แหล่งข้อมูลบางแหล่งได้อ้างว่า ในขณะที่ฮิตเลอร์ร่วมรบอยู่ เขามีอาการปวดที่ศรีษะอย่างรุนแรงทำให้เขาต้องหยุดรับใช้ชาติไป หลังจากนั้นสภาพจิตใจของเขาก็เริ่มแย่ลง  จนทำให้นักประวัติศาสตร์บางคนเชื่อว่า ความผิดหวังทางจิตใจ และการได้รับบาดเจ็บทางสมอง ทำให้ฮิตเลอร์มีการกระทำที่ก้าวร้าวและไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองทำทั้งหมดนั้นผิดหรือถูก 

แน่นอนว่าเหตุการณ์นี้ส่งผลต่อสภาพจิตใจของชาวยิวเป็นอย่างมาก เด็กและผู้หญิงบางคนที่เขาไม่ได้ต้องการเข้ามาแย่งชิงหรือแข่งขันกับชาวเยอรมัน เขาไม่แม้แต่จะรู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองทำผิดอะไร ครอบครัวจากที่เคยอยู่ด้วยกันต้องพลัดพรากจากกันและไม่รู้เลยว่าครอบครัวของตนจะยังมีชีวิตอยู่ได้อีกนานแค่ไหน   พวกเขารู้แต่เพียงว่าการเกิดมาเป็นชาวยิวทำให้พวกเขาต้องมาพบเจอชะตากรรมแบบนี้ความโหดร้ายของการฆ่าชาวยิว

ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวไป เป็นเพียงแค่ข้อเท็จจริงในประวัติศาสตร์เท่านั้น อย่างไรก็ตามการที่พรรคนาซีและ ฮิตเลอร์ทำการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวอย่างโหดร้ายนั้น ทำให้ทั่วโลกต่างมองว่าพวกเขาเป็นมนุษย์ไร้หัวใจ  และมีจิตใจโหดเหี้ยม เพราะพวกเขาฆ่าชาวยิวอย่างเลือดเย็น แต่ถ้าหากเราลองมองในแง่มุมและความรู้สึกของฮิตเลอร์ดู บางทีทุกสิ่งทุกอย่างอาจเป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำ  แต่ในทางกลับกันถึงจะเป็นหน้าที่ อย่างไรก็ตามการฆ่าคน การทำสงคราม หรือแม้แต่เหตุการณ์นองเลือดอื่นๆ ก็เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง  เพราะมีแต่ความสูญเสียตามมา

สุดท้ายนี้ประวัติศาสตร์ก็คือ อดีตที่ผ่านมาแล้ว  การที่เราได้เรียนรู้ และเข้าใจเหตุการณ์ในอดีตต่างๆนั้น หากแม้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี  และมีแต่การสูญเสีย เราทุกคนที่อยู่ในปัจจุบันทำได้แค่เพียงเตือนใจตน  ปรับปรุง  แก้ไข  และพยายามไม่ให้ประวัติศาสตร์นั้นซ้ำรอยอีก  เพราะหากเรารู้ว่ามันผิด แล้วยังปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก เราคงไม่ต่างกับคำกล่าวในอดีตที่ว่า เราเป็นมนุษย์ไร้หัวใจ หรือหากจะกล่าวได้กับปัจจุบัน คนแบบนั้นก็คือ มนุษย์ที่ไม่มีการพัฒนาทางจิตใจนั่นเอง


อ้างอิง

unigang.(2554).ทำไมนาซีถึงต้องฆ่าชาวยิว..สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561.จาก : http://www.unigang.com/Article/8643

MThai.(2556).ประวัติอดอฟ ฮิตเลอร์ ผู่ก่อตั้งพรรคนาซี.สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561.จาก : https://teen.mthai.com/variety/57766.html

UNIGANG. (2560).รูปความโหดร้ายในเยอรมัน เมื่อฮิตเลอร์ฆ่าชาวยิว. สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561.จาก : http://www.unigang.com/Article/2730

Jewshev. (มปป.).ประวัติชาวยิว. สืบค้นเมื่อวันที่  22 กันยายน 2561.จาก : https://sites.google.com/site/jewsheaven/home/prawati-chaw-yiw

Onenee.com. (2558). ประวัติอันโหดเหี้ยม หรือน่าสรรเสริญของฮิตเลอร์.สืบค้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2561.จาก : http://www.onenee.com/?p=3166

Gonoguide.com. (มปป.). ฮิตเลอร์กับสงครามโลก.สืบค้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561.จาก : http://www.gonoguide.com/ฮิตเลอร์-กับสงครามโลก/

ตุล อิศรางกูร ณ อยุธยา. นาซีศึกษา อ่านอดีตเพื่อเข้าใจปัจจุบัน.สืบค้นเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2561.จาก : https://www.the101.world/tul-interview-nazi-study/


อ่านเพิ่มเติม »

การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา

โดย กัญญ์วรา ประดิษฐากร

ความแตกต่างทางชาติพันธุ์ของมนุษย์ที่มีอยู่ทั่วโลก มนุษย์เรามีความต้องการจะรักษาชาติพันธุ์ของตนเองไว้ จนทำให้บางครั้งเกิดเป็นความขัดแย้งระหว่างชาติพันธุ์ เหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวทุตซี่ ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่เป็นความขัดแย้งระหว่างสองชนชาติ

ประเทศรวันดา เป็นประเทศหนึ่งในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่กว่า 11 ล้านคน มีภูมิประเทศที่ไม่ติดกับพื้นที่ชายฝั่งทะเล แต่ติดกับทะเลสาบเกรทเลค (Great Lake) มีภูเขาสูงที่อุดมสมบูรณ์มากมาย ประชากรในประเทศรวันดาจะประกอบอาชีพเกษตรกรรม แต่เป็นการทำเกษตรกรรมในครัวเรือนเป็นส่วนใหญ่ มิใช่การทำเกษตรกรรมเชิงพาณิชย์ หรือเพื่อค้าขาย ประเทศรวันดาจึงเป็นประเทศที่ยากจน บวกกับปัญหาดินมีสภาพที่เสื่อมโทรม ลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีความหนาแน่นของประชากรสูง ทำให้ประชาชนในประเทศรวันดามีปัญหา ด้านสุขภาพ และมีประชาชนเป็นโรคขาดสารอาหารเป็นจำนวนมาก


แผนที่ประเทศรวันดา

ประเทศรวันดามีประชากรที่มีความแตกต่างกันทางชาติพันธุ์ โดยมีประชากรชาวทุตซี่ ชาวฮูตู และชาวทวา ประชากรในประเทศรวันดาส่วนใหญ่เป็นชาวฮูตู เพียงประมาณร้อยละ 14 เท่านั้นที่เป็นชาวทุตซี่ และอีกร้อยละ 1 เป็นชาวทวา ก่อนหน้าการตกเป็นประเทศในอาณานิคมของประเทศเบลเยี่ยมในช่วงศตวรรษที่19

ประชาชนชาวทุตซี่และฮูตูใช้ชีวิตร่วมกันได้อย่างปกติ และประกอบอาชีพต่างกันออกไป โดยชาวทุตซี่จะประกอบอาชีพเลี้ยงสัตว์ ส่วนชาวฮูตูจะทำเกษตรกรรม เมื่อประเทศ อาณานิคมเข้ามาในรวันดาโดยผ่านชาวทุตซี่และเข้าใจว่าชาวทุตซี่เป็นชนชั้นปกครอง จึงทำการแบ่งแยกประชากรในประเทศรวันดาออกอย่างชัดเจน โดยการทำบัตรประจำตัว คล้ายกับบัตรประชาชน ที่ระบุชัดเจนว่าแต่ละคนมีเชื้อสายอะไร และและมอบสิทธิให้กับ ชาวทุตซี่มากกว่า จนกลายเป็นปมที่เป็นเหตุแห่งความขัดแย้ง ซึ่งถูกสะสมไว้ในใจของชาวฮูตู มาเป็นเวลานาน

เมื่อได้รับเอกราชจาก เบลเยี่ยม รัฐบาลที่มาจากฝ่ายชนเผ่าทุตซี่ขึ้นบริหารประเทศรวันดา อย่างไรก็ตามความขัดแย้งของความแตกต่างทางชาติพันธุ์ยังคงอยู่สังคมของประเทศรวันดาและถูกพูดถึงอยู่เรื่อยๆรวมถึงเข้ามาเป็นประเด็นที่พัวพันกับการเมือง จนกระทั้งทำให้ฝ่ายฮูตู ปฏิวัติและยึดอำนาจรัฐบาลชาวทุตซี่ ทำให้ชาวทุตซี่ จำนวนมากอพยพไปอยู่ทางตอนเหนือ ของประเทศ ซึ่งติดกับประเทศอูกันดา

ในขณะเดียวกัน ชาวทุตซี่จำนวนนึงก็จัดตั้งกองกำลังเพื่อต่อต้านนรัฐบาลชาวฮูตูโดยเรียกตนเองว่า RPF หรือ กลุ่มแนวหน้ารักชาติรวันดา นำโดย นายพอล คากาเม


นายพอล คากาเม

ใน ปี ค.ศ. 1994 ประธานาธิบดี จูเวนาล ฮับยาริมานา ซึ่งเป็นรัฐบาลชาวฮูตู ได้ตกลงทำการเจรจา สงบศึกกับฝ่าย RPF ซึ่งการเจรจาในครั้งนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จ แต่ทางฝ่ายลูกน้องของจูเวนาล ไม่เห็นด้วย หลังจากการเจรจาสงบศึกของทั้งสองฝ่าย ก็เกิดโศกนาฎกรรมกับประธานาธิบดีจูเวนาล เหตุการณ์ในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ทำให้สูญเสีย ประธานาธิบดีของประเทศรวันดา แต่ยังรวมไปถึง การตายของบุคคลสำคัญของประเทศบุรุนดีอีกด้วย ชาวฮูตูจำนวนมากคิดว่าเป็นฝีมือของชาวทุตซี่ ซึ่งแท้จริงแล้วคือ ลูกน้องของจูเวนาลที่ไม่พอใจกับการเจรจาสงบศึกนี่เอง ที่เป็นผู้ลงมือสังหาร การตายของประธานาธิบดีจูเวนาลถูกทำให้กลายเป็นชนวนแห่งความโกรธแค้น และเป็นจุดเริ่มต้น ของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวทุตซี่ ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้อย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่ถึง24ชั่วโมง



ในวันที่ 6 เมษายน 1994 ชาวฮูตูพยายามสังหารชาวทุตซีที่พบโดยเพ่งเป้าไปที่ ผู้ชายทุกวัย ส่วนหญิงชาวทุตซีถูกจับมาข่มขืนและสังหารทุกคน ส่วนผู้ที่รอดมาได้ ต้องกลายเป็นผู้ติดเชื้อเอดส์ ซึ่งเป็นหญิงทุกวัยและยังมีหญิงที่กำลังตั้งครรภ์รวมอยู่ด้วย

ในขณะที่เหตุการณ์ความรุนแรงในครั้งนี้ปะทุขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีความช่วยเหลือจากต่างประเทศที่จะ เข้ามายับยั้งการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ของประเทศรวันดาในครั้งนี้ ประเทศต่างๆทำแค่เพียงอพยพพา คนของตนออกจากรวันดา เหตุการณ์ทวีความรุนแรงขึ้น เมื่อกองกำลังฝ่าย RPF ได้โต้ตอบโดย การสังหารนายกรัฐมนตรีของชาวฮูตู ทำให้ชาวฮูตูโกรธแค้น และพยายามฆ่าชาวทุตซี่ให้ได้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มความรุนแรงกับวิธีการฆ่าให้โหดเหี้ยมมากยิ่งขึ้น

เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 6 เมษายน 1994 ไปจนถึงกลางเดือนกรกฎาคม จากนั้น กองกำลัง RPF นำโดย นายพอล คากาเม เข้ายึดอำนาจขับไล่รัฐบาลชาวฮูตู ทำให้การฆ่าล้าง เผ่าพันธุ์ในรวันดาสิ้นสุดลง หลังจากการมีชัยในครั้งนี้ ทำให้ประชาชนชาวฮูตูและทหารบ้านทำการ อพยพเคลื่อนย้ายไปในประเทศคองโก



ปัจจุบันเหตุการณ์ในรวันดายุติลงแล้วกว่า 20ปี โดยมี ประธานาธิบดี พอล คากาเม เป็นผู้ปกครอง ประเทศ นายพอล คากาเมล พยายามพัฒนารวันดาให้ดีขึ้น สำหรับ เหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ในรวันดาตลอดช่วงหนึ่งร้อยวัน ที่ประเทศรวันดากลายเป็นนรกบนดิน ของชาวทุตซี่ และชาวฮูตูที่หัวไม่รุนแรง ซึ่งประมาณการว่ามีชาวรวันดาเสียชีวิตราว 800,000-1,070,000 คน ซึ่งเป็นชาวรวันดาเชื้อสายทุตซีราวแปดแสนคน นับเป็นปริมาณการฆ่าล้าง เผ่าพันธุ์ที่สูงมากในระยะเวลาเพียงสั้นๆ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อันโหดเหี้ยมนี้กลายเป็นหนึ่ง ในโศกนาฏกรรมในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของมนุษยชาติเลยก็ว่าได้

เหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เพราะผู้คนต้องใช้เวลานานมาก กว่าจะสั่งสมความเกลียดชั่งซึ่งกันและกัน จนนำไปสู่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อันโหดเหี้ยมนี้ อาจต้องมีหลากหลายปัจจัยที่เป็นเชื้อเพลิง ทำให้เหตุการณ์ความรุนแรงนี้จุดติดขึ้นมาได้ อย่างไรก็ตามแม้การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดาจะมีสาเหตุหลักมาจากการปลุกปั่นของนักการเมือง โดยใช้สื่อที่สามารถเจาะเข้าไปถึงตัวประชาชนได้ง่าย และดึงเอาความเกลียดชังในความแตกต่างระหว่างชาติพันธุ์ที่แฝงอยู่ในใจมาโดยตลอดเป็นเครื่องมือชิ้นสำคัญ แต่ยังมีอีกข้อสังเกต ต่างๆมากมายที่ถูกวิเคราะห์ออกมาว่าเป็นปัจจัยในเหตุการณ์นี้ เช่น การออกบัตรประจำตัวที่ เจาะจงว่า ใครเป็นชาวทุตซี่ ใครเป็นชาวฮูตู การทำให้ผู้คนในรวันดารู้สึกถึงความแตกต่างกัน อย่างชัดเจน เป็นความผิดพลาดของประเทศเจ้าอาณานิคมอย่างเบลเยี่ยมที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ ความรุนแรงขึ้นในรวันดา

การสูญเสียอย่างมหาศาลในครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงให้กับประเทศรวันดา และประเทศ อื่นๆทั่วโลก ชัยชนะของชาวทุตซี่ในเหตุการณ์ครั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตมาก เมื่อนำไปเปรียบเทียบกับ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งอื่นๆที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ ผู้ที่ก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ไม่เคยได้รับ ชัยชนะและไม่เคยได้เป็นผู้ปกครองแม้แต่ครั้งเดียว เช่นเดียวกับในกรณีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิว ในที่สุด ฮิตเลอร์ที่เป็นผู้เริ่มก่อสงครามก็เป็นฝ่ายที่แพ้ ในรวันดาก็เกิดขึ้นแล้วในกรณีเดียวกัน ไม่เพียงแต่การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวยิวที่ เราสามารถนำมาเปรียบเทียบได้ ยังมีอีกให้เห็นในหลาย ประเทศหลายเหตุการณ์การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ที่เราจะพบว่าสุดท้ายฝ่ายที่ลงมือเข็ญฆ่าจะเป็น ผู้แพ้ภัยตัวเองทุกครั้งไป ฉะนั้นท้ายที่สุดแล้ว การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์จึงไม่ใช่ทางออกที่สามารถ ทำให้ความเกลียดชังในความต่างยุติลงได้


อ้างอิง

puma. (2556).  ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรวันดา (Rwanda Genocide). (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อวันที่ 13 กันยายน 2559, จาก: http://www.komkid.com/

YouTube. (2557). เรียนรู้การเพาะพันธุ์ความเกลียดชังในรวันดา กับ ประจักษ์ ก้องกีรติ (วิดีโอ). สืบค้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2559, จาก:  https://www.youtube.com/watch?v=M07sH_XRar4

lancetana. (2556). "Difference Between Hutu and Tutsi.". (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2559, จาก: http://www.differencebetween.net/miscellaneous/difference-between-hutu-and-tutsi/





อ่านเพิ่มเติม »